ฮือฮา‘คำชะโนด 3’ ชาวบ้านแห่แวะชม-กราบไหว้วังพญานาค 4 ตระกูลกันคึกคัก

จากกระแส ‘คำชะโนด’ ในอ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ทำให้มีชาวบ้านจากทุกสารทิศแห่เดินทางไปกราบไหว้ปู่ศรีสุทโธและย่าศรีปทุมมา เพื่อขอโชคลาภตามความศรัทธาและความเชื่อกันอย่างล้นหลาม ทำให้ชื่อของ ‘คำชะโนด’ กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ก่อนกระแสของ ‘คำชะโนด’ จะเริ่มขยายไปยังพื้นที่อื่น ล่าสุดพุทธอุทยานหลวงปู่สดได้จัดสร้างพญานาคขึ้นในสวน โดยมีชาวบ้านแห่ไปท่องเที่ยวจำนวนมาก จนได้ชื่อว่าเป็น ‘คำชะโนด 3’

สำหรับที่มาที่ไปของพุทธอุทยานหลวงปู่สด เริ่มจากบริเวณนี้เป็นที่นาเก่ารกร้างของนายณรงค์ เพียรผักแว่น หรือช่างเอ๋ วัย 46 ปี ช่างปั้นงานศิลปะฝีมือดี ก่อนนายณรงค์ได้นิมิตรเห็นหลวงปู่สดลอยอยู่กลางบึงน้ำขนาดใหญ่ จึงริเริ่มทำตามนิมิตรของตัวเองและบูรณะที่นารกร้างจนกลายเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ พร้อมปั้นรูปปั้นหลวงปู่สดขนาดใหญ่อยู่ที่บึงน้ำนี้

ต่อมายังนิมิตรเห็นพญานาคอยู่ตรงบึงน้ำของหลวงปู่สด จึงเริ่มสร้างปั้นรูปพญานาค และตั้งชื่อที่นี่ว่า ‘วังพญานาค 4 ตระกูล พุทธอุทยานหลวงปู่สด’ โดยกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของคนที่มีความเชื่อเรื่องพญานาค ต่างเดินทางมาเยี่ยมชมพุทธอุทยาน

สำหรับผู้ที่สนใจเดินทางไปยัง ‘วังพญานาค 4 ตระกูล พุทธอุทยานหลวงปู่สด’ สามารถเดินทางไปได้ที่ บ้านเลขที่ 37/1 หมู่ 9 บ้านคลองชัน ต.บ้านนา อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

จับแล้วไอ้หื่นติดเอดส์!ลวงด.ญ.ข่มขืน จนมุมศาลาริมทาง รับเมาเห็นเด็กแล้วมีอารมณ์

กรณีสภ.ตาดโตน อ.เมือง จ.สกลนคร พร้อมชุดสืบสวน ภ.จว.สกลนคร และชุดสืบสวน สภ.ตาดโตน จับกุมตัวนายณัฐชัย ดากาวงค์ อายุ 35 ปี ชาวบ้านกกส้มโฮง เขตเทศบาลนครสกลนคร หลังก่อเหตุล่อลวงเด็กหญิงบี (นามสมมติ) อายุ 9 ปี ไปกระทำอนาจารและข่มขืน แต่ไม่สำเร็จ จึงให้เด็กทำออรัลเซ็กซ์ให้ และข่มขู่เด็กห้ามไปบอกใครก่อนปล่อยตัวกลับ เด็กจึงแจ้งพ่อแม่และเข้าแจ้งความ  เหตุเกิดที่บ้านดงยอ ต.พังขว้าง อ.เมือง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 มิ.ย. เวลาประมาณ 18.30 น. ที่ผ่านมา ตรวจสอบพบว่าคนร้ายชื่อนายนัฐชัย อยู่ระหว่างหนีหมายจับของสภ.เมืองสกลนคร และยังพบว่ามีประวัติติดเชื้อเอสไอวี จึงนำตัวเด็กส่งรพ.สกลนคร เพื่อตรวจหาร่องรอยการข่มขืน

 ความคืบหน้า เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 8 มิ.ย. ร.ต.อ.ศรราม คำมณี ชุดสืบสวน สภ.เมืองสกลนคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตาดโตน อ.เมืองสกลนคร สามารถควบคุมตัวนายณัฐชัย ดากาวงค์ อายุประมาณ 35 ปี ชาวบ้านกกส้มโฮง เขตเทศบาลนครสกลนคร ได้ที่ศาลาริมทางบ้านบอน ต.ห้วยยาง อ.เมืองสกลนคร ก่อนคุมตัวมาสอบสวน

นายนัฐชัย ให้การรับสารภาพว่า ผู้ต้องหาเคยติดคุกข้อหากระทำอนาจารเด็ก ออกมาก็ก่อเหตุกระทำอนาจารเด็กในพื้นที่สภ.เมืองสกลนคร แล้วก็มาก่อเหตุข่มขืนเด็กนักเรียนในเขต.สภ.ตาดโตน ยอมรับว่าเวลาเมาแล้วจะมีอารมณ์กับเด็ก จึงหาทางระบายและมองหาเหยื่อที่เป็นเด็ก เดินมาคนเดียวหรือรอผู้ปกครองมารับ จึงลงมือก่อเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับคนร้ายได้ ผู้ปกครองเด็กในหมู่บ้านต่างพากันขอบคุณและเดินทางไปส่งบุตรหลานที่โรงเรียนด้วยความสบายใจ บางคนถึงกับบอกว่า “คนอย่างนี้ต้องอยู่ในคุกตลอดไป เพราะออกมาก็ก่อเหตุอีก” ผู้ปกครองรายหนึ่งกล่าว
ภาพ สภ.เมืองสกลนคร


“สำหรับชาว สุโขทัย ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ สุโขทัย ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO สุโขทัย ด้วยทีมงานมืออาชีพ

วอนช่วยตาวัย 73 โชคร้าย ถูกผึ้งตัวเดียวต่อย แผลลุกลาม เนื้อเน่าจนหลุดเหลือแต่กระดูก ไร้เงินรักษา

วันที่ 12 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีครอบครัวผู้เดือดร้อนโดนผึ้งต่อยแล้วกลายเป็นแผลเน่าเปื่อยจนเหลือแต่กระดูก จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพบนายหลี ดีทา อายุ 73 ปี บ้านเลขที่ 95 หมู่ 1 ต.ขุนฝาง อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ โดยพบว่าที่ขาข้างขวาถูกพันด้วยผ้า มีเพียงปลายเท้าสีดำคล้ำโผล่ออกมา ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งนายหลี เล่าให้ฟังว่าเมื่อเดือน พ.ย.59 ใกล้บ้านมีการเพาะเลี้ยงผึ้ง และมักบินมาหาอาหารที่บริเวณใกล้เคียงรวมถึงที่บ้านตนเป็นจำนวนมาก ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน เช้าวันเกิดเหตุตนเดินไปเข้าห้องน้ำ จะสวมรองเท้า ก็ถูกผึ้ง 1 ตัวต่อยที่นิ้วโป้งเท้า มีอาการบวม แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอวันที่ 2 เท้าบวมและเป็นหนอง จึงใช้เล็บหยิกแล้วบีบเอาหนองออก ต่อมาเริ่มมีสีดำคล้ำ บวม และมีหนองลุกลาม ใช้น้ำมันเหลืองทาก็ไม่หาย กระทั่งเดือน ธ.ค. จึงไปหาหมอที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ หมอบอกว่าเส้นเลือดอุดตัน ต้องผ่าตัดออก แต่ตนเป็นโรคหัวใจโต และความดันโลหิตสูง หมอแจ้งว่าน่าจะไม่พร้อมรับการผ่าตัด มีโอกาสรอด 50/50 จึงกลับมาบ้าน

“ต่อมาก็เริ่มเดินไม่ได้ จนกระทั่งช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื้อบริเวณช่วงขาเน่าเปื่อยหลุดออกจากกระดูก ลูกสาวจึงใช้กรรไกรตัดออก และใช้น้ำเกลือล้างแผล ส่วนบริเวณเท้ายังมีเนื้อติดอยู่ แต่ก็เป็นสีดำคล้ำและเกือบจะหลุดออกจากกระดูกด้วยเช่นกัน มีอาการเจ็บปวดที่แผลเป็นระยะ เครียดมาก อยากหาย แต่ไม่รู้จะรักษาอย่างไร” นายหลี กล่าว

ด้านน.ส.นิรันดร์ ดีทา อายุ 40 ปี ลูกสาวคนที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ดูแลนายหลี เล่าทั้งน้ำตาว่า สงสารพ่อมาก กลัวแผลที่ขาจะลุกลามมากกว่าเดิม พ่อไม่เคยมีประวัติแพ้ผึ้ง เคยโดยผึ้งต่อยแต่ไม่เคยมีอาการรุนแรงแบบนี้ ครั้งนี้ไม่รู้เกิดจากอะไร ทุกวันนี้ทำได้เพียงแค่ล้างแผล อยากให้พ่อได้ผ่าตัดรักษา แต่มีค่าใช้จ่ายสูง เพราะต้องมีแพทย์เฉพาะทางดูแล ทั้งโรคหัวใจ และการผ่าตัดที่ขา ซึ่งครอบครัวตนไม่มีเงิน ทุกวันนี้มีอาชีพทำไร่ข้าวโพด ก็แทบไม่พอใช้จ่ายอยู่แล้ว ตนก็ไม่สามารถไปทำงานได้ เพราะต้องคอยดูแลพ่ออย่างใกล้ชิด เนื่องจากแม่แก่มากแล้วไม่สามารถดูแลพ่อได้ไหว ทั้งอุ้มไปเข้าห้องน้ำ เข้านอน ดูแลเรื่องอาหาร และทำความสะอาดแผลวันละ 2 ครั้ง มีหมออนามัยเข้ามาดูแลและนำน้ำเกลือล้างแผลมาให้ แต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะต้องใช้ปริมาณมาก และยังต้องซื้อแผ่นผ้าอ้อมสำเร็จรูปมาพันแผลเพื่อป้องกันความชื้นด้วย ส่วนเจ้าของผึ้งไม่เคยมาดูแล แต่กำนัน ต.ขุนฝาง ได้สั่งให้เลิกเลี้ยงผึ้งแล้ว

สำหรับผู้ประสงค์บริจาคเงินช่วยเหลือค่าผ่าตัดรักษา นายหลี ดีทา สามารถบริจาคเงินได้ที่บัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาวังสีสูบ ชื่อบัญชี น.ส.นิรันดร์ ดีทา บัญชีเลขที่ 565-2-30808-7

ที่มา>>>ข่าวสด

แชร์ว่อนภาพปลัดเทศบาลนั่งเล่นไพ่ นายกเล็กรับเรื่องจริง สั่งตั้งคณะกรรมการสอบแล้ว

วันที่ 8 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีการแชร์ภาพชายวัยกลางคนนั่งเล่นไพ่กับเพื่อนเป็นวง ท่าทางสนุกสนาน ลักษณะเล่นในสถานที่ราชการ ซึ่งต่อมามีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าชายคนดังกล่าวหน้าตาคล้ายกับปลัดเทศบาลแห่งหนึ่งใน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ รวมถึงมีการตำหนิทั้งคนเล่นการพนันว่าไม่เหมาะสม พร้อมตำหนิผู้บริหาร คือนายกเทศบาลว่าละเว้นต่อหน้าที่ไม่มีการดำเนินการตามระเบียบของราชการ เพราะมีการปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดกฎหมายอย่างโจ๋งครึ่ม

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปพบนายชยพล วงษ์ทอง นายกเทศบาลตำบลสองชั้น เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง โดยนายชยพล ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2558 แต่ถูกนำมาโพสต์เมื่อไม่นาน ซึ่งหลังจากเทศบาลได้ข้อมูลตามภาพ ก็ไม่นิ่งเฉยได้ทำการสอบสวนพยานแวดล้อมที่ปรากฏในภาพ 3-4 คน ทุกคนรับสารภาพว่ามีการเล่นการพนันกันจริง และบุคคลในภาพที่คล้ายกับปลัดเทศบาล ก็เป็นตัวจริงไม่มีการตกแต่งภาพแต่อย่างใด โดยแต่ละภาพจะเล่นต่างสถานที่กัน ส่วนใหญ่จะเป็นงานกีฬาของเทศบาล

 “จึงรายงานให้นายอำเภอกระสังทราบและมีการตั้งคณะกรรมการสอบ โดยล่าสุดปลัดเทศบาลคนดังกล่าว ยอมรับว่าคนในภาพเป็นตนเองและได้เล่นไพ่จริง โดยให้เหตุผลว่าเล่นสนุกๆ เพื่อหาค่ากับข้าวเท่านั้น อย่างไรก็ตามทางเทศบาลก็จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย การสอบจะมีคณะกรรมจากหลายส่วน เชื่อได้ว่าจะให้ความยุติธรรมกับทุกคนที่ปรากฎในภาพ” นายชยพล กล่าว
ที่มา>>>ข่าวสด

ครู-นร. รุมแช่งคนใจร้าย! วางยาเบื่อหมา-แมวตายทั้งโรงเรียน นกเอี้ยงยังไม่เว้น

หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “ดำขาวผู้ภักดี เป็นที่รักของทุกคน น้ำท่วมก็ไม่ทิ้งโรงเรียน กลับสิ้นชีวิตด้วยน้ำมือของคนที่มีจิตต่ำกว่าเดรัจฉานมีแต่ความเบียดเบียนข้าวสักเม็ดไม่เคยเอามาให้ มาวันนี้เอาข้าวไก่ต้มที่เหลือจากไหว้เจ้าคลุกด้วยยาเบื่อ มาให้กินจนสิ้นใจพร้อมกันทั้ง 2 ตัว และนกเอี้ยงอีกสองตัว ขอให้ผู้ที่กระทำจงชดใช้กรรมต่อไป ดำกับขาวสู่สุคติ” เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์การกระทำของคนใจร้ายต่างๆ นานา

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านซอยสอง ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อสอบถามสาเหตุที่เกิดขึ้น และได้พบกับนายสฤษดิ์ สุขสวัสดิ์ อายุ 59 ปี ครูประจำโรงเรียนบ้านซอยสอง เปิดเผยว่า เฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นของผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งวันนี้เดินทางไปประชุม สำหรับโพสต์ข้อความหลังจากที่สุนัขที่เลี้ยงไว้ภายในโรงเรียน ชื่อเจ้าดำและเจ้าขาว พร้อมกับนกเอี้ยงอีก 2 ตัว ตายจากการกินอาหารผสมยาพิษ ที่มีคนเห็นว่ามีชายและหญิงขี่รถจักรยานยนต์นำมาวางไว้ให้บริเวณที่จอดรถในโรงเรียน แต่ไม่ทราบสาเหตุที่ลงมือ ซึ่งนำความเสียใจมาสู่ ผอ.ครู และนักเรียนเป็นอย่างมาก

 หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ก็มีสุนัขโดนวางยาอีก 4 ตัว พร้อมแมว 1 ตัว และนกเอี้ยงอีก 1 ตัวตาย ในลักษณะเอาอาหารมาโยนไว้ให้ ซึ่งครูนักเรียนก็นำไปฝังอีก และล่าสุดเช้าวันนี้ 7 ก.พ. ได้มีสุนัขของชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ละแวกโรงเรียน เดินมาตายที่สนามในโรงเรียนอีก 1 ตัว อาการและสาเหตุเดียวกัน จึงช่วยกันฝังอีก

นายสฤษดิ์ กล่าวอีกว่า ทั้งเจ้าดำและเจ้าขาว เป็นสุนัขที่ไม่ดุร้าย เป็นมิตรกับทุกคน จะคอยระวังคนแปลกหน้าให้กับโรงเรียนแต่ไม่เคยทำร้ายใคร ส่วนสุนัขและแมวที่ตายเป็นของชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้โรงเรียน ที่วนเวียนมากินอาหารเป็นประจำ ซึ่งมาตายบริเวณโรงเรียน ทั้งนี้ขอวอนให้ผู้ที่กระทำเห็นแก่ชีวิตสัตว์โลกด้วยกัน เพราะสัตว์ก็รักชีวิตไม่ต่างกับมนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์ประเสริฐ หากผู้ที่ทำร้ายฆ่าสัตว์เดรัจฉานได้ ก็มีจิตใจที่ต่ำกว่าเดรัจฉาน สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ยังทำให้นักเรียนเสียใจและตกใจที่มีเหตุเศร้าต่อเนื่องเพราะก่อนหน้านี้โรงเรียนก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมาแล้วเพิ่งได้รับการฟื้นฟูไม่คิดว่าจะมีคนใจดำทำกับสัตว์เลี้ยงได้

ที่มา>>>ข่าวสด

แหกโค้งเหินข้ามเลน!! กระบะชนสยองเสาไฟฟ้า หนุ่มดับคาซาก หลังเสียงยางระเบิดลั่นถนน

เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 6 ก.พ. ร.ต.ท.พัชรี วงษ์บุษ รอง สว.(สอบสวน) สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า เกิดอุบัติเหตุรถกระบะหลุดโค้งพุ่งข้ามเกาะกลางถนนชนเสาไฟฟ้าข้างทางหน้าห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต ถ.วิชิตสงคราม ต.วิชิต มีผู้เสียชีวิตติดคาซากรถ จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นถนนขาเข้าเมืองภูเก็ต พบรถกระบะโตโยต้าไฮลักซ์ สีน้ำตาล แต่งซิ่งโหลดเตี้ย ทะเบียน บน 9672 ภูเก็ต สภาพด้านหน้าอัดติดอยู่กับเสาไฟฟ้าพังยับเยิน ภายในรถ พบร่างนายอรุณ กีกาศ อายุ 39 ปี อยู่หมู่ 4 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เลือดอาบร่าง เสียชีวิตติดอยู่กับซากรถ จากนั้นหน่วยกู้ภัยได้ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตส่ง รพ.วชิระภูเก็ต เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด
สอบสวนเบื้องต้นจากผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถกระบะคันดังกล่าวได้ขับมาจากสามแยกวัดนาคา ถ.เจ้าฟ้าตะวันตก ต.วิชิต มุ่งหน้ามายังสี่แยกดาราสมุทร เพื่อเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดไปยังพื้นที่ ต.กะทู้ แต่เมื่อมาถึงบริเวณโค้งตรงข้ามห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต รถเกิดยางแตกเสียงดังลั่นถนน ทำให้รถเกิดเสียหลักหลุดโค้งพุ่งข้ามเกาะกลางถนนและชนกับเสาไฟฟ้าข้างทาง จนเป็นเหตุให้คนขับเสียชีวิตคาซากรถดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

พระเอก “อานัส” ยอมรับแบบแมนๆ รู้จัก “ไซซะนะ” จริง!

จากกรณี มีการแชร์ภาพ 2 พระเอกดัง อ๋อม อรรคพันธ์ นะมาตร์ และ อานัส ฬาพานิช ถ่ายรูปร่วมเฟรมกับไฮโซลาวที่ถูกโยงว่ามีความเกี่ยวข้องกับเจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ “ไซซะนะ” นั้น หลังจากผู้จัดการส่วนตัวของอ๋อม ออกมาเผยว่า ได้ไปร่วมงานแฟชั่นโชว์ที่ลาวจริง แต่ก็มีคนมาขอถ่ายรูปจำนวนมาก ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ไม่ได้รู้จักใครเป็นการส่วนตัว

ล่าสุด รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่องอัมรินทร์ทีวี สัมภาษณ์พระเอก อานัส ฬาพานิช ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ตนได้เห็นรูปดังกล่าวแล้ว ยอมรับว่าเป็นรูปตนจริงๆ แต่ในภาพไม่ใช่นายไซซะนะ ตนไปลาวมาเมื่อ 2 ปีก่อน เมื่อถามว่าแล้วรู้จักกับไซซะนะหรือไม่ อานัสตอบว่า ยอมรับว่ารู้จัก แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าไซซะนะเป็นพ่อค้ายารายใหญ่ พร้อมยังกล่าวติดตลกว่า “ถ้าเขาค้ายา เขาคงไม่บอกผมหรอก”

ที่มา>>>ข่าวสด

อุทาหรณ์! สาวหวิดตาบอด เหตุขับรถผ่านคนตกปลาริมทางเหวี่ยงเบ็ดพันคอ

โลกโซเชียลได้โพสต์เรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Zee Kornkanok ซึ่งได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง ขณะซ้อนรถจักรยานยนต์แล้วถูกเส้นเอ็นของคันเบ็ดเหวี่ยงมาพันคอ จนเกิดบาดแผลลึกที่ใบหน้า
โดยระบุว่า “อุทาหรณ์สำหรับคนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์และคนที่มักง่ายตกปลาริมถนน!! เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28/01/2560 เวลา 17.40 น. ที่ถนนเส้นหลักหกมุ่งหน้าไปทางวัดนาวง ข้างทางมีคนตกปลาอยู่ริมถนนขณะที่คนนั้นกำลังพยายามดึงคันเบ็ดซึ่งตะขอเบ็ดติดอะไรสักอย่างในน้ำ เรากับแฟนขับรถผ่านพอดีแล้วเราก็โดนสายเบ็ดตกปลาที่เป็นเส้นเอ็นเหวี่ยงมาพันที่คอ (เราเป็นคนซ้อนท้ายแฟนเป็นคนขับ) เรารีบพยายามดึงออกจากคอแล้วสายเบ็ดก็ขาดออกจากตัวคันเบ็ดและมาพันที่หน้า คนที่ตกปลาพูดเหมือนจะรับผิดชอบแล้วก็หลบหนีไป

อยากบอกคนที่ชอบตกปลาข้างถนนว่าคุณควรคำนึงถึงคนที่เขาขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านว่ามันจะทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ แต่ก็โชคดีที่ไม่โดนตาแล้วไม่บาดคอหรือตกลงจากรถและรถไม่ล้ม ปล.อยากให้คุณตำรวจสอดส่องดูแล เพราะไม่ใช่สถานที่ตกปลาและอาจจะเกิดกับคนอื่นร้ายแรงกว่านี้ได้คะ”

ที่มา>>>ข่าวสด

วิจารณ์ยับ! สติกเกอร์ติดมอเตอร์ไซค์ “อย่ากลัวตายหรือพิการ พวกเรามันสายหมอบ”

โลกโซเชียลแชร์ภาพหนุ่มขายสติกเกอร์ติดรถจักรยานยนต์ สำหรับลูกค้านั่งซิ่งมอเตอร์ไซค์ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยสติกเกอร์ดังกล่าวเป็นสติกเกอร์สีเหลือง พิมพ์ข้อความว่า “อย่ากลัวตายหรือพิการ พวกเรามันสายหมอบ”“ข้อควรจำ ขับขี่ด้วยความเร็ว-หมอบตลอด-พลังธรรมชาติ-ไม่ต้องถาม “กูทำเต็ม” ระบบเปลี่ยนเกียร์ จากเกียร์ 1 ถึง 3 เตรียมตัวโดด ชิบหายช่างกู”สติกเกอร์นี้สร้างความไม่สบายใจให้แก่ชาวเน็ตจำนวนมาก เพราะหากผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ขี่ด้วยความเร็ว หรือแข่งกันบนท้องถนน จนตายหรือพิการ ย่อมเป็นการสร้างภาระให้แก่สังคมและคนรอบข้างนั่นเอง

ที่มา Drama-addict

เผยเสียชีวิต 2ศพ ติดในซากอีก 1 ราย รถตกเหวลึกที่แม่ออน เชียงใหม่

จากกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ตกเหวข้างทางอัดติดต้นไม้ มีผู้บาดเจ็บ 2 รายติดอยู่ในรถ ขณะนี้รถกู้ชีพ-กู้ภัย จำนวนหลาย 10 คัน ในเขตแม่ออน สันกำแพง เมืองเชียงใหม่ กำลังเดินทางไปช่วยเหลือ พร้อมรถอุปกรณ์ตัดถ่าง และ ชุดกู้ชีพโรยตัว โดยเหตุเกิดช่วงกิ่วฝิ่น-น้ำตกแม่กำปอง หมู่ 3 ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน (เขตติดต่อแม่ออน-แจ้ซ้อน) ซึ่งเป็นทางแคบและสูงชันมากผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุดว่า รถยนต์เสียหลักตกเหวประมาณ 20 เมตร ชนอัดต้นไม้มีผู้ติดอยู่ในรถ จนท.กู้ชีพกำลังให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ช่วงกิ่วฝิ่น-แม่กำปอง หมู่ 3 ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน เบื้องต้นเสียชีวิต 2 ราย ยังติดอยู่ในรถ 1 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตสามารถนำออกมาได้แล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด