สาวเมาขับ เจอหนุ่มขี่ย้อนศร! ชนกันไฟลุก ฉีกร่างขาด 2 ท่อน ดับ 1

เกิดอุบัติเหตุที่ ถ.สุขุมวิทขาเข้าพัทยา สาวใหญ่ไปสังสรรค์กับเพื่อนขับปิกอัพกลับบ้าน เร่งส่งลงสะพานเจอหนุ่มขี่จยย.ย้อนศรมาเลยชนกัน ลากรถคู่กรณีติดไปด้วยก่อนที่ไฟจะลุกไหม้ อีกฝ่ายร่างขาดสองท่อน ตายโดยที่ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร

29-3-59-17

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 28 มี.ค. ร.ต.ท.อำพล คล้ายวงษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุ รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและเกิดเพลิงลุกไหม้ บริเวณช่วงทางลงต่างระดับหน้าวัดมโนรมย์ เส้นทางสุขุมวิทฝั่งขาเข้าพัทยา ม.9 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงรีบประสานรถดับเพลิงเทศบาลนครแหลมฉบัง รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา

ที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้ที่หน้ารถกระบะอีซูซุ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ขร-890 ชบ. และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ100 ไม่ทราบสีและหมายเลขทะเบียน สภาพด้านหน้าพังเสียหายยับเยินจากการชนประสานงากันอย่างแรง และลากไปไกลเกือบ 20 เมตร จนรถจักรยานยนต์ที่ติดไปกับหน้ารถกระบะเกิดเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งคัน ส่วนรถกระบะคู่กรณีถูกเพลิงลุกไหม้แค่ช่วงบริเวณหน้ารถ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนำรถน้ำ มาช่วยดับทัน โดยมีนางสมพร ร้อยโท อายุ 49 ปี คนขับกระบะยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ริมถนน

29-3-59-17 2

ห่างออกไปพบร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ สภาพศพลำตัวท่อนบนและท่อนล่างขาดออกจากกันกระเด็นไปคนละทาง ตรวจสอบภายในตัวไม่พบหลักฐานระบุว่าเป็นใคร ทราบเพียงว่าเป็นชายหนุ่ม อายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อแขนสั้นสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์ขายาว

29-3-59-17 3

สอบสวน นางสมพร คนขับรถกระบะที่อยู่ในอาการมึนเมา ให้การว่า ตนเองได้ไปร่วมสังสรรค์กับเพื่อนที่ศรีราชาและกำลังจะขับกลับพัทยา พอขับขึ้นสะพานต่างระดับอ่าวอุดม และขับส่งลงสะพานมาก็เจอรถจักรยานยนต์ผู้ตายขี่ย้อนศรเข้ามาหาทำให้ตกใจ และรถได้พุ่งชนกันอย่างแรง ลากเอารถคู่ดรณีติดไปด้วยก่อนจะเกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นที่หน้ารถอย่างรวดเร็ว จึงได้จอดแล้วรีบเปิดประตูออกมาจากรถทันที โดยตอนแรกไม่รู้ด้วยซ้ำว่า คนขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิต เนื่องจากตกใจ ประกอบกับมีไฟไหม้ จึงได้เปิดประตูลงมาแล้วไปยืนข้างทาง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง และดับไฟที่หน้ารถได้ทัน จึงทราบว่าคนขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิต

ด้าน ร.ต.ท.อำพล กล่าวว่า ได้ประสานไปทางเจ้าหน้าที่วิทยาการแล้ว เพื่อมาร่วมตรวจสอบสภาพรถและการชนที่จุดเกิดเหตุในการหาสาเหตุที่แน่ชัด ส่วนนางสมพร คนขับรถยนต์กระบะก็ยอมรับว่าได้ดื่มสุรามาจริงก่อนเกิดเหตุ ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ให้ทางโรงพยาบาลแหลมฉบังทำการเจาะเลือด และส่งไปตรวจที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา อีกครั้ง ซึ่งต้องรอผลประมาณ 7 วัน จึงจะทราบผลตรวจวัดแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดคนขับรถกระบะ ส่วนศพผู้ตายได้ส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง และเก็บไว้รอญาติ

ที่มา : thairath

เดือดสนั่น!!! สาวเซเว่นถูกเพื่อนร่วมงานสาดโจ๊กใส่หน้า! เพราะหมั่นไส้ทำงานเก่งกว่า??

เดือดสนั่น!!! สาวเซเว่นถูกเพื่อนร่วมงานสาดโจ๊กใส่หน้า! เพราะหมั่นไส้ทำงานเก่งกว่า?? พอชาวเน็ตไปขุดประวัติเจอแบบนี้!! ถึงกับแค้นแทนสุดๆ!??

กลายเป็นคลิปที่ถูกชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์กันสนั่นโซเชียล หลังเพจดัง YouLike(คลิปเด็ด) ได้แชร์คลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก “บุญจันทร์ อิติบุตรตา” ซึ่งระบุว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกสาวซึ่งทำงานอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อชื่อดัง และถูกอดีตเพื่อนร่วมงานสาดโจ๊กร้อนๆใส่หน้า เพียงเพราะทำงานเก่งกว่า ซ้ำยังนำเรื่องไปโพสต์เยาะเย้ยลงในเฟซบุ๊ก

29-3-59-23

โดยข้อความทั้งหมดระบุว่า

“ลูกเราทำงาน7-11 ผุ้หญิงคนนี้เอาโจ๊กร้อนที่เพิ่งออกจากเวฟมาสาดหน้าลูกเรา แค่เรื่องที่ลูกเราทำงานเก่งกว่า ทำยอดได้เยอะกว่า ทั้งที่ไม่เคยคุยกันเลย ยังทำได้ขนาดนี้ลูกเราเป็นเยอะมากเค้ายังเด็กเกินไปที่จะมาโดนเรื่องร้ายๆอย่างนี้ พอสาดลูกเราแล้วก็ยังโพสต์ลงเฟสเยาะเย้ยลูกเราอีก ทำกันถึงขนาดนี้อย่าให้เค้ามีที่ยืนในสังคมเลยค่ะ เราเป็นแม่เราทำใจไม่ได้แค่เรื่องแค่นี้แต่ทำกันได้ขนาดนี้เลย เราสงสารลูกเราต้องมาเจอเรื่องร้ายๆอย่างนขอความเป็นธรรมให้ลูกสาวเราด้วย”

ทั้งนี้หลังจากที่มีการแชร์คลิปดังกล่าว ชาวเน็ตที่ได้รับชมคลิปได้เข้ามาคอมเม้นท์กันสนั่น และสนับสนุนให้แจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ขณะบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีเหตุผลอื่นนอกจากเรื่องที่ทำงานเก่งกว่าหรือไม่ ถึงได้ก่อเหตุทำร้ายผู้อื่นรุนแรงแบบนี้ นอกจากนี้ยังมีชาวเน็ตบางกลุ่มเข้าไปขุดโพสต์เก่าๆของสาวคนก่อเหตุ ก็พบทั้งข้อความที่โพสต์เยาะเย้ยเหยื่อ และพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อาทิขึ้นสเตตัสด่าลูกค้า

29-3-59-23 229-3-59-23 429-3-59-23 3

ที่มา : tnews

สั่งปลด ! อาเนีย การ์เซียร์ ออกจากตำแหน่ง มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2015

 * สั่งปลด ! อาเนีย การ์เซียร์ ออกจากตำแหน่ง มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2015 *

อาเนีย การ์เซียร์

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประกาศปลด อาเนีย การ์เซียร์ ออกจากตำแหน่ง มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2015

เป็นข่าวที่ทำให้แฟน ๆ นางงามถึงกับช็อกไปตาม ๆ กัน เมื่อล่าสุด วันที่ 24 มีนาคม 2559 ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้โพสต์เฟซบุ๊กประกาศว่า อาเนีย การ์เซียร์ (Anea Garcia) นางงามจากโดมินิกัน ได้ถูกปลดจากตำแหน่ง มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2015 เนื่องจากติดปัญหาส่วนตัว ไม่สามารถกลับมาปฏิบัติภารกิจของมิสแกรนด์ได้

อาเนีย การ์เซียร์

พร้อมกล่าวยินดีต้อนรับ แคลร์ เอลิซาเบธ พาร์คเกอร์ (Claire Elizabeth Parker) นางงามจากออสเตรเลีย ขึ้นรับตำแหน่ง มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2015 และทำหน้าที่ปฏิบัติภารกิจของมิสแกรนด์ต่อไป

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ณวัฒน์ อิสรไกรศีล – Mr.Nawat Itsaragrisil, missgrandinternational.com

แชร์ว่อน ! คลิปตำรวจล้อมจับคนร้ายค้ายาบ้า บู๊สนั่นอย่างกับในหนัง

 * แชร์ว่อน ! คลิปตำรวจล้อมจับคนร้ายค้ายาบ้า บู๊สนั่นอย่างกับในหนัง *

จับยาบ้า วีออสดำ

ตำรวจอุดรธานี แจงดราม่า คลิปตำรวจล้อมจับคนร้ายค้ายาเสพติดดุเดือดอย่างกับในหนังแอ็คชั่น ทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ? ชี้ตำรวจยิงเพื่อสกัดคนร้าย ไม่มีใครบาดเจ็บ ขอประชาชนเข้าใจ

จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.อุดรธานี ไล่ล่าจับกลุ่มคนร้ายค้ายาเสพติดชาวไทยและชาวลาวที่ ต.โนนสูง อ.เมืองอุดรธานี เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2559 ทราบชื่อคือ นายคำพอน หรือแก่น ขุนทะวง อายุ 44 ปี ชาวแขวงนครเวียงจันทน์ สปป.ลาว และนายถาวร แก้วบริสุทธิ์ อายุ 43 ปี

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นไปอย่างดุเดือดเหมือนฉากในภาพยนตร์หนังแอ็คชั่น ตำรวจระดมยิงปืนใส่รถยนต์ของกลุ่มคนร้ายที่พยายามขับพุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหลบหนี มีการทุบกระจกรถของคนร้าย จากการตรวจค้น พบยาบ้าจำนวน 230 เม็ด และเงินสดอีก 20,000 บาท ซึ่งหลังจากคลิปวิดีโอดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็ทำให้หลายคนมองว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกินกว่าเหตุหรือเปล่านั้น

จับยาบ้า วีออสดำ

ล่าสุด (24 มีนาคม 2559) พล.ต.ต. พีระพงษ์ วงศ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ยิงใส่คนร้ายแต่ยิงไปที่ยางรถยนต์เพื่อไม่ให้คนร้ายหลบหนี ส่วนการทุบกระจกรถเพื่อให้รู้ว่าภายในรถมีอาวุธหรือไม่ เพื่่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากที่ผ่านมาคนร้ายมักจะพกอาวุธติดตัวเกือบทุกราย โดยการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจในคลิปไม่ถือว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุเพราะไม่มีใครรับบาดเจ็บ จึงขอให้ประชาชนเข้าใจด้วย

ตม.6 กวาดล้างอาชญากรรม รวบต่างด้าวทำงานผิดประเภท ได้ผู้ต้องหา 23 ราย

กวาดล้าง1

(ภาพจาก:ชุดสืบสวนปราบปราม กก.บคด.บก.ตม.6)

ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 6 ระดมกำลังกวาดล้างแรงงานต่างด้าว ทำงานผิดประเภทที่ระบุไว้ตามใบอนุญาตในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่ และจังหวัดพังงา ได้ผู้ต้องหาชาวพม่า 23 ราย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 มี.ค. 59 พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล ผกก.บคด.บก.ตม.6 (สืบสวนปราบปราม), พ.ต.อ.สัญชัย โชคขยายกิจ ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.สุนทร อรุณนารา ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.บัญชา ลิมปิชาติ สวญ.ตม.จว.กระบี่ พ.ต.ท.นพดล รักชาติ สวญ.ตม.จว.พังงา ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม บุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 23 ราย ชุดจับกุม กก.บคด.บก.ตม.6 ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ต.นิติพงศ์ เนียมน้อย ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ชูศักดิ์ พนัสอัมพร รอง ผบก.ตม.6 นำโดย พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล ผกก.บคด.บก.ตม.6, ร.ต.อ.วิทยา ทองผึ้ง ร.ต.อ.สัญญบัตร ยอดดำเนิน รอง สว.กก.บคด.บก.ตม.6, ด.ต.วรสิทธิ์ ฉาดหลี ด.ต.บัณฑูรย์ เหล่าเจริญ ด.ต.มหาชาติ แสงศรี จ.ส.ต.สุพัฒน์ คชศิริ จ.ส.ต.บุญส่ง ขวัญคง ส.ต.อ.รังสรรค์ ศรีเมือง ผบ.หมู่ กก.บคด.บก.ตม.6 ผนึกกำลังร่วมกับชุดสืบสวน ตม.จว.ภูเก็ต ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ตม.จว.กระบี่ ตม.จว.พังงา จับกุมบุคคลต่างด้าวกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 จำนวน 15 ราย ข้อหาหลบหนีเข้าเมือง 13 ราย และข้อหาไม่แจ้งที่พักอาศัย ตามมาตรา 38 2 ราย กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 จำนวน 8 ราย ข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต 6 ราย และเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานไม่ตรงตามเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต (ทำงานผิดนายจ้าง ผิดสถานที่) 2 ราย นำส่งร้อยเวรสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

กวาดล้าง2

ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 6 ระดมกำลังกวาดล้างแรงงานต่างด้าว

พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล พ.ต.อ.สัญชัย โชคขยายกิจ พ.ต.อ.สุนทร อรุณนารา พ.ต.ท.บัญชา ลิมปิชาติ พ.ต.ท.นพดล รักชาติ กล่าวร่วมกันว่า การออกระดมกวาดล้างจับกุมบุคคลต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. พล.ต.ต.ภาคภูมิ สัจจพันธุ์ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.นิติพงศ์ เนียมน้อย ผบก.ตม.6 และ พ.ต.อ.ชูศักดิ์ พนัสอัมพร รอง ผบก.ตม.6 ที่สั่งการให้เข้มงวดกวดขันในการปราบปรามคนต่างด้าวกระทำผิด โดยมีสโลแกนการปฏิบัติงานของ ผบช.สตม.ที่กล่าวไว้ว่า “คนดีอยู่ง่าย คนร้ายอยู่ยาก” โดยหากประชาชนพบการกระทำความผิดของคนต่างชาติ/ต่างด้าว ที่กระทำความผิดในจังหวัดภาคใต้ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล ผกก.บคด.บก.ตม.6 (สืบสวนปราบปราม) หมายเลขโทรศัพท์ 08-1658-8448 เฟซบุ๊กเพจชื่อ “แจ้งข่าว/เบาะแสอาชญากรรมต่างชาติให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภาคใต้” และแอพพลิเคชั่นไลน์ ไอดี one191919 ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง.

กวาดล้าง3

โดนดำเนินคดีข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานไม่ตรงตามเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต (ทำงานผิดนายจ้าง ผิดสถานที่) 2 ราย

ที่มา>>>Thairath

จ่อส่งฟ้องนอมินีมาเลย์ คืน 85 ล้าน ‘โทนี่ เตียว’ หลังอายัดตรวจสอบ

นอมินีมาเลย์1

จนท.หลายหน่วยงาน ประชุมคดีนักธุรกิจมาเลย์ กว้านซื้อโรงแรมดัง อ.สะเดา มูลค่าหลายพันล้าน จอฟ้อง 2 คนไทยเป็นนอมินี พร้อมคืน 85 ล้านบาท หลังอายัดตรวจสอบ เตรียมส่งเรื่อง ปปง.-DSI สอบเส้นทางการเงิน

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 59 จากกรณีที่ พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ ผบ.ฉก.ร.5 ร่วม กอ.รมน.ภาค 4 สน. จนท.DSI พาณิชย์จังหวัด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สงขลา และ สภ.สะเดา เข้าตรวจสอบ บริษัท MBI GROUP (เอ็มบีไอกรุ๊ป) ซึ่งเป็นบริษัทต่างชาติ ทุ่มทุนทำธุรกิจกว้านซื้อโรงแรมดังในพื้นที่บ้านด่านนอก อ.สะเดา มูลค่าหลายพันล้านบาท พร้อมอายัดเงินสดหลายสุกลได้เกือบ 85 ล้านบาท และเอกสารรอตรวจสอบว่าเป็นนอมินีหรือไม่

จากการประชุมร่วมเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ระหว่าง นายสัญญารักษ์ สินสกุล พาณิชย์จังหวัดสงขลา นายวัชระ ต่างใจ ตัวแทนกรมพัฒนาธุรกิจ และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ หลังจากที่ได้ตรวจเอกสารการจดทะเบียนบริษัท เอ็มบีไอกรุ๊ป มี นายเตียว วุยฮวด อายุ 47 ปี สัญชาติมาเลเซีย เป็นถือหุ้นร้อยละ 49 และพบว่าผู้ถือหุ้นของบริษัทที่เป็นคนไทย 2 คน ถือหุ้นร้อยละ 51 คือ น.ส.นันทภัค ภานุวัฒนากูล และ นายนพโรจน์ ศิริพัฒนธนภาค เป็นการถือหุ้นที่ไม่ถูกต้อง เป็นลักษณะนอมีนี เนื่องจากได้ให้ถ้อยแถลงและถ้อยคำให้การอันเชื่อถือได้ว่าทั้ง 2 เป็นนอมินี มีความผิดตามมาตร 36 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยได้ตรวจสอบเอกสารจดทะเบียนบริษัทและหนังสือบริคณห์สนธิ คนไทยทั้งคู่ให้การต่อพาณิชย์จังหวัดและคณะว่า เงินที่ถือหุ้นร้อยละ 51 เป็นเงินที่ทาง นายเตียว วุยฮวด ให้ยืมเงินมาชำระค่าหุ้น ซึ่งแสดงว่าทั้ง 2 ไม่ได้มีเงินมาร่วมหุ้น ถือว่าเป็นแจ้งข้อมูลเท็จ

ซึ่งบริษัทในเครือบริษัท เอ็มบีไอกรุ๊ป ที่มีปัญหาเรื่องผิด พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ประกอบด้วย บริษัท เอ็มบีไอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ทุนจดทะเบียน 42,000,000 บาท มี นายเตียว วุยฮวด นายเตียว อี้เหม็ง นายเตียว จี้จ่าว วัตถุประสงค์ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และบริษัท เค.เอ.ดับเบิลยู. จำกัด ทุนจดทะเบียน 125 ล้านบาท ทำธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต และห้องชุด มี นายเตียว วุยฮวด เป็นกรรมการ

นอมินีมาเลย์2

จนท.เตรียมส่งเรื่อง ปปง.-DSI สอบเส้นทางการเงินนักธุรกิจมาเลย์ หลังกว้านซื้อโรงแรมดัง อ.สะเดา มูลค่าหลายพันล้าน

จากการตรวจสอบที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาสะเดา จ.สงขลา พบว่า การเข้าซื้อกิจการโรงแรมเคพีเค ทั้งหมดในมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท ไม่มีการแจ้งรายงานมายังกรมสรรพากร และไม่ได้ทำการเสียภาษีแต่อย่างใด ซึ่ง นายกัง พีเกี๊ยต อดีตเจ้าของโรงแรมกล่าวเพียงสั้นๆ กับผู้สื่อข่าวว่า ขายหุ้นทั้งหมดให้กับเอ็มบีไอ และปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นใหม่แทนคนเก่า และกล่าวว่าไม่ต้องเสียภาษี

ด้าน พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.สะเดา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ให้เจ้าหน้าที่นิติกร มาแจ้งความดำเนินคดีต่อ พ.ต.อ.ไวยวิทย์ นพรัตน์ ผกก.สส.สภ.สะเดา ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินคดี และจะส่งเรื่องทั้งหมดให้ ปปง. และ DSI ตรวจสอบเส้นทาง และที่มาของเงินต่อไป อีกทั้ง จะรวบรวมพยานเอกสารคำให้การส่งฟ้องภายในสิ้นเดือนนี้

ล่าสุด พ.อ.ไพศาล ชี้แจงว่า ได้คืนเงิน 85 ล้านบาท ในส่วนที่ได้อายัดมาตรวจสอบให้กับ นายเตียว วุยฮวด แล้วเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ผ่านทางธนาคารกรุงเทพ สาขาหาดใหญ่ ส่วนคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สะเดา เป็นผู้ทำสำนวนให้อัยการยื่นฟ้องคดีเรื่องนอมินีในเร็วๆ นี้ พร้อมให้ นายเตียว วุยฮวด รายงานตัวทุกครั้งที่เข้า-ออกไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเตียว วุยฮวด หรือ โทนี่ เตียว ได้กลับมาบริหารงานที่โรงแรมเอ็มโฮเทลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีลูกน้องทั้งไทยและมาเลเซีย เดินตามหลังเป็นจำนวนมาก.

ที่มา>>>Thairath

แฉสนั่น เทศกิจจับชายต่างชาติทิ้งขยะนอกพื้นที่ตัวเอง-หยิบเงินไปหลายพัน

 * แฉสนั่น เทศกิจจับชายต่างชาติทิ้งขยะนอกพื้นที่ตัวเอง-หยิบเงินไปหลายพัน *

เทศกิจจับชายต่างชาติ

แฉสนั่น เทศกิจจับชายต่างชาติทิ้งขยะย่านสนามหลวง หยิบเงินจากกระเป๋าอีกฝ่ายหลายพัน ชี้แบบนี้เหมือนปล้นกัน ประชาชนเข้ามาถามก็ไม่ยอมตอบอะไร แล้วขี่รถหนีไป

วานนี้ (15 มีนาคม 2559) คุณ ธุรีดิน แห้งผาด ได้มีการเผยแพร่คลิปการปฏิบัติหน้าที่ของเทศกิจรายหนึ่ง ซึ่งมีพฤติกรรมเหมือนการปล้นชาวต่างชาติ หลังจากพบว่าเทศกิจเขตปทุมวันรายนี้ ได้มาจับปรับชายต่างชาติที่ทิ้งขยะแถวคลอดหลอด สนามหลวง ซึ่งไม่ใช่ท้องที่ของตนเอง โดยหยิบเงินจากกระเป๋าของอีกฝ่ายไปหลายพันบาท

โดยจากคลิป เผยให้เห็นผู้ถ่ายคลิปที่กำลังยื้ดหยุดกระชากเสื้อของเทศกิจรายหนึ่ง

ที่แขนเสื้อเผยให้เห็นว่ามาจากท้องที่เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

คนถ่ายคลิปพยายามถามว่าไปเอาเงินชาวต่างชาติทำไม และพยายามถามชื่อ แต่เทศกิจรายนี้ก็ไม่ยอมตอบอะไร

แถมพยายามสะบัดตัวให้หลุด เดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ของตัวเองหลบหนีไป

ในขณะที่เจ้าของคลิปสามารถกระชากป้ายชื่อของเทศกิจรายดังกล่าวมาได้ ระบุว่าชื่อ นายไพโรจน์ ทินโน พนักงานเทศกิจ ส.1

ทั้งนี้ก็ต้องมาติดตามความคืบหน้ากันต่อไป ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวอย่างไรบ้าง และเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวเป็นเทศกิจจากท้องที่ปทุมวันจริงหรือไม่อย่างไร

ภาพและข้อมูลจาก คุณ ธุรีดิน แห้งผาด

เจ๋งสุดยอด โปสเตอร์แฟนเมด Civil War ฝีมือคนไทย สวยเตะตาจนผู้กำกับตัวจริงขอซื้อ !

 * เจ๋งสุดยอด โปสเตอร์แฟนเมด Civil War ฝีมือคนไทย สวยเตะตาจนผู้กำกับตัวจริงขอซื้อ ! *

โปสเตอร์แฟนเมด Civil War

คนไทยไม่แพ้ใครในโลก โปสเตอร์แฟนเมดหนัง Captain America: Civil War ฝีมือแอดมิดเพจเทพเจ้าคอนเน็ตโต้ สวยแจ่มเตะตาจนผู้กำกับหนังตัวจริงต้องขอซื้อ

มีเรื่องเจ๋ง ๆ กับความภาคภูมิใจในฝีมือคนไทยมาบอกกล่าวให้ร่วมชื่นชมกันอีกแล้ว รับรองจะทำคอหนังได้ยิ้มปลื้มไปตาม ๆ กัน เมื่อทางเพจเทพเจ้าคอนเน็ตโต้ ซึ่งเป็นเพจรวมผู้ชื่นชอบคลั่งไคล้ในหนัง เกม เพลง และป๊อปคัลท์เจอร์ ได้ทำโปสเตอร์แฟนเมดภาพยนตร์ Captain America: Civil War หนังดังภาคล่าสุดของค่ายมาร์เวลออกมา สวยคลาสสิกอย่าบอกใครในสไตล์เรโทร แถมไม่เพียงแต่จะเป็นที่ชื่นชอบของลูกเพจเท่านั้น เพราะเมื่อแอดได้นำผลงานนี้ไปโพสต์ในดีเวียนอาร์ตเว็บไซต์ดังแหล่งรวมนักวาดออนไลน์ ก็มีคนเข้ามาติดต่อขอซื้อเสียด้วย

และล่าสุด (16 มีนาคม 2559) คุณแอดมินเพจเทพเจ้าคอนเน็ตโต้ ยังแคปรูปจากกล่องข้อความมายืนยันชัด ๆ ว่าคนที่มาขอซื้อนี่ก็ไม่ธรรมดานะจ๊ะ เป็นถึงทีมงานของ แอนโธนี และโจ รุสโซ ผู้กำกับตัวจริงเสียงจริงของ Captain America: Civil War ที่บอกว่าผู้กำกับทั้งสองเห็นโปสเตอร์นี้แล้วก็ปลื้มมาก อยากจะได้มันไปแปะประดับที่ออฟฟิศจริง ๆ

แบบนี้ต้องขอยกนิ้วโป้งให้แอดมินเพจเทพเจ้าคอนเน็ตโต้ เจ้าของผลงานโปสเตอร์แฟนเมดอันนี้รัว ๆ ฝีมือคนไทย เจ๋งสุดยอดไม่แพ้ใครเลยจริง ๆ 😀

ภาพจาก เฟซบุ๊กเทพเจ้าคอนเน็ตโต้

แล้งวิกฤติ! ขาดน้ำทั่วประเทศ 17-19 มี.ค.ไทยร้อนสุดในรอบ 50 ปี

แล้งวิกฤติ

เตือนปีนี้ร้อนระอุรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี ไทยเป็นประเทศที่ร้อนที่สุดในกลุ่มอาเซียนโดยเฉพาะวันที่ 17-19 มี.ค.นี้ ระวังอาจเกิดคลื่นความร้อน “ฮีตเวฟ” ที่จะส่งผลกระทบต่อร่างกาย ขณะที่ปัญหาภัยแล้งสร้างความเดือดร้อนกระจายไปทั่วประเทศขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้

สถานการณ์ภัยแล้งลุกลามไปทั่วประเทศ ประชาชนต่างเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า โดยผู้สื่อข่าวรายงานปัญหาภัยแล้งเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ว่า พื้นที่ 11 หมู่บ้าน ต.ออนใต้ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ประสบภัยแล้งอย่างรุนแรง สอบถามนายนิคม ยะคำ กำนัน ต.ออนใต้ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเทศบาลตำบลออนใต้ ได้แก้ปัญหาโดยบรรทุกน้ำใช้บรรจุไว้ในถังน้ำขนาดใหญ่ กลางหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านเพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ ส่วนเรื่องพืชผลการเกษตรไม่ต้องพูดถึงงดทำหมด ส่วนที่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ จากสภาพอากาศที่ร้อน อบอ้าวทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่ไปเล่นน้ำใน ลำน้ำแม่แจ่ม ริมถนนสายฮอด-แม่สะเรียง ส่งผลให้ การจราจรบนถนนดังกล่าวติดขัดเพราะรถจอดสองฝั่งถนนทำให้วิ่งได้ช่องทางเดียว และที่สำคัญมีการทิ้งขยะเรี่ยราดไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาแก้ไข

ในขณะที่แม่น้ำโขงหลายพื้นที่ประสบน้ำแห้งขอด แต่ที่ จ.เชียงรายปรากฏว่าแม่น้ำโขงเพิ่ม พรวดอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อสายวันเดียวกันระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย สูงขึ้นอย่างผิดปกติจากเมื่อวันที่ 14 มี.ค. วัดระดับน้ำโขงอยู่ที่ 2.19 เมตร และเช้าวันนี้วัดได้ 3.28 เมตร สูงขึ้นถึง 1.09 เมตรในวันเดียว สอบถามนายมานพ ไทยหล่อ หัวหน้าศูนย์สำรวจอุทกวิทยาที่ 12 เชียงแสน เปิดเผยว่า ระดับน้ำโขงที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วอาจจะส่งผลกระทบกับชาวบ้านที่ตั้งเครื่องสูบน้ำริมแม่น้ำโขง ผู้เลี้ยงปลากระชังและร้านอาหารริมแม่น้ำ สาเหตุที่น้ำสูงขึ้นเพราะทางการจีนเปิดเขื่อนยักษ์ระบายน้ำเพิ่มลงสู่แม่น้ำโขงจากวันละ 1,000 ลูกบาศก์เมตร เป็น 2,100 ลูกบาศก์เมตร

ด้าน จ.พะเยา นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ. พะเยาพร้อมข้าราชการ พ่อค้าและประชาชนกว่า 3,000 คน ร่วมกันเดินรณรงค์ประหยัดน้ำไปตามถนนในเขตชุมชนเทศบาลเมืองพะเยาและถือป้ายคำว่า “SAVE WATER PHAYAO” เพื่อเป็นสัญลักษณ์ และเป็นการเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด หลังกว๊านพะเยา แหล่งน้ำที่สำคัญของจังหวัด ที่ใช้ในการผลิตประปาเข้าสู่วิกฤติหนัก เหลือน้ำในกว๊านพะเยาเพียง 13.5 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถนำไปผลิตน้ำประปาได้เพียง 3 ล้านลูกบาศก์เมตร เท่านั้นและจะใช้ได้เพียงแค่ 70 วัน

ขณะที่นายนิติชัย วิริยานนท์ นอภ.สูงเม่น จ.แพร่ ร่วมกับชาวบ้านใน ต.สบสาย ระดมสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำยมบริเวณคอสะพานเชื่อมระหว่างบ้านหาดลี่กับบ้านวังวนซึ่งเป็นบริเวณที่มีน้ำไหลผ่านเล็กน้อยเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในพื้นที่ 2 ตำบลคือ ต.สบสายกับ ต.บ้านปง ซึ่งมีพื้นที่การเกษตรนับหมื่นไร่ ตามด้วย จ.น่าน พล.ต.ชัยณรงค์ แกล้วกล้า ผบ.มณฑลทหารบกที่ 38 สั่งกำลังทหารนำรถบรรทุกน้ำประปาดื่มได้ไปช่วยเหลือวัดเขาน้อยเทศรังสี ต.ดู่ใต้ อ.เมืองน่าน เนื่องจากไม่สามารถสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ได้เพราะน้ำใต้ดินมีน้อยช่วงหน้าแล้ง

ส่วน จ.ตาก นายสมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ ผวจ. ตาก พื้นที่ 4 อำเภอคือ อ.สามเงา อ.บ้านตาก อ.วังเจ้า และ อ.เมืองตาก กำลังประสบปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำอย่างหนักแม้ว่าจะมีเขื่อนภูมิพลแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากเพราะมีน้ำน้อยที่สุดเท่าที่สร้างเขื่อนมา ส่วนที่ อ.แม่สอด ขณะนี้เร่งสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอดเพิ่มอีก 1 แห่งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน และจากสภาพอากาศที่ร้อนระอุวัดได้ 40.8 องศา ทำให้ประชาชนพากันเล่นน้ำตามแหล่งน้ำสาธารณะต่างๆ โดยเฉพาะที่วังปลาบ้านหมื่นฤาชัย ต.พบพระ อ.พบพระ จ.ตาก แต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวทั้งจากในพื้นที่และใกล้เคียงเข้ามาพักผ่อน รวมทั้งชาวเมียนมาจากเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมาข้ามมาเล่นน้ำเช่นกัน

ที่ จ.กำแพงเพชร พระสงฆ์ ชาวบ้านและนักเรียน ร่วมซ่อมแซมฝายกั้นลำน้ำคลองสวนหมาก หมู่ 1 บ้านนาบ่อคำ ต.นาบ่อคำ อ.เมืองกำแพงเพชร เพื่อเตรียมเก็บน้ำไว้อุปโภคบริโภคในหน้าฝนนี้ สำหรับปีนี้ปริมาณน้ำที่ไหลจาก อ.คลองลานผ่านลำน้ำ คลองสวนหมากลดลงจนเหลือน้อยอย่างผิดปกติและไม่เคยเป็นมาก่อน ขณะที่นางสำลี กาลภักดี อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ที่ 1 ต.ถาวรวัฒนา อ.ทรายทองวัฒนา จ.กำแพงเพชร เจ้าของสวนกล้วยไข่ เปิดเผยว่า ปีนี้ผลผลิตลดน้อยลงมากและไม่ได้คุณภาพแต่ละเครือมีจำนวนหวีน้อย ผลกล้วยลีบเล็กไม่สามารถขายได้ ต้องตัดทิ้งสาเหตุมาจากขาดน้ำจึงต้องปรับเปลี่ยนการให้น้ำจากเดิมที่เคยสูบใส่ร่องน้ำระหว่างต้นกล้วยมาใช้สายยางเดินรดน้ำทีละต้นเพื่อเป็นการประหยัดน้ำและทำให้ต้นกล้วยยืนต้นอยู่ได้จนถึงฤดูฝน

ส่วน จ.นครสวรรค์ ชาวนา อ.ชุมแสง ดิ้นรนหาน้ำทำนาโดยขยับความลึกของบ่อเพิ่มมากขึ้น หลังน้ำบาดาลในพื้นที่เริ่มสูบไม่ออก สอบถามนายภิรมย์ จันทร์เขียว ชาวนาหมู่ 9 ต.พิกุล อ.ชุมแสง กล่าวว่า จากปัญหาภัยแล้งรุนแรงและขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้นจนทำให้ขณะนี้บ่อบาดาลของชาวนาจำนวนมากที่ขุดไว้ไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาได้ เนื่องจาก น้ำใต้ดินแห้งต้องจ้างคนงานขุดบ่อบาดาลให้ลึกลงกว่าเดิมและเพิ่มวงบ่อขึ้นอีก ขณะที่ชาวบ้านใน ต.ปากน้ำโพ อ.เมืองนครสวรรค์ นำฝูงกระบือกว่า 10 ตัวลงเล่นน้ำในแม่น้ำปิงเพื่อคลายร้อน หลังสภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์สูงถึง 39-41 องศาติดต่อกันหลายวัน

ที่ จ.มุกดาหาร จากที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดหาดทรายริมแม่น้ำโขง โดยเฉพาะที่หาดมโนภิรมย์ บ้านชะโนด ต.ชะโนด อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร มีหาดทรายโผล่ยาวนับ 10 กม.กลายเป็นหาดทรายทะเลน้ำจืดขนาดใหญ่และสวยงาม ชาวบ้านเลยจับจองจัดเตรียมซุ้มขายอาหารและนำห่วงยางมาให้เช่าที่ชายหาดไม่ต่ำกว่า 60 ซุ้ม อย่างไรก็ตามคาดว่าอีก 2-3 วัน ระดับน้ำโขงจะเพิ่มอย่างรวดเร็ว เนื่องจากจีนเปิดเขื่อนระบายน้ำเพิ่มอีกเท่าตัว สำหรับ จ.เลย ตำรวจ สภ. ด่านซ้าย นำรถบรรทุกน้ำไปช่วยเหลือชาวบ้าน หมู่ 13 บ้านห้วยอ้อย ต.ศรีสองรัก อ.ด่านซ้าย จ.เลย เนื่องจากไม่มีน้ำใช้และน้ำป่าไหลน้อยต้องแย่งน้ำกันใช้ถึงขั้นทำข้อตกลงร่วมกันว่าใช้น้ำวันคู่วันคี่ สำหรับหมู่บ้านใดที่ขาดแคลนน้ำใช้ ขณะที่ จ.หนองคาย สถานีสูบน้ำชั่วคราวแห่งที่ 1 บ้านดอนคง ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้สูบน้ำจากแม่น้ำโขงมาใช้ผ่านลำห้วยหลวงจนไปถึงปลายทางที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี

จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและระดับน้ำลดส่งผลให้ปลาในสระบัว แหลมสมิหลา เขตเทศบาลนครสงขลาลอยตายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เทศบาลต้องตักซากปลาขายให้โรงงานผลิตอาหารสัตว์ร่วม 400 กก.เช่นเดียวกับที่คลองข้างวัดหาดส้มแป้น ต.หาดส้มแป้น จ.ระนอง ปลาลอยตายจำนวนมาก สาเหตุ น้ำแห้งและเหม็นเน่า ส่วน รพ.ควนกาหลง จ.สตูล ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำจากภัยแล้งทำให้น้ำในบ่อบาดาลของโรงพยาบาลแห้ง โดย พญ.นันทิกานต์ อุบล ผอ.รพ.ควนกาหลง กล่าวว่า การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อไม่ให้กระทบกับผู้ป่วยโดยกำหนดเวลาจ่ายน้ำประปาให้กับเจ้าหน้าที่ที่พักในโรงพยาบาลเป็นเวลาและ จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต นำรถบรรทุกน้ำไปเติมท่อน้ำดื่มให้ลิงกว่า 1,500 ตัวบนเขาโต๊ะแซะ อ.เมืองภูเก็ต ได้กินและอาบวันละ 2 เที่ยว เนื่องจากอากาศร้อนจัด

ด้าน จ.ราชบุรี ต้นลำไยในสวนที่หมู่ 1 ต.น้ำพุ อ.เมืองราชบุรี ของนายธนู งามยิ่งยวด อายุ 60 ปี เริ่มยืนต้นตายกว่า 400 ต้นโดยนายธนู กล่าวว่า ปลูกลำไยมากว่า 50 ปี แต่เก็บผลผลิตไม่ได้มาสองปีแล้ว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเกิดภัยแล้ง และน้ำลำห้วยน้ำพุมีสารพิษจากโรงงานกำจัดกากขยะอุตสาหกรรมที่ อ.จอมบึงปนเปื้อนไม่สามารถนำมารดต้นลำไยได้จึงต้องปล่อยให้ยืนต้นตายไปเรื่อยๆ และที่อ่างเก็บน้ำไทยประจัน ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรีชาวบ้านกว่า 100 คน พากันลงจับปลาในอ่าง เนื่องจากน้ำในอ่างแห้งขอดและปลาเริ่มตาย

นอกจากภัยแล้งส่งผลกระทบด้านอื่นๆแล้วยังส่งผลให้พังทรุดด้วยโดยเฉพาะถนนเลียบคลองลาดหลวงหมู่ 8 ต.บางหลวง อ.บางเลน จ.นครปฐม เป็นถนนหินคลุกขนาดกว้าง 6 เมตร พังทรุดยาวราว 30 เมตร ด้านริมคลองทรุดตัวลึกลงกว่า 60 ซม. สาเหตุเพราะน้ำในคลองแห้งขอด สอบถามนายบุญเส็ง จูมัจฉะ นายก อบต.บางหลวง เปิดเผยว่า อบต.ได้ตรวจสอบความเสียหายเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างของบประมาณเพื่อซ่อมแซม เช่นเดียวกับที่ถนนรังสิต-นครนายก ช่วงบริเวณคลอง 12 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่เทศบาลสนั่นรักษ์นำรถแบ็กโฮมาตอกเสาเข็มเพื่อป้องกันดินสไลด์ตัว หลังจากถนนทรุดลงเกือบ 1 เมตร ยาวกว่า 50 เมตร สาเหตุเพราะน้ำในคลองแห้ง ส่วนน้ำในคลองเก้า ต.บึงบา อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานีมีน้ำเพียงเล็กน้อยจนเดินข้ามฝั่งได้

นายอำนวย ตระกูลศุภชัย หัวหน้าเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมพู่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่น้ำตกชันตาเถร ต.บางพระซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวมาเที่ยวจำนวนมาก แต่ขณะนี้น้ำตกชันตาเถรทั้ง 4ชั้น น้ำเริ่มแห้งขอดเหลือเพียงพื้นทราย เศษใบไม้และโขดหินจะเหลือบ้างในแอ่งเล็กๆชั้นต้นของน้ำตกที่ยังพอมีแอ่งน้ำให้ปลาในน้ำตกพอจะอาศัยอยู่ได้แต่คงอีกไม่นานคงแห้งหมดและอาจส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าด้วย

ด้านนายจิรพล สินธุนาวา อาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ปีนี้อากาศจะร้อนกว่าปีก่อนเพราะมีมวล อากาศร้อนจากมหาสมุทรแปซิฟิกมีอุณหภูมิสูงขึ้นจากปกติในรอบ 50 ปี พัดเข้ามาปกคลุมโดยในแผนที่มวลอากาศพบว่า ประเทศไทยจะร้อนที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนในช่วงวันที่ 17-19 มี.ค.นี้ และสิ่งที่น่ากังวลคือ มวลอากาศดังกล่าวมีโอกาสที่จะเปลี่ยนเป็นคลื่นความร้อนหรือ “ฮีตเวฟ” ได้ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิยิ่งสูงขึ้นและร้อนในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเลยทีเดียว ทั้งนี้ คลื่นความร้อน จะเกิดได้เมื่อมีองค์ประกอบ คือ อากาศมีอุณหภูมิร้อนเกิน 42 องศาเซลเซียสติดต่อกันเกิน 24 ชั่วโมง มีความชื้นสัมพัทธ์ หรือหน่วยวัดระดับความชื้นในอากาศที่ใช้คำนวณมวลของไอน้ำใน มีค่าเกิน 70 %

ส่วนนายปริญญา เพ็งสมบัติ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวในการประชุมเชิงปฏิบัติการ เชื่อมโยงสร้างเครือข่ายการผลิตการตลาดข้าวว่า ปัจจุบันการผลิตข้าวลดลงเหลือ 27 ล้านตัน จากปีที่ผ่านมามีผลผลิต 30 ตัน ทั้งนี้ เป็นผลเนื่องจากปัญหาภัยแล้งและตลาดการส่งออกที่ลดลง ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์จึงสอดรับนโยบายรัฐ เรื่องการลดต้นทุนการผลิตและการจัดการเกษตรที่ดีและเหมาะสม (GAP) โดยเน้นการซื้อขายกันเองภายในสหกรณ์เพื่อให้เกษตรกรมั่นใจว่าจะไม่โดนกดราคาและได้ราคาที่ยุติธรรมแน่นอน

ที่มา>>>Thairath

หมาตัดหน้า! สาวใหญ่หักหลบ รถตู้ชนทะลุร้าน เสียหายหลายแสน

หมาตัดหน้า

สาวใหญ่รับหน้าที่โชเฟอร์รถตู้ รับผู้โดยสารจาก กทม. มุ่งหน้าสกลนคร ถึงหนองหาน อุดรธานี มีสุนัขวิ่งตัดหน้าเลยหักหลบจนพุ่งชนกำแพง ก่อนชนทะลุเข้าไปในร้านทำหลังคาเหล็ก ผู้โดยสารบาดเจ็บเล็กน้อย 15 คน แต่เสียหายหลายแสน…

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 11 มี.ค. 59 ขณะที่ พ.ต.ท.สุริยา โพธิชาเนตร รอง ผกก.สอบสวน สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถตู้เสียหลักชนกำแพงรั้วร้านภัทรหลังคาเหล็กทะลุเข้าไปในร้าน ชนกับเครื่องมือรีดหลังคาเหล็กและสิ่งของอื่นๆ ได้รับความเสียหายจำนวนมาก และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้โดยสารที่มากับรถตู้จำนวน 15 คน เหตุเกิดหน้าโรงงานผลิตหลังคาเหล็ก ตั้งอยู่ริมถนนสายกุมภวาปี-หนองหาน บ้านหนองสะหนาย หมู่ 13 ต.หนองหาน อ.หนองหาน

ที่เกิดเหตุพบรถตู้โดยสารยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน ฮง 7906 กรุงเทพฯ พุ่งชนทะลุกำแพงและฝาผนังเข้าไปในร้านเหล็กดังกล่าว สภาพด้านหน้าชนกับแท่นรีดเหล็กพังยับเยิน ผู้โดยสารจำนวน 15 คน ได้รับบาดเจ็บฟกช้ำและมีบาดแผลตามร่างกาย ศีรษะ ไม่มีผู้บาดเจ็บสาหัส ส่วนคนขับเป็นผู้หญิง ชื่อนางอุษา โพธิเนตร อายุ 47 ปี บ้านอยู่ อ.คำตากล้า จ.สกลนคร

จากการสอบสวนในเบื้องต้น ทราบว่านางอุษา ได้ขับรถตู้คันดังกล่าวออกจากกรุงเทพฯ พร้อมด้วยผู้โดยสารมาเต็มคัน วิ่งมาตามถนนสายกุมภวาปี-หนองหาน เพื่อจะไปที่ จ.สกลนคร พอขับมาถึงบริเวณหน้าวิทยาลัยการอาชีพหนองหาน รถวิ่งมาด้วยความเร็วมีสุนัขตัดหน้า จึงหักหลบ รถเสียหลักพุ่งชนกำแพงรั้ว ก่อนชนกับฝาผนังร้านค้าทะลุเข้าไปในร้านเหล็ก ชนกับเครื่องรีดและอุปกรณ์การทำหลังคาเหล็กจึงหยุดได้

สำหรับค่าเสียหาย ประเมินเบื้องต้นอยู่ในหลักหลายแสนบาท แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสและเสียชีวิต หลังตรวจที่เกิดเหตุแล้วทางตำรวจได้มอบให้หน่วยกู้ภัยทางหลวง ลากรถออกจากร้านเพื่อจะได้ตรวจสอบอย่างละเอียด ประเมินค่าเสียหายที่แท้จริงต่อไป.

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์