“บุรีรัมย์”ไฟไหม้ตลาดเก่า 40 ปี เทศบาลโนนดินแดง วอด 7 คูหา สูญนับ 10 ล้าน

เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านขายเครื่องสังฆภัณฑ์ก่อนลุกลามไหม้ห้องแถวไม้ข้างเคียง ซึ่งเป็นย่านตลาดเก่าแก่ของเทศบาลโนนดินแดงที่เปิดค้าขายมานานกว่า 40 ปี วอด 7 ห้อง แม่ค้าและชาวบ้านใกล้เคียงขนของหนีจ้าละหวั่น  ระดมดับเพลิงกว่า 10 คันเข้าสกัดเพลิงนานกว่า 5 ชม. เบื้องต้นคาดเสียหายร่วม 10 ล้านเมื่อวันที่ 27 ส.ค.59 ร.ต.อ.ยุทธนา   โพธิ์ศรีดี   ร้อยเวรฯ สภ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์  ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์  ในตลาดเทศบาลโนนดินแดง  อ.โนนดินแดง  จึงได้ประสานรถดับเพลิงเทศบาล  ก่อนรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ  เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้ร้านจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ชื่อร้าน “เสริมสมบัติ” เลขที่ 234 ซึ่งอยู่ในซอยตลาดสดเทศบาลโนนดินแดงอย่างรุนแรง  โดยเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิงแต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากร้านต้นเพลิงเป็นห้องแถวไม้เก่า  ประกอบกับภายในร้านมีทั้งเครื่องสังฆภัณฑ์ พลุ ดอกไม้ไฟ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี  จึงส่งผลให้เพลิงลุกลามไหม้ห้องแถวไม้ซึ่งเปิดเป็นร้านขายของทั้ง เสื้อผ้า รองเท้า ของเล่นเด็ก  หนังสือพิมพ์ และสิ่งของเครื่องใช้ทั่วไปที่อยู่ติดกันอย่างรวดเร็ว จนรถดับเพลิงในพื้นที่ อ.โนนดินแดง ไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ทั้งยังมีเสียงพลุ ปะทัดดังเป็นระยะๆ สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง ต่างพากันขนข้าวของที่พอจะขนได้หนีจ้าละหวั่น   ขณะที่ทางเทศบาลโนนดินแดง ได้ประสานขอความช่วยเหลือไปยังเจ้าหน้าที่ดับเพลิง และหน่วยกู้ภัยฯ จากพื้นที่ใกล้เคียง ทั้ง อ.ละหานทราย อ. ปะคำ  อ.นางรอง  และ อ.เมืองบุรีรัมย์  รวมถึง อ.เสิงสาง  จ.นครราชสีมา  ให้มาช่วยสมทบในการระงับเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้  โดยใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้  ทั้งต้องฉีดน้ำหล่อเลี้ยงไม่ให้เปลวเพลิงปะทุขึ้นมาอีก  โดยเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายให้กับห้องแถวไม้  ซึ่งถือเป็นย่านตลาดเก่าแก่ที่เปิดค้าขายมากว่า 40 ปี วอดเสียหายรวมทั้งหมด 7 คูหา  และเบื้องต้นคาดว่ามูลค่าความเสียหายร่วม 10 ล้านบาท

จากการสอบถาม นายพงษ์เทพ   โพนาโล  รองนายกเทศมนตรีต.โนนดินแดง ซึ่งเปิดร้านขายหนังสือพิมพ์อยู่ข้างห้องต้นเพลิง  เล่าว่า  เวลาประมาณ 22.00 น.เศษ มีคนโทรศัพท์ไปแจ้งว่าเกิดเพลิงไหม้ที่ร้านจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ ซึ่งเป็นห้องแถวติดกัน  จึงรีบมาดูพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้มาควบคุมเพลิง  แต่เนื่องจากเป็นห้องแถวไม้เก่าจึงทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว  จนไม่มีใครขนข้าวของออกมาได้ทัน  แต่โชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต  เนื่องจากไม่มีใครพักในห้องแถวที่เกิดเพลิงไหม้เพียงเปิดเป็นร้านขายของเท่านั้น

ด้านนายสมชัย กอชัยศิริกุล  นายกเทศมนตรีตำบลโนนดินแดง กล่าวภายหลังมากำกับดูแลการระงับเหตุเพลิงไหม้ด้วยตัวเองว่า เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุด  เพราะเป็นย่านตลาดเก่าแก่ของเทศบาลโนนดินแดง  และสร้างความเสียหายจำนวนมาก เบื้องต้นคาดว่ามูลค่าความเสียหายร่วม 10 ล้านบาท แต่ก็โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต  ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้อาจจะเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร  หรือเกิดจากการจุดไฟทิ้งไว้แล้วลืมดับ ซึ่งก็ต้องรอการตรวจพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพิสูจน์หลักฐานให้ชัดเจนอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

บุกสำรวจ!! ชั้นใต้ดินคอนโดหรูรามคำแหง ฝนตกน้ำท่วม รถเสียหายนับสิบคัน (ชมภาพชุด)

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายว่า จากกรณีเหตุน้ำท่วมบริเวณซ.รามคำแหง 12 แยก 2 แขวงเขตหัวหมาก บริเวณชั้นใต้ดินภายในคอนโดแห่งหนึ่ง หลังมีภาพปรากฎในสื่อ facebook โดยมีน้ำท่วมขังชั้นใต้ดินจนมีรถได้รับความเสียหายจำนวนมาก

ทราบถามทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ส.ค. เนื่องด้วยมีฝนตกหนัก ในพื้นที่กทม. กว่า 1ชั่วโมง จนกระทั่งช่วงเวลา ประมาณ4-5ทุ่ม บริเวณพื้นที่ดังกล่าวเกิดน้ำท่วมหนัก จนมีจุดต่างเกิดน้ำท่วมขังซึ่งภายในคอนโดดังกล่าว ได้รับความเสียหายบริเวณชั้นใต้ดิน และมีรถได้รับความเสียหาย ประมาณ 15 คัน ส่วนใหญ่เป็นรถของเจ้าลูกบ้านภายในคอนโดดังกล่าว ทั้งนี้ช่วงเกิดเหตุก็ได้มีการใช้เครื่อง สูบน้ำของโครงการแต่ไม่เพียงพอกับน้ำที่เข้าทะลักมา ทางโครงการจึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ของทางดับเพลิงหัวหมากช่วยระดมสูบน้ำอย่างเร่งด่วนโดยใช้เวลากว่า 1 วัน น้ำจากชั้นใต้ดินจึงลดลงดังกล่าวเบื้องต้น ระหว่านี้ทาง โครงการดังกล่าวได้ได้แจ้งผู้เสียหายเข้าเรียกประกันเพื่อเยียวยาความเสียหายในเบื้องต้นไปก่อน และจะให้ลูกบ้านเขียนใบร้องทุกเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของโครงการเพื่อเรียกร้องความเสียหายต่อไป ทั้งนี้รถส่วนใหญ่ที่จมนั้น เป็นรถยนต์ส่วนบุคคล 12 คัน และอีก 3 คันเป็นรถยนต์ที่ไม่เป็นประกันซึ่งยังอยู่ระหว่างการร้องทุกข์กับเจ้าของโครงการต่อไป ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.หัวหมาก ระบุว่า รับทราบเรื่องแล้ว ผู้เสียหายจากกรณีดังกล่าวสามารถมาแจ้งความได้ที่สน.หัวหมาก 

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดเรื่องราวสุดประทับใจเจ้า”โกเบ”หมาน้อยวิ่งตามนักวิ่งข้ามทะเลทรายโกเบ 250 กม.

วันที่ 25 ส.ค. บีบีซีรายงานเรื่องราวของสุนัข“โกบี” สุนัขจรที่วิ่งตามนายดีออน ลีโอนาร์ด นักวิ่งมาราธอนชาวออสเตรเลียเป็นระยะทางกว่า 250 กิโลเมตร ข้ามทะเลทรายโกบี ประเทศจีน เมื่อเดือนก่อน จนนายลีโอนาร์ดรับมาเลี้ยงไว้ แต่สัปดาห์ที่แล้ว เจ้าโกบีพลัดหลงไปจากบ้าน จนทำให้ชาวเน็ตทั้งที่จีนและหลายประเทศทั่วโลกตั้งแคมเปญตามหา”โกบี”คืนให้เจ้าของอีกครั้ง และล่าสุดก็มีผู้พบเจ้าโกเบแล้ว  เรื่องราวของลีโอนาร์ดและโกเบ ถูกนำมาเปิดเผยครั้งแรกหลังจากที่เจ้าโกเบวิ่งตามนายลีโอนาร์ดข้ามภูเขาและทะเลทรายโกเบในการแข่งขันวิ่งมาราธอนโกเบ ที่ประเทศจีน ในตอนแรก นายลีโอนาร์ดคิดว่า สุนัขที่วิ่งตามตนคงจะวิ่งตามไม่ได้ทั้งวัน แต่สุนัขตัวนี้กลับวิ่งข้างๆตนจนจบการแข่งขัน  หลังจบการแข่งขัน นายลีโอนาร์ดฝากเจ้าโกเบไว้กับเพื่อนและเดินทางออกจากประเทศจีน โดยระหว่างนั้นนายลีโอนาร์ดดำเนินเรื่องจัดการตรวจสุขภาพรวมถึงขั้นตอนอื่นๆเพื่อนำสุนัขกลับไปยังบ้านของตนที่สก็อตแลนด์  จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายลีโอนาร์ดทราบข่าวว่า โกเบ หายออกไปจากบ้านเพื่อนที่เมืองอุรุมชี เมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีน นายลีโอนาร์ดจึงรีบบินมาที่นี่เพื่อตามหาโกเบทันที พร้อมโพสต์เรื่องราวนี้ลงในโลกออนไลน์เพื่อกระจายข่าว จนเป็นกระแสในสื่อออนไลน์หลายแห่งทั่วโลก โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ของจีน ที่ชาวเน็ตพากันแชร์ข่าวการหายตัวไปของโกเบ และพยายามช่วยกันหา  นายลีโอนาร์ดเปิดเผยว่า ความหวังของตนเริ่มหมดลงเมื่อผ่านเข้าสู่วันที่ 5 กล่าวว่า “มันยากมากที่จะพยายามคิดบวกต่อหน้าคนอื่นๆ ผมกลับห้องทุกๆคืนแล้วรู้สึกอยากร้องไห้” แต่แล้วนายลีโอนาร์ดก้ได้รับข่าวดี เมื่อมีผู้พบเห็นเจ้าโกเบที่สวนแห่งหนึ่ง

“เมื่อเราไปถึงที่นั่น ผมเดินเข้าไปที่ประตู แล้วโกเบก็วิ่งตรงมาหาผม วิ่งรอบๆขาผมแล้วกระโจนใส่ผม มันเป็นความรักทันทีที่มองเห็น” นายลีโอนาร์ดกล่าว

ข่าวดีนี้สร้างความยินดีไปทั่วโลกออนไลน์ที่ติดตามการค้นหาเจ้าโกเบตลอดช่วงเวลาที่หายไป โดยนายลีโอนาร์ดจะอยู่ที่จีนต่อไปจนกว่าจะดำเนินเรื่องเสร็จ

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวฉุนน้องชายโดนครูตบหน้าเหตุเพราะดื้อแก้มแตก เอาเรื่องโดนตอกกลับหาว่าไม่ไว้หน้า!!

14721755191472175961lโลกโซเชี่ยลมีการแชร์เรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Kullanan  โดยนำภาพเด็กชายในชุดนักเรียนพร้อมร่องรอยที่แก้มและคราบเลือดมาลงไว้ พร้อมระบุว่า “น้องคนนี้คือน้องของหมอก ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2559 เรียนอยู่โรงเรียนในใจกลางเมือง ได้โดนครูวิชาคณิต ตบหน้าจนเลือดฝอยตรงแก้มแตก เหตุเพราะ คุยกัน หรือดื้อตามภาษาเด็ก มันไม่ควรที่จะเอามือมาตบคุณตีไปสิมือก้น ไม่ใช่มาทำแบบนี้ พอเรื่องได้ใหญ่ขึ้น ผอ. ของโรงเรียนได้โทรมาหา พูดเป็นทำนองคุณไม่ไว้หน้า ผมเลยผมเลือกเวลาอีก 2 เดือน ก็จะเกษียญแล้ว เอะนี้คุณห่วงอะไรคะ? คุณห่วงชื่อเสียงโรงเรียนห่วงชื่อเสียงตัวเองคุณนี่น้า มันไม่ใช่คะ น้องใคร พ่อแม่ใครใครก็รัก ถ้าลูกคุณโดนตบบ้างจะเป็นอย่างไรคะ ส่วนอ.คนที่ตบก็ไม่มีท่าทางที่ไม่สำนึกผิดเลย แต่พอเอาเรื่องนี้ไปแจ้งความที่โรงพักทองหล่อถึงได้โทรมาขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อไปถามเด็กๆที่เรียนอยู่ในห้องนั้นได้รู้ว่าครูคนนี้ไม่ได้ตบแค่น้องหมอกเพียงคนเดียวจากปากของเด็กๆครูคนนี้ได้ทำแบบนี้กับเด็กคนอื่นๆด้วย ฝากเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ ฝากไว้ด้วยนะคะ ฝากแชร์ๆกันด้วยนะคะ”

ที่มา>>>ข่าวสด

ตามล่าตัวหนุ่มจับแมวกรีดตามตัวเหวอะหวะ ชาวบ้านร้องทั้งหาย ทั้งเจ็บ ตาย (คลิป)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า WATCHDOG THAILAND ได้รายงานกรณีพบการทำร้ายสัตว์ โดยพบแมว ในซอยอินทามระ 51 สุทธิสาร กรุงเทพ โดนของมีคมเฉือนเนื้อแหว่งเป็นทางเหวอะหวะ ทั้งนี้ จากการสอบถามพบว่า WATCHDOG ได้รับการแจ้งจากประชาชนว่า สัตว์เลี้ยงถูกทำร้าย โดยถูกกรีดบริเวณลำตัวหลายแผล บาดเจ็บสาหัส บางตัวเสียชีวิต บางตัวหายไปโดยไม่ทราบชะตากรรมทั้งนี้ ทาง WATCHDOG ได้ลงพื้นที่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้ (24 ส.ค.) พบทั้งพยานบุคคลและได้ภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นชายต้องสงสัย เดินอยู่ในซอยเวลาช่วงตี 1- ตี 4 ในช่วงเดียวกับที่แมวหลายตัวถูกทำร้าย ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงจากหลายๆบ้าน โดยชายดังกล่าวมีลักษณะมองซ้ายขวาตลอดเวลา พร้อมทั้งก้มมองใต้รถอยู่ตลอด โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา ยังพบภาพชายคนดังกล่าว ถือถุงดำอยู่ในมือ คาดว่าอาจจะเป็นแมวด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีพยานค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่าใครเป็นคนทำ แต่ยังไม่สามารถระบุชื่อและจับกุมได้

ที่มา>>>ข่าวสด

อุทาหรณ์!! สุนัขหน้าร้านสะดวกซื้อกระโดดกัดเด็กหญิง 3 ขวบ กลางหน้าจมเขี้ยว

โลกโซเชี่ยลมีการแชร์ภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Juthamas Tussana โดยเป็นภาพของเด็กหญิงที่หน้าตาบวมเป่ง ซึ่งเจ้าของภาพได้ระบุว่า โดนสุนัขที่นอนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ ย่านพระราม 2 กัด โดยระบุว่า “ฝากถามว่า หมาที่มานอนอยู่บริเวณหน้าร้าน และทุกร้านด้วยมาจากไหนทำไมถึงไม่มีใครมาจัดการเพราะมีคนเดินเข้าออก 24 ชม. นะคะแล้วเกิดเหตุการแบบนี้ขึ้นมาจะถามหาความรับผิดชอบจากใครได้ รัฐออกกฏหมายห้ามทำร้ายหมาแต่ตอนนี้หลาน…ถูกหมาทำร้ายหน้าตาแหกแบบนี้ (รัฐมาช่วยประชาชนมั้ย) ”ป่าวเลย”ช่วยแก้กฏหมายหรือเพิ่มมาก็ได้อย่าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกเลย  ปล.ถ้าเป็นไปได้ช่วยแก้ไขข้อนี้ด้วยนะอย่าให้ต้องเกิดกับใครอีกเลยตอนนี้ยังคงต้องรักษาตัวอยู่เลย” ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปทางญาติ น.ส.ภัทรพร ทัศนา น้าสาว ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เหตุดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. โดยหลานสาว คือ น้องมุก อายุ 3 ขวบ ได้ไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อดังกล่าว พร้อมกับพ่อแม่ โดยช่วงที่จะออกจากร้าน พ่อได้เดินนำไปก่อนเพื่อเอารถมารับ ส่วนแม่จ่ายเงิน และไม่เห็นว่าเด็กยังยืนอยู่ในร้านคิดว่าเดินตามพ่อไปแล้ว จึงเดินออกมาทำให้เด็กเดินตามหลังออกมาติดๆ และกินโยเกิร์ตไปด้วย ซึ่งขณะที่เดินออกมานั้น สุนัขตัวหนึ่งได้กัดเด็กเข้าเต็มๆ บริเวณใบหน้า สร้างความตกใจให้กับทุกคน หลังเกิดเหตุรถของอาสาสมัครฯได้อยู่บริเวณดังกล่าวจึงช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งปกติบริเวณดังกล่าวมีสุนัขประมาณ 10 ตัว แต่วันที่เกิดเหตุนอนอยู่ 2 ตัว “หลังเกิดเหตุทางบ้านได้เดินทางมาที่ร้านดังกล่าวอีกครั้ง พนักงานได้เปิดกล้องวงจรปิดดูและเห็นชัดเจนว่า เด็กไม่ได้ทำอะไรสุนัขเลย เพียงแต่เดินตามแม่ออกมาจากนั้น สุนัขมองหน้าและตรงเข้ากัดทันที จากการสอบถามแม่ค้าบริเวณดังกล่าว ทราบว่า สุนัขตัวนี้มักกัดกับตัวอื่นอยู่บ่อยๆ และเคยเข้ามากัดข้าวของในร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ ซึ่งพนักงานพยายามไล่ไปจากบริเวณหน้าร้านแล้วหลายครั้ง แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะมีคนที่คอยให้ข้าวน้ำ และพนักงานมักโดนต่อว่าเมื่อไปไล่สุนัข แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นก็ไม่เห็นว่าจะมีใครที่แสดงตัวเป็นเจ้าของรับผิดชอบ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ต้องการโทษทางร้าน หรือ โทษแต่สุนัข เราเองก็ได้ว่าพ่อแม่ว่าดูแลลูกได้ไม่ดี ที่โพสต์เรื่องดังกล่าวเพราะอยากให้เป็นอุทาหรณ์ ว่าต้องดูแลเด็กไม่ให้คลาดสายตา ส่วนทางร้านสะดวกซื้อ ผู้บริหารได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการติดต่อมาและถามอาการเด็กอย่างต่อเนื่อง” น.ส.ภัทรพร กล่าวน.ส.ภัทรพร กล่าวต่อว่า สำหรับอาการของน้องขณะนี้ แพทย์แจ้งว่า แผลน้องลึกแต่ไม่สามารถเย็บได้ เบื้องต้น ได้ทำแผล และฉีดเซรุ่มแล้ว 2 เข็ม แต่พบว่า แผลน้องยังมีเลือดซึมออกมาตลอด จากเหตุการณ์นี้ ส่วนสุนัขนั้น เบื้องต้นทราบว่าหลังเกิดเหตุทางเทศกิจได้มาจับสุนัขไปแล้ว แต่จับไปเพียง 1 ตัว โดยแม่ค้าหลายๆคน ก็กังวลว่า สุนัขตัวดังกล่าวอาจเป็นบ้า เพราะชอบกัดกับตัวอื่นอยู่บ่อยๆ รวมทั้งมีอาการดูหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ตนเองและครอบครัวเผยแพร่เพราะต้องการให้เป็นบทเรียนของหลายๆคน ไม่ได้ต้องการโทษใคร แต่ก็พบว่ามีคนเข้ามาต่อว่าพ่อแม่ของน้อง ซึ่งอยากขอร้องว่า ตอนนี้น้องเจ็บมากพออยู่แล้ว ทุกคนเสียใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากพอแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มโดนมีดปักหลัง แต่ยังนั่งชิลๆ รอหมอเตรียมผ่าตัดเอามีดออก (คลิป)

เว็บไซต์ ไลฟ์ลีก เผยแพร่คลิปวิดีโอชวนตะลึงในโรงพยาบาลเมืองบาร์รังกียา ทางเหนือของโคลัมเบีย ขณะที่ผู้ชายซึ่งถูกมีดปักเข้าแผ่นหลังนั่งรอรับการรักษาโดยไม่สะทกสะท้านหรือโอดครวญแต่อย่างใด โดยชาวบ้านต่างยืนดูด้วยความสนใจ ส่วนทีมแพทย์ตัดเสื้อผ้าของผู้ชายออกเพื่อทำการผ่าตัดต่อไปทั้งนี้ ข้อมูลของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) จัดให้โคลอมเบียเป็นประเทศอันตรายอันดับ 50 ของโลก เนื่องจากปัญหาอาชญากรรมรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด

ที่มา>>>ข่าวสด

ออสซี่เจอ “มหาเห็ดทรัฟเฟิล” หนักกิโลครึ่ง ลุ้นทำสถิติโลก

วันที่ 23 ส.ค. เอเอฟพีรายงานว่า นายสจ๊วร์ต ดันบาร์ เกษตรกรในออสเตรเลีย ขุดเจอเห็ดทรัฟเฟิลดำ น้ำหนัก 1,511 กรัม ภายในแปลงเกษตรในรัฐวิกตอเรีย ทางตอนใต้ของประเทศ มีแววจะทำสถิติโลก  เห็ดทรัฟเฟิลก้อนนี้ มีขนาดใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย และทำลายสถิติเห็ดทรัฟเฟิลดำ น้ำหนัก 1,277 กรัม ที่ขุดเจอในเมืองเปรีกอร์ ดินแดนเห็ดทรัฟเฟิลในฝรั่งเศส เมื่อปี 2555 ด้วย

นายดันบาร์กล่าวว่า ทราบมาตั้งแต่เดือนก.พ.แล้วว่า เห็ดทรัฟเฟิลดำเติบโตบริเวณที่ขุดเจอ แต่เริ่มลงมือขุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากได้กลิ่นเห็ด โดยใช้เวลาขุดขึ้นมาบนดินนานถึง 45 นาที ก่อนหน้านี้ ยังขุดเจอเห็ดทรัฟเฟิลดำ น้ำหนัก 720 กรัม แต่ไม่คิดว่าใครเกิดมาแล้วจะเจอเห็ดทรัฟเฟิลยักษ์ในออสเตรเลียหรือที่ไหนในโลกนี้ สำหรับเห็ดทรัฟเฟิลยักษ์ดำที่เจอครั้งนี้ตีเป็นมูลค่าสูงถึง 3,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 80,000 บาท ตอนแรกนายดันบาร์ต้องการให้พ่อครัวทำเมนูจานเด็ด แต่เนื่องจากขนาดใหญ่เกินไป จึงตัดสินใจนำไปดองเหล้าวอดก้าเพื่อรักษาความสดไว้ก่อน ทั้งนี้ เห็ดทรัฟเฟิลดำเป็นปรสิตประเภทราที่อาศัยและเติบโตภายในรากของต้นไม้ โดยเห็กทรัฟเฟิลดำที่ดีที่สุดจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ และรสชาติเหมือนช็อกโกแลต

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด! เด็กซีเรียถือภาพโปเกมอน วอนชาวโลกสนใจเด็กซีเรียเหมือนเล่นเกมโปเกมอนโก

 เว็บไซต์ กองกำลังปฏิวัติในซีเรีย (อาร์เอฟเอส) เผยแพร่ภาพถ่ายของเด็กซีเรียขณะถือภาพวาดของมอนสเตอร์ในเกม “โปเกมอน โก” เกมยอดฮิตทั่วโลกขณะนี้ เพื่อคาดหวังว่า คนทั่วโลกจะตามหาและช่วยเหลือเด็กซีเรีย เหมือนกับการตามหาและจับโปเกมอน โดยเป็นการส่งข้อความต่อประชาคมอาหรับและนานาชาติว่า เด็กซีเรียไม่ต่างไปจากเด็กคนอื่นในโลกใบนี้ และต้องได้รับความคุ้มครองจากสงครามที่คร่าชีวิตชาวบ้านไปแล้วนับพันราย และทำลายชีวิตวัยเด็กของพวกเขาไป อาร์เอฟเอสระบุว่า เด็กซีเรียผู้เผชิญความตาย การถูกกักขัง และการบาดเจ็บ เนื่องจากขาดแคลนอาหารและยารักษาโรค ต้องออกจากบ้านและโรงเรียนพร้อมครอบครัว เพื่อหลบหนีดงกระสุนและการโจมตีทางอากาศนั้น ยังมีสิทธิในการดำรงชีวิตเหมือนเด็กคนอื่นทั่วทั้งโลก ข้อความดังกล่าวส่งต่อไปพื้นที่ต่างในซีเรีย ที่เครื่องบินทิ้งระเบิดของรัสเซียและรัฐบาลของนายบาชา อัล-อัสซาด พยายามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ นอกจากนี้ รัฐบาลนายอัสซาดและกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) แน่นล้อมในหลายพื้นที่ อาร์เอฟเอสระบุอีกว่า เด็กซีเรียมีสิทธิในการดำรงชีวิตอย่างปกติโดยห่างไกลจากสงครามและการก่อการร้าย ขณะที่รัฐบาลของอัสซาดมีเป้าหมายใช้อาวุธโจมตีทั่งทั้งซีเรีย จนเป็นเหตุให้ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพและเสียชีวิต เด็กยังได้รับความทุกข์และต้องเจอบทเรียนราคาแพงสำหรับปฏิกิริยาของโลกที่ขาดหายไป “หากมอนสเตอร์ในโปเกมอนออกมาจากภาพวาดและบอกให้คนทั่วโลกช่วยเหลือเด็กซีเรียแล้ว จะเป็นการพิสูจน์ได้ว่า เสียงของเด็กๆ มีพลังมากกว่าการกดขี่และอำนาจของกลุ่มเผด็จการ

ที่มา>>>ข่าวสด

“ฉงชิ่ง”ร้อนจัดถึง 50 องศาแล้ว ขนาดย่างบาร์บีคิวบนรางรถไฟได้เลย

  เพจ China Xinhua News รายงานว่า อุณหภูมิร้อนระอุถึง 50 องศาในนครฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ทำให้รางรถไฟร้อนเหมือนเตาย่างดีๆนี่เอง โดยมีคนเอาเนื้อและไข่มาปิ้งก็สุกพร้อมกินภายใน 1 ชั่วโมง

ที่มา>>>ข่าวสด