ผู้โดยสารสาวตบกันนัวกลางเครื่องบิน เหตุเมาเปิดเพลงออกลำโพง

 * ผู้โดยสารสาวตบกันนัวกลางเครื่องบิน เหตุเมาเปิดเพลงออกลำโพง *

ผู้โดยสารเครื่องบินตบกัน

ผู้โดยสารเครื่องบินตบกัน

เกิดชุลมุนวุ่ยวาย เมื่อผู้โดยสารสาว 5 ราย เปิดศึกวางมวยทะเลาะตบตีกันสนั่นกลางเครื่องบิน ทำผู้โดยสารแตกตื่นทั้งลำ หลังไม่ลงรอยกันเรื่องเปิดเพลงออกลำโพง

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยคลิปวิดีโอพร้อมรายงานว่า เกิดเหตุผู้โดยสารหญิงจำนวน 5 ราย เปิดศึกทะเลาะวิวาทบนเครื่องบินของสายการบินสปิริต แอร์ไลน์ส ของสหรัฐอเมริกา เที่ยวบิน 141 จากเมืองบัลติมอร์ ในรัฐแมริแลนด์ มุ่งหน้ายังลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากหญิง 2 รายซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา เปิดเพลงผ่านลำโพงเสียงดัง ผู้โดยสารหลายคนรู้สึกรำคาญจึงเข้าไปขอให้หญิงทั้งคู่ที่มาด้วยกันให้ช่วยเบาเสียงลง แต่แทนที่เธอทั้งสองจะให้ความร่วมมือ กลับโยนเครื่องเล่นเพลงทิ้ง พร้อมกับเข้าวางมวยทันที

ผู้โดยสารหญิง 3 รายที่เข้าไปเตือนก็ไม่ยอมแพ้ สู้กลับอย่างสุดกำลัง ต่างปล่อยหมัด จิกหัวกันและกัน ส่งเสียงกรีดร้องสนั่น จนเกิดชุลมุนวุ่นวายอยู่กลางเครื่องบิน ส่วนผู้โดยสารที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างก็ตกอกตกใจรีบดีดตัวออกจากจุดวิวาท บางคนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวิดีโอเพื่อบันทึกภาพไว้

กระทั่งต่อมา ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายจนควบคุมไม่อยู่ บรรดาลูกเรือก็ได้เข้ามาระงับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เสียก่อน โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บรุนแรง

ภายหลังจากเครื่องลงจอดที่สนามบินในลอสแอนเจลิส เจ้าหน้าที่ตำรวจสนามบินพร้อมหน่วย FBI ได้เข้าควบคุมตัวหญิงสาว 5 ราย ไปสอบสวน ก่อนจะปล่อยตัวไปโดยไม่เสียค่าปรับแต่อย่างใด โดยทางเจ้าหน้าที่ได้เผยว่าเนื่องจากหลาย ๆ คนต้องมาอยู่รวมกันบนเครื่องหลาย ๆ ชั่วโมง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนจะไม่พอใจกันจนหมดความอดทนเช่นนี้
ภาพจาก Instagram greenlight.entertainment, sweetassmagu

เรื่องซึ้งจากชายไร้บ้าน เดินส่งสาวตกรถรอในที่ปลอดภัย กลัวเจออันตรายเพราะดึกแล้ว

 * เรื่องซึ้งจากชายไร้บ้าน เดินส่งสาวตกรถรอในที่ปลอดภัย กลัวเจออันตรายเพราะดึกแล้ว *

คนจรจัดฝรั่ง

ถึงจะไร้บ้านแต่ไม่ไร้น้ำใจ คุณลุงคนจรเดินส่งสาวตกรถไฟเที่ยวสุดท้ายไปในที่ปลอดภัย เพื่อรอขึ้นรถไฟเที่ยวใหม่ตอนเช้า หลังเห็นว่าดึกมากแล้ว อาจเกิดอันตรายกับเธอได้

เผยเรื่องราวชวนซาบซึ้งใจของชายไร้บ้านคนหนึ่ง ที่เว็บไซต์เมโทร ได้หยิบยกมานำเสนอในรายงานเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2559 โดย นิโคล เซดเกอเบียร์ สาวชาวอังกฤษ วัย 21 ปี เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจครั้งนี้ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวของเธอว่า

เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ที่สถานีรถไฟอุสตัน ในกรุงลอนดอน นิโคลพลาดรถไฟเที่ยวสุดท้ายที่จะกลับบ้านในเมืองมิลตัน คีนส์ หลังจากไปสังสรรค์กับเพื่อนจนเวลาล่วงเลย และรถไฟเที่ยวต่อไปก็ต้องรอจนกว่าจะเช้า ในเวลานั้นประตูสถานีก็ปิด เธอคิดไม่ออกเลยว่าจะต้องทำอย่างไร เธอไม่มีแม้ที่จะอยู่หรืออาศัยหลบพักได้เลย อีกทั้งเธอยังก็ไม่คุ้นเส้นทางในเมืองหลวงนี้ด้วย ในตอนนั้นเธอรู้สึกสิ้นหวังจนเกือบจะระเบิดอารมณ์ร้องไห้ออกมา

แต่แล้วก็มีชายไร้บ้านคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธออย่างเป็นมิตร ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลาดึกมากแล้ว เขาเกรงว่าเธอที่ทั้งเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวและดื่มแอลกอฮอล์มาอาจจะเป็นอันตรายได้ จึงพาเธอไปนั่งพักยังร้านกาแฟที่ปลอดภัยที่ยังคงเปิดอยู่ และหลังจากนั้นคุณลุงคนไร้บ้านที่ทราบชื่อว่า มาร์ค ก็ขอตัวกลับไปนอนในที่ของตัวเอง พร้อมทั้งสัญญาว่าจะกลับมาหาเธอที่ร้านตอนตี 5 เพื่อพาเธอไปส่งยังสถานีขึ้นรถไฟกลับ ในตอนนั้นเธอเองไม่ได้เชื่อคำพูดสักเท่าไรนัก แต่ก็บอกขอบคุณและได้บอกลากันไป

ทว่าเมื่อถึงตอนเช้า เธอก็พบว่าคุณลุงคนไร้บ้านผู้นี้กลับมารับเธอตามที่สัญญาไว้จริง ๆ ไม่เพียงเท่านั้น เขายังพาเธอขึ้นรถบัสไปส่งด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะไม่หลงทาง ในที่สุดเธอก็เดินทางไปยังสถานีรถไฟและกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย

นิโคล ตัดสินใจเล่าเรื่องราวที่เธอประสบมาอย่างน่าประทับใจเหลือเชื่อให้คนในโลกออนไลน์ฟัง เพื่ออยากจะให้หลาย ๆ คนได้มองเหล่าคนไร้บ้านในมุมมองใหม่ ๆ ไม่อยากให้ดูถูกพวกเขา ซึ่งเมื่อก่อนเธอก็เคยเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ไม่แม้แต่อยากจะสบตา เพราะกลัวว่าจะโดนขอเงิน

แต่เมื่อเธอได้เจอกับเหตุการณ์หนนี้ มันพิสูจน์ให้เธอเห็นอย่างชัดเจนจริง ๆ ว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะน่าหวาดกลัว ยังมีหลายคนที่มีจิตใจแสนดี และทำดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ อย่างน้อยก็มีคุณลุงมาร์คคนนี้หนึ่งคน

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Nicole Sedgebeer

หนุ่มกตัญญูดูแลพ่ออัมพาต ตอนเด็กป่วยขาลีบก็ได้พ่อพารักษา วันนี้ขอทดแทนคุณ

 * หนุ่มกตัญญูดูแลพ่ออัมพาต ตอนเด็กป่วยขาลีบก็ได้พ่อพารักษา วันนี้ขอทดแทนคุณ *

หนุ่มกตัญญูดูแลพ่ออัมพาต

หนุ่มจีนสุดกตัญญูพาพ่อป่วยอัมพาตมาดูแลที่หอพักมหาวิทยาลัย เผยตอนเด็ก ๆ ป่วยเป็นโปลิโอก็ได้พ่อพาตระเวนรักษาจนหายกลับมาเดินได้ แล้วตอนนี้พ่อเป็นอัมพาต จะให้ใจดำ ทิ้งพ่อไปได้อย่างไร

วันที่ 3 มีนาคม 2559 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ เปิดเผยเรื่องราวสุดซึ้งของหนุ่มผู้กตัญญูรู้คุณ เจ้า เต๋อหลง นักศึกษาชายจากมณฑลเหอหนาน ประเทศจีน ที่ย้ายจากบ้านเกิดมาอาศัยในหอพักหลังสอบติดมหาวิทยาลัย แต่ไม่ลืมพาพ่อผู้แก่ชราและป่วยเป็นอัมพาตมาอยู่ด้วย เพื่อที่จะได้ดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง

นายเจ้า เล่าว่าตอนยังเด็ก เขาป่วยหนักด้วยโรคโปลิโอจนเดินไม่ได้ แต่พ่อของเขาไม่เคยยอมแพ้ และต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อทำให้ลูกชายหายขาด เที่ยวพาตระเวนหาที่รักษา จนในที่สุดเขาได้รับการผ่าตัด ทำให้เขากลับมาเดินได้อีกครั้ง

แต่โชคร้ายที่พ่อของนายเจ้ากลับล้มป่วยด้วยภาวะอัมพาต ในช่วงเวลาเดียวกับที่เขากำลังจะไปเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย แม่ของเจ้าเองก็ไม่สามารถดูแลพ่อได้อย่างเต็มที่ เพราะกำลังป่วยด้วยโรคซึมเศร้ารุนแรง

อ่านเพิ่มเติม หนุ่มกตัญญูดูแลพ่ออัมพาต ตอนเด็กป่วยขาลีบก็ได้พ่อพารักษา วันนี้ขอทดแทนคุณ

เผยภาพชิ้นส่วนปริศนาคาดเป็น MH370 มาเลเซียเผยอย่าเพิ่งด่วนสรุป

 * เผยภาพชิ้นส่วนปริศนาคาดเป็น MH370 มาเลเซียเผยอย่าเพิ่งด่วนสรุป *

สิ้นส่วน MH370

เผยภาพชิ้นส่วนปริศนาในโมซัมบิก ผู้เชี่ยวชาญเผยมีความเป็นไปได้สูงว่ามาจากเครื่องบินโบอิ้ง 777 แต่อย่าเพิ่งสรุปว่าเป็น MH370

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2559 เว็บไซต์ Airlive.net เผยภาพถ่ายซากชิ้นส่วนปริศนาในโมซัมบิกที่คาดว่ามาจาก MH370 ผู้เชี่ยวชาญเห็นภาพแล้วเผยตรงกันว่ามีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นชิ้นส่วนเครื่องบินโบอิ้ง 777 จริง แต่ก็ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดกันต่อไป

ซากชิ้นส่วนดังกล่าวถูกค้นพบโดยนายเบลน อลัน กิ๊บสัน นักกฎหมายชาวอเมริกันที่ได้ออกตามหาร่องรอยของ MH370 ด้วยตัวเอง และได้พบมันเกยหาดในโมซัมบิก สังเกตได้ว่าบนชิ้นส่วนมีคำว่า “NO STEP” อยู่

แม้จะยังไม่ได้รับการยืนยันใด ๆ จากทางโบอิ้ง แต่ผู้เชี่ยวชาญได้แสดงความเห็นว่า ชิ้นส่วนที่มีคำว่า “NO STEP” นั้นน่าจะเป็นชิ้นส่วนปีกท้ายของเครื่องบิน

ล่าสุดสำนักข่าว BBC ได้เผยว่า ผู้เชี่ยวชาญจากมาเลเซีย ออสเตรเลีย รวมถึงสหรัฐฯ ได้ชมภาพถ่ายชิ้นส่วนแล้ว และก็ต่างพูดตรงกันว่ามีความเป็นไปได้สูงเลยที่จะมาจากเครื่องบินโบอิ้ง 777

ด้านรัฐมนตรีคมนาคมของมาเลเซียได้เปิดเผยว่า “มีความเป็นไปได้สูงว่าซากชิ้นส่วนที่พบในโมซัมบิกจะเป็นของเครื่องบินโบอิ้ง 777 แต่ผมขอให้ทุกคนอย่าด่วนสรุปว่ามันมาจากเที่ยวบิน MH370” พร้อมเผยว่าตอนนี้ทางมาเลเซียได้ร่วมมือกับทางออสเตรเลียในการนำชิ้นส่วนมาตรวจสอบแล้ว

ภาพจาก Airlive.net

 

ประทับใจ มัสยิดแห่งนี้ต้อนรับเหมียวจรจัด หนีหนาวเข้ามานอนอุ่นได้

 * ประทับใจ มัสยิดแห่งนี้ต้อนรับเหมียวจรจัด หนีหนาวเข้ามานอนอุ่นได้ *

มัสยิด รับแมวมาเลี้ยง

เผยภาพน่ารัก ๆ ชวนยิ้ม มัสยิดในอิสตันบูลกลายเป็นพื้นที่ของทั้งคนทั้งแมว เมื่ออิหม่ามเปิดประตูต้อนรับเจ้าเหมียวจรจัด ให้หนีความเหน็บหนาวของอากาศภายนอกเข้ามานอนอุ่นในมัสยิดได้

เว็บไซต์ Bored Panda เผยภาพน่าประทับใจเหล่านี้ให้ได้ชมกัน พร้อมเล่าว่า อิหม่ามมัสตาฟา อาเฟ แห่งมัสยิดอาซิซ มาหมัด มูดายี ในกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี ดูจะรักและเมตตาแมวเหมียวเป็นพิเศษ เขาเปิดประตูมัสยิดให้เจ้าเหมียวเร่ร่อนทั้งหลายได้เข้ามาพักพิงภายในมัสยิดตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งเหตุผลที่เปิดให้มันได้เข้ามานั่ง ๆ นอน ๆ ร่วมกับคน ก็เพราะอยากให้มันมีที่อบอุ่นได้พักพิง ไม่ต้องเหน็บหนาวอยู่ข้างนอกในช่วงฤดูหนาว

นอกจากจะเปิดมัสยิดให้แมวได้เข้ามาแล้ว อิหม่ามมัสตาฟายังทำให้แขกหน้าขนเหล่านี้ได้รู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้านของพวกมันด้วย เขาเอ็นดูพวกมันและให้พวกมันได้มาคลอเคลีย สวรรค์ของเจ้าเหมียวเลยทีเดียวแหละ

ภาพจาก boredpanda.com

สาวถูกล้างแค้นแอบนอนกับแฟนชาวบ้าน เจอบุกรุมทึ้งแก้ผ้ากลางห้าง

 * สาวถูกล้างแค้นแอบนอนกับแฟนชาวบ้าน เจอบุกรุมทึ้งแก้ผ้ากลางห้าง *

แก้ผ้าชู้กลางห้าง

แก๊งแฟนตัวจริงหึงแรง บุกรุมทึ้งแก้ผ้าสาวกลางห้าง สุดแค้นแอบนอนกับผู้ชายของตัวเอง

วันที่ 1 มีนาคม 2559 เว็บไซต์มิเรอร์ เผยคลิปเหตุการณ์สาวถูกรุมทึ้งแก้ผ้ากลางห้าง โดยในคลิปความยาวราว 30 วินาที เผยให้เห็นหญิงสาวในชุดกระโปรงสีน้ำเงิน ถูกกลุ่มผู้หญิง 3 คนเข้าล็อกตัวแล้วพยายามรุมดึงทึ้งเสื้อผ้าจะแก้ผ้าเธอกลางห้าง พร้อมต่อว่าเสียงดัง โดยสาเหตุเกิดจากสาวรายนี้แอบไปหลับนอนกับแฟนหนุ่มของหญิงคนหนึ่งที่ร่วมก๊วนก่อเหตุ

อย่างไรก็ดี ในที่สุดก็มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 2 นาย เข้ามาระงับเหตุการณ์ได้ก่อนจะบานปลาย

ทั้งนี้ ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเหตุการณ์ในคลิปดังกล่าวซึ่งถูกแชร์ในโลกออนไลน์มาตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดขึ้นที่ไหน แต่เชื่อกันว่าน่าจะเป็นประเทศจีน

ภาพจาก World News สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

คนจับงูทึ่ง งู 2 ตัวพันกันยุ่งเป็นปมแน่น หลังเปิดศึกร่วมสายพันธุ์

 * คนจับงูทึ่ง งู 2 ตัวพันกันยุ่งเป็นปมแน่น หลังเปิดศึกร่วมสายพันธุ์ *

ผสมพันธุ์งู

เดลี่เมล เผยคลิปหาชมยาก งูสีน้ำตาล 2 ตัวพันกันยุ่งเหยิงราวกับปมเชือกที่แก้ไม่ออก คนจับงูสามารถช้อนมันขึ้นมาแบบทั้งก้อนได้เลย

คลิปวิดีโอนี้บันทึกได้จากเมืองแอดิเลด ประเทศออสเตรเลีย หลังจากเจ้าหน้าที่พิทักษ์งูถูกแจ้งให้ไปช่วยจับงูในบ้านหลังหนึ่ง และเมื่อไปถึงก็พบกับเหตุการณ์ที่หาชมยาก เมื่องูสีน้ำตาลตะวันออก 2 ตัว กำลังพันกันแน่นและยุ่งเหยิงเป็นปมงู หลังพวกมันต่อสู้กันอย่างดุเดือด

จากคลิปจะเห็นได้ว่างู 2 ตัวนี้พันกันแน่นมาก จนเจ้าหน้าที่จับงูเอาอุปกรณ์เกี่ยวพวกมันขึ้นมาได้ทั้งปม และเมื่อเขาเพ่งดูก้อนงูดังกล่าว ก็รีบเดินมาหยิบกล้องไปถ่ายใกล้ ๆ เพื่อให้เห็นลักษณะการพันกันของมันชัด ๆ

อย่างไรก็ดีในที่สุดงูตัวใหญ่กว่าก็ปล่อยงูตัวเล็กกว่าได้อย่างง่ายดาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จับงูจะเข้าไปจับมันใส่ลงในถุงผ้า ส่วนงูตัวเล็กก็กลายเป็นซากไปแล้ว เขาก็หยิบมันขึ้นมาด้วยมือเปล่า แล้วใส่ลงในถุงเดียวกัน

ภาพจาก Viral Videos

ใจสลาย ห่านคู่รักจูบลาอาลัยครั้งสุดท้าย ก่อนถูกนำไปทำอาหารตรุษจีน

 * ใจสลาย ห่านคู่รักจูบลาอาลัยครั้งสุดท้าย ก่อนถูกนำไปทำอาหารตรุษจีน *

ห่านคู่รัก

ชาวเน็ตจีนซึ้งปนสะเทือนใจ ภาพห่านคู่รักใช้หน้าอิงแอบแนบชิดกัน ราวกำลังจุมพิตบอกลาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนต้องลาจากกันตลอดชีวิต เพราะถูกนำไปทำเป็นอาหารไหว้วันตรุษจีน

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ เปิดเผยภาพควันหลงวันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็นภาพของห่านคู่รัก 2 ตัวกำลังใช้หน้าอิงแอบแนบชิดกัน โดยมีตัวหนึ่งถูกจับใส่กล่องแล้วรัดไว้ท้ายรถจักรยานยนต์ เหลือเพียงช่องสำหรับให้มันยื่นคอยาว ๆ ลงมาหาคู่ของมัน ราวกับกำลังพยายามจูบลากันครั้งสุดท้าย

นางเติ้ง ชาวชนบทในเมืองเหม่ยโจว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ซึ่งเป็นเจ้าของห่านได้กล่าวกับสื่อว่า ห่านทั้งสองตัวถูกนำไปทำเป็นอาหารเลี้ยงฉลองในวันตรุษจีนเรียบร้อยแล้ว จากเดิมที่พวกเขาตั้งใจจะกินแค่ห่านตัวเมีย แต่ห่านตัวผู้กลับชะตาขาดไปด้วย หลังถูกสุนัขของครอบครัวกัดจนตาย

ทั้งนี้ นางเติ้งยืนยันว่า พวกมันน่าจะมีความสุขกับชีวิตที่ผ่านมา หลังถูกเลี้ยงมาด้วยกันตั้งแต่ยังเป็นลูกห่านตัวน้อย และเติบโตมาด้วยกันจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต

ภาพของห่านคู่รักนี้ทำเอาชาวเน็ตจีนน้ำตาไหลพรากด้วยความซาบซึ้งใจ บ้างก็ว่าเป็นเรื่องราวชวนสะเทือนใจ เมื่อโชคชะตาเล่นตลกกับความรัก ในขณะที่บางส่วนบอกว่าห่านสองตัวนี้น่าอร่อยสุด ๆ

ภาพจาก Sina

คาร์บอมบ์รถทหารกลางเมืองหลวงตุรกี ดับ 28 เจ็บ 61

 * คาร์บอมบ์รถทหารกลางเมืองหลวงตุรกี ดับ 28 เจ็บ 61 *

คาร์บอมบ์รถ ตุรกี

เกิดเหตุคาร์บอมบ์โจมตีขบวนรถทหารกลางกรุงอังการา เมืองหลวงตุรกี ตาย 28 เจ็บ 61 ยังไม่ทราบฝีมือกลุ่มไหน

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุคาร์บอมบ์ในกรุงอังการา เมืองหลวงของตุรกี หลังรถยนต์ซุกซ่อนวัตถุระเบิดถูกจุดชนวนขึ้น ขณะที่ขบวนรถบัสขนบุคลากรทางทหาร ผ่านจุดเกิดเหตุที่อยู่ใกล้ ๆ กับรัฐสภา อาคารราชการ และกองบัญชาการของกองทัพตุรกี แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 28 ราย บาดเจ็บกว่า 61 ราย

โดย นายเมห์เมต คิลิคลาร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอังการา ระบุว่า การโจมตีมีเป้าหมายที่ขบวนรถบัสทหาร ขณะที่ นายกรัฐมนตรี อาห์เหม็ด ดาวูโตกลู ของตุรกี ซึ่งมีกำหนดออกเดินทางไปกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ทราบเหตุการณ์ทำให้ยกเลิกการเดินทางโดยทันที

ด้าน กองทัพตุรกี ได้ออกถ้อยแถลงระบุว่า เหตุระเบิดดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเย็น ใกล้กับรัฐสภาตุรกี อาคารรัฐบาล และเหล่ากองบัญชาการทางทหาร มีเป้าหมายที่รถบัสทหารของกองทัพที่กำลังจอดติดไฟแดง แต่ไม่ได้บอกว่ามีกำลังพลมากน้อยแค่ไหนอยู่บนรถบัสเหล่านั้น

อ่านเพิ่มเติม คาร์บอมบ์รถทหารกลางเมืองหลวงตุรกี ดับ 28 เจ็บ 61

จีนเตรียมเปิดใช้สไลเดอร์ยักษ์ในห้าง สูงกว่า 5 ชั้น คนหวั่นอันตราย

 * จีนเตรียมเปิดใช้สไลเดอร์ยักษ์ในห้าง สูงกว่า 5 ชั้น คนหวั่นอันตราย *

สไลเดอร์ยักษ์ จีน

ห้างในเมืองเซี่ยงไฮ้ เตรียมเปิดสไลเดอร์ความสูง 5 ชั้นสุดหวาดเสียว ให้บริการนักท่องเที่ยว ท่ามกลางกระแสวิตก กลัวว่าอาจจะเกิดอันตราย

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ของจีน เผยภาพการโปรโมทลูกเล่นใหม่ของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเขตผู่ตง เป็นสไลเดอร์ขนาดใหญ่ยักษ์ ความสูงจากชั้น 5 ยาวลงไปยังชั้น 1 แบบรวดเดียวถึง ดูรูปร่างของมันละม้ายคล้ายกับมังกรพันตัวอยู่กลางห้าง แค่เห็นก็น่าหวาดเสียวแล้ว

โดยสไลเดอร์ดังกล่าวนี้ ทางห้างมีแผนเตรียมเปิดให้บริการในช่วงเทศกาลโคมไฟ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ดี ด้านชาวเน็ตจีนที่ได้เห็นรูปของสไลเดอร์ยักษ์นี้ ส่วนใหญ่ต่างเห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ว่า น่ากลัว จะไม่เล่นแน่ ๆ และเกรงว่าอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ส่วนบางรายก็แนะนำว่า อาจจะดีกว่าถ้าตัวสไลเดอร์เป็นแบบโปร่งใส แต่ก็ไม่วายมีบางรายแสดงความคิดเห็นกวน ๆ ว่า แล้วถ้ามีคนตดในนั้นล่ะ จะเป็นอย่างไร !?

อ่านเพิ่มเติม จีนเตรียมเปิดใช้สไลเดอร์ยักษ์ในห้าง สูงกว่า 5 ชั้น คนหวั่นอันตราย