แล้งวิกฤติ! ขาดน้ำทั่วประเทศ 17-19 มี.ค.ไทยร้อนสุดในรอบ 50 ปี

แล้งวิกฤติ

เตือนปีนี้ร้อนระอุรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี ไทยเป็นประเทศที่ร้อนที่สุดในกลุ่มอาเซียนโดยเฉพาะวันที่ 17-19 มี.ค.นี้ ระวังอาจเกิดคลื่นความร้อน “ฮีตเวฟ” ที่จะส่งผลกระทบต่อร่างกาย ขณะที่ปัญหาภัยแล้งสร้างความเดือดร้อนกระจายไปทั่วประเทศขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้

สถานการณ์ภัยแล้งลุกลามไปทั่วประเทศ ประชาชนต่างเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า โดยผู้สื่อข่าวรายงานปัญหาภัยแล้งเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ว่า พื้นที่ 11 หมู่บ้าน ต.ออนใต้ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ประสบภัยแล้งอย่างรุนแรง สอบถามนายนิคม ยะคำ กำนัน ต.ออนใต้ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเทศบาลตำบลออนใต้ ได้แก้ปัญหาโดยบรรทุกน้ำใช้บรรจุไว้ในถังน้ำขนาดใหญ่ กลางหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านเพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ ส่วนเรื่องพืชผลการเกษตรไม่ต้องพูดถึงงดทำหมด ส่วนที่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ จากสภาพอากาศที่ร้อน อบอ้าวทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่ไปเล่นน้ำใน ลำน้ำแม่แจ่ม ริมถนนสายฮอด-แม่สะเรียง ส่งผลให้ การจราจรบนถนนดังกล่าวติดขัดเพราะรถจอดสองฝั่งถนนทำให้วิ่งได้ช่องทางเดียว และที่สำคัญมีการทิ้งขยะเรี่ยราดไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาแก้ไข

ในขณะที่แม่น้ำโขงหลายพื้นที่ประสบน้ำแห้งขอด แต่ที่ จ.เชียงรายปรากฏว่าแม่น้ำโขงเพิ่ม พรวดอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อสายวันเดียวกันระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย สูงขึ้นอย่างผิดปกติจากเมื่อวันที่ 14 มี.ค. วัดระดับน้ำโขงอยู่ที่ 2.19 เมตร และเช้าวันนี้วัดได้ 3.28 เมตร สูงขึ้นถึง 1.09 เมตรในวันเดียว สอบถามนายมานพ ไทยหล่อ หัวหน้าศูนย์สำรวจอุทกวิทยาที่ 12 เชียงแสน เปิดเผยว่า ระดับน้ำโขงที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วอาจจะส่งผลกระทบกับชาวบ้านที่ตั้งเครื่องสูบน้ำริมแม่น้ำโขง ผู้เลี้ยงปลากระชังและร้านอาหารริมแม่น้ำ สาเหตุที่น้ำสูงขึ้นเพราะทางการจีนเปิดเขื่อนยักษ์ระบายน้ำเพิ่มลงสู่แม่น้ำโขงจากวันละ 1,000 ลูกบาศก์เมตร เป็น 2,100 ลูกบาศก์เมตร

ด้าน จ.พะเยา นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ. พะเยาพร้อมข้าราชการ พ่อค้าและประชาชนกว่า 3,000 คน ร่วมกันเดินรณรงค์ประหยัดน้ำไปตามถนนในเขตชุมชนเทศบาลเมืองพะเยาและถือป้ายคำว่า “SAVE WATER PHAYAO” เพื่อเป็นสัญลักษณ์ และเป็นการเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด หลังกว๊านพะเยา แหล่งน้ำที่สำคัญของจังหวัด ที่ใช้ในการผลิตประปาเข้าสู่วิกฤติหนัก เหลือน้ำในกว๊านพะเยาเพียง 13.5 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถนำไปผลิตน้ำประปาได้เพียง 3 ล้านลูกบาศก์เมตร เท่านั้นและจะใช้ได้เพียงแค่ 70 วัน

ขณะที่นายนิติชัย วิริยานนท์ นอภ.สูงเม่น จ.แพร่ ร่วมกับชาวบ้านใน ต.สบสาย ระดมสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำยมบริเวณคอสะพานเชื่อมระหว่างบ้านหาดลี่กับบ้านวังวนซึ่งเป็นบริเวณที่มีน้ำไหลผ่านเล็กน้อยเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในพื้นที่ 2 ตำบลคือ ต.สบสายกับ ต.บ้านปง ซึ่งมีพื้นที่การเกษตรนับหมื่นไร่ ตามด้วย จ.น่าน พล.ต.ชัยณรงค์ แกล้วกล้า ผบ.มณฑลทหารบกที่ 38 สั่งกำลังทหารนำรถบรรทุกน้ำประปาดื่มได้ไปช่วยเหลือวัดเขาน้อยเทศรังสี ต.ดู่ใต้ อ.เมืองน่าน เนื่องจากไม่สามารถสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ได้เพราะน้ำใต้ดินมีน้อยช่วงหน้าแล้ง

ส่วน จ.ตาก นายสมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ ผวจ. ตาก พื้นที่ 4 อำเภอคือ อ.สามเงา อ.บ้านตาก อ.วังเจ้า และ อ.เมืองตาก กำลังประสบปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำอย่างหนักแม้ว่าจะมีเขื่อนภูมิพลแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากเพราะมีน้ำน้อยที่สุดเท่าที่สร้างเขื่อนมา ส่วนที่ อ.แม่สอด ขณะนี้เร่งสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอดเพิ่มอีก 1 แห่งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน และจากสภาพอากาศที่ร้อนระอุวัดได้ 40.8 องศา ทำให้ประชาชนพากันเล่นน้ำตามแหล่งน้ำสาธารณะต่างๆ โดยเฉพาะที่วังปลาบ้านหมื่นฤาชัย ต.พบพระ อ.พบพระ จ.ตาก แต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวทั้งจากในพื้นที่และใกล้เคียงเข้ามาพักผ่อน รวมทั้งชาวเมียนมาจากเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมาข้ามมาเล่นน้ำเช่นกัน

ที่ จ.กำแพงเพชร พระสงฆ์ ชาวบ้านและนักเรียน ร่วมซ่อมแซมฝายกั้นลำน้ำคลองสวนหมาก หมู่ 1 บ้านนาบ่อคำ ต.นาบ่อคำ อ.เมืองกำแพงเพชร เพื่อเตรียมเก็บน้ำไว้อุปโภคบริโภคในหน้าฝนนี้ สำหรับปีนี้ปริมาณน้ำที่ไหลจาก อ.คลองลานผ่านลำน้ำ คลองสวนหมากลดลงจนเหลือน้อยอย่างผิดปกติและไม่เคยเป็นมาก่อน ขณะที่นางสำลี กาลภักดี อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ที่ 1 ต.ถาวรวัฒนา อ.ทรายทองวัฒนา จ.กำแพงเพชร เจ้าของสวนกล้วยไข่ เปิดเผยว่า ปีนี้ผลผลิตลดน้อยลงมากและไม่ได้คุณภาพแต่ละเครือมีจำนวนหวีน้อย ผลกล้วยลีบเล็กไม่สามารถขายได้ ต้องตัดทิ้งสาเหตุมาจากขาดน้ำจึงต้องปรับเปลี่ยนการให้น้ำจากเดิมที่เคยสูบใส่ร่องน้ำระหว่างต้นกล้วยมาใช้สายยางเดินรดน้ำทีละต้นเพื่อเป็นการประหยัดน้ำและทำให้ต้นกล้วยยืนต้นอยู่ได้จนถึงฤดูฝน

ส่วน จ.นครสวรรค์ ชาวนา อ.ชุมแสง ดิ้นรนหาน้ำทำนาโดยขยับความลึกของบ่อเพิ่มมากขึ้น หลังน้ำบาดาลในพื้นที่เริ่มสูบไม่ออก สอบถามนายภิรมย์ จันทร์เขียว ชาวนาหมู่ 9 ต.พิกุล อ.ชุมแสง กล่าวว่า จากปัญหาภัยแล้งรุนแรงและขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้นจนทำให้ขณะนี้บ่อบาดาลของชาวนาจำนวนมากที่ขุดไว้ไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาได้ เนื่องจาก น้ำใต้ดินแห้งต้องจ้างคนงานขุดบ่อบาดาลให้ลึกลงกว่าเดิมและเพิ่มวงบ่อขึ้นอีก ขณะที่ชาวบ้านใน ต.ปากน้ำโพ อ.เมืองนครสวรรค์ นำฝูงกระบือกว่า 10 ตัวลงเล่นน้ำในแม่น้ำปิงเพื่อคลายร้อน หลังสภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์สูงถึง 39-41 องศาติดต่อกันหลายวัน

ที่ จ.มุกดาหาร จากที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดหาดทรายริมแม่น้ำโขง โดยเฉพาะที่หาดมโนภิรมย์ บ้านชะโนด ต.ชะโนด อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร มีหาดทรายโผล่ยาวนับ 10 กม.กลายเป็นหาดทรายทะเลน้ำจืดขนาดใหญ่และสวยงาม ชาวบ้านเลยจับจองจัดเตรียมซุ้มขายอาหารและนำห่วงยางมาให้เช่าที่ชายหาดไม่ต่ำกว่า 60 ซุ้ม อย่างไรก็ตามคาดว่าอีก 2-3 วัน ระดับน้ำโขงจะเพิ่มอย่างรวดเร็ว เนื่องจากจีนเปิดเขื่อนระบายน้ำเพิ่มอีกเท่าตัว สำหรับ จ.เลย ตำรวจ สภ. ด่านซ้าย นำรถบรรทุกน้ำไปช่วยเหลือชาวบ้าน หมู่ 13 บ้านห้วยอ้อย ต.ศรีสองรัก อ.ด่านซ้าย จ.เลย เนื่องจากไม่มีน้ำใช้และน้ำป่าไหลน้อยต้องแย่งน้ำกันใช้ถึงขั้นทำข้อตกลงร่วมกันว่าใช้น้ำวันคู่วันคี่ สำหรับหมู่บ้านใดที่ขาดแคลนน้ำใช้ ขณะที่ จ.หนองคาย สถานีสูบน้ำชั่วคราวแห่งที่ 1 บ้านดอนคง ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้สูบน้ำจากแม่น้ำโขงมาใช้ผ่านลำห้วยหลวงจนไปถึงปลายทางที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี

จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและระดับน้ำลดส่งผลให้ปลาในสระบัว แหลมสมิหลา เขตเทศบาลนครสงขลาลอยตายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เทศบาลต้องตักซากปลาขายให้โรงงานผลิตอาหารสัตว์ร่วม 400 กก.เช่นเดียวกับที่คลองข้างวัดหาดส้มแป้น ต.หาดส้มแป้น จ.ระนอง ปลาลอยตายจำนวนมาก สาเหตุ น้ำแห้งและเหม็นเน่า ส่วน รพ.ควนกาหลง จ.สตูล ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำจากภัยแล้งทำให้น้ำในบ่อบาดาลของโรงพยาบาลแห้ง โดย พญ.นันทิกานต์ อุบล ผอ.รพ.ควนกาหลง กล่าวว่า การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อไม่ให้กระทบกับผู้ป่วยโดยกำหนดเวลาจ่ายน้ำประปาให้กับเจ้าหน้าที่ที่พักในโรงพยาบาลเป็นเวลาและ จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต นำรถบรรทุกน้ำไปเติมท่อน้ำดื่มให้ลิงกว่า 1,500 ตัวบนเขาโต๊ะแซะ อ.เมืองภูเก็ต ได้กินและอาบวันละ 2 เที่ยว เนื่องจากอากาศร้อนจัด

ด้าน จ.ราชบุรี ต้นลำไยในสวนที่หมู่ 1 ต.น้ำพุ อ.เมืองราชบุรี ของนายธนู งามยิ่งยวด อายุ 60 ปี เริ่มยืนต้นตายกว่า 400 ต้นโดยนายธนู กล่าวว่า ปลูกลำไยมากว่า 50 ปี แต่เก็บผลผลิตไม่ได้มาสองปีแล้ว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเกิดภัยแล้ง และน้ำลำห้วยน้ำพุมีสารพิษจากโรงงานกำจัดกากขยะอุตสาหกรรมที่ อ.จอมบึงปนเปื้อนไม่สามารถนำมารดต้นลำไยได้จึงต้องปล่อยให้ยืนต้นตายไปเรื่อยๆ และที่อ่างเก็บน้ำไทยประจัน ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรีชาวบ้านกว่า 100 คน พากันลงจับปลาในอ่าง เนื่องจากน้ำในอ่างแห้งขอดและปลาเริ่มตาย

นอกจากภัยแล้งส่งผลกระทบด้านอื่นๆแล้วยังส่งผลให้พังทรุดด้วยโดยเฉพาะถนนเลียบคลองลาดหลวงหมู่ 8 ต.บางหลวง อ.บางเลน จ.นครปฐม เป็นถนนหินคลุกขนาดกว้าง 6 เมตร พังทรุดยาวราว 30 เมตร ด้านริมคลองทรุดตัวลึกลงกว่า 60 ซม. สาเหตุเพราะน้ำในคลองแห้งขอด สอบถามนายบุญเส็ง จูมัจฉะ นายก อบต.บางหลวง เปิดเผยว่า อบต.ได้ตรวจสอบความเสียหายเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างของบประมาณเพื่อซ่อมแซม เช่นเดียวกับที่ถนนรังสิต-นครนายก ช่วงบริเวณคลอง 12 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่เทศบาลสนั่นรักษ์นำรถแบ็กโฮมาตอกเสาเข็มเพื่อป้องกันดินสไลด์ตัว หลังจากถนนทรุดลงเกือบ 1 เมตร ยาวกว่า 50 เมตร สาเหตุเพราะน้ำในคลองแห้ง ส่วนน้ำในคลองเก้า ต.บึงบา อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานีมีน้ำเพียงเล็กน้อยจนเดินข้ามฝั่งได้

นายอำนวย ตระกูลศุภชัย หัวหน้าเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมพู่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่น้ำตกชันตาเถร ต.บางพระซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวมาเที่ยวจำนวนมาก แต่ขณะนี้น้ำตกชันตาเถรทั้ง 4ชั้น น้ำเริ่มแห้งขอดเหลือเพียงพื้นทราย เศษใบไม้และโขดหินจะเหลือบ้างในแอ่งเล็กๆชั้นต้นของน้ำตกที่ยังพอมีแอ่งน้ำให้ปลาในน้ำตกพอจะอาศัยอยู่ได้แต่คงอีกไม่นานคงแห้งหมดและอาจส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าด้วย

ด้านนายจิรพล สินธุนาวา อาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ปีนี้อากาศจะร้อนกว่าปีก่อนเพราะมีมวล อากาศร้อนจากมหาสมุทรแปซิฟิกมีอุณหภูมิสูงขึ้นจากปกติในรอบ 50 ปี พัดเข้ามาปกคลุมโดยในแผนที่มวลอากาศพบว่า ประเทศไทยจะร้อนที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนในช่วงวันที่ 17-19 มี.ค.นี้ และสิ่งที่น่ากังวลคือ มวลอากาศดังกล่าวมีโอกาสที่จะเปลี่ยนเป็นคลื่นความร้อนหรือ “ฮีตเวฟ” ได้ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิยิ่งสูงขึ้นและร้อนในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเลยทีเดียว ทั้งนี้ คลื่นความร้อน จะเกิดได้เมื่อมีองค์ประกอบ คือ อากาศมีอุณหภูมิร้อนเกิน 42 องศาเซลเซียสติดต่อกันเกิน 24 ชั่วโมง มีความชื้นสัมพัทธ์ หรือหน่วยวัดระดับความชื้นในอากาศที่ใช้คำนวณมวลของไอน้ำใน มีค่าเกิน 70 %

ส่วนนายปริญญา เพ็งสมบัติ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวในการประชุมเชิงปฏิบัติการ เชื่อมโยงสร้างเครือข่ายการผลิตการตลาดข้าวว่า ปัจจุบันการผลิตข้าวลดลงเหลือ 27 ล้านตัน จากปีที่ผ่านมามีผลผลิต 30 ตัน ทั้งนี้ เป็นผลเนื่องจากปัญหาภัยแล้งและตลาดการส่งออกที่ลดลง ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์จึงสอดรับนโยบายรัฐ เรื่องการลดต้นทุนการผลิตและการจัดการเกษตรที่ดีและเหมาะสม (GAP) โดยเน้นการซื้อขายกันเองภายในสหกรณ์เพื่อให้เกษตรกรมั่นใจว่าจะไม่โดนกดราคาและได้ราคาที่ยุติธรรมแน่นอน

ที่มา>>>Thairath

เปิดหน้าล่าสุด สุรชัย สมบัติเจริญ หน้าเข้าที่แล้วหลังศัลยกรรมได้ 1 เดือน

 * เปิดหน้าล่าสุด สุรชัย สมบัติเจริญ หน้าเข้าที่แล้วหลังศัลยกรรมได้ 1 เดือน *

สุรชัย สมบัติเจริญ หน้าเข้าที่รึยัง

เปิดหน้าล่าสุด สุรชัย สมบัติเจริญ เวลาผ่านไป 1 เดือนหลังศัลยกรรมเฟซ ออฟ ตอนนี้หน้าเข้าที่แล้ว จะหนุ่มกระชากวัยขนาดไหน มาดูกันเลย

นับว่าเป็นข่าวฮือฮาที่สังคมจับตามองอย่างมาก หลังจากที่นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง สุรชัย สมบัติเจริญ ได้ออกมาเปิดหน้าใหม่ หลังเข้าทำศัลยกรรมแบบเฟซ ออฟ (Face off) เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2558 ซึ่งเป็นที่เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าใบหน้าของเขานั้นดูหนุ่มขึ้นอย่างมาก กระชากวัยสุด ซึ่งเจ้าตัวก็เปิดใจว่าแฮปปี้กับหน้าใหม่มาก แม้ว่าขณะนั้นใบหน้าจะเพิ่งทำมาได้เพียง 20 วัน เสร็จไป 80% ซึ่งถือว่ายังไม่เข้าที่นักก็ตาม

มาจนถึงตอนนี้ (13 มีนาคม) ก็นับว่าเวลาผ่านไปได้ครบ 1 เดือนพอดี นับจากวันที่ สุรชัย สมบัติเจริญ เริ่มทำศัลยกรรม ทางเพจ เล็กซ์ซี่กัดโบกัสแฉ จึงได้นำภาพถ่ายล่าสุดของนักร้องลูกทุ่งคนดังมาให้ชมกันชัด ๆ ว่าในตอนนี้หน้าของสุรชัยเข้าที่แล้ว อาการบวมลดลง เผยให้เห็นหน้าใหม่ฉบับอัพเดทที่ลดอายุลงกว่าเดิมไปมากสุด ๆ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก เล็กซ์ซี่กัดโบกัสแฉ

เจมส์ เจ้าตูบแสนรู้จาก “ขำกลิ้งลิงกับหมา” ตายแล้ว

 * เจมส์ เจ้าตูบแสนรู้จาก “ขำกลิ้งลิงกับหมา” ตายแล้ว *

เจมส์ หมาพิกบลู ขำกลิ้งลิงกับหมา

สำนักข่าวไทย รายงานว่า เจ้าเจมส์ สุนัขพิทบูลคู่หูปังคุงจากรายการดังของญี่ปุ่น “ขำกลิ้งลิงกับหมา” ตายแล้วเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2559 ด้วยอายุ 12 ปี ส่วนปังคุงยังอยู่ดีในสวนสัตว์อะโซของญี่ปุ่น อายุได้ 15 ปีแล้ว

เจมส์ เป็นสุนัขบูลด็อกที่เกิดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2546 โด่งดังเป็นที่รู้จักในเมืองไทยเมื่อปี พ.ศ. 2550 หลังจากที่มีการนำรายการวาไรตี้ฮา ๆ ของญี่ปุ่น “ขำกลิ้งลิงกับหมา” มาออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวี

ขำกลิ้งลิงกับหมา เป็นรายการวาไรตี้บอกเล่าเรื่องราวระหว่าง ปังคุง ชิมแปนซีน้อย กับ เจมส์ สุนัขคู่หู ที่ได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจต่าง ๆ ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น ไปทะเล ไปหาหมอ ไปสวนสนุก ไปซื้อของ เป็นต้น โดยช่วงที่รายการถูกนำมาออกอากาศในไทย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็ชื่นชอบกันมาก เพราะปังคุงกับเจมส์เป็นคู่หูที่แสนรู้ ทำอะไรก็ดูน่ารักน่าชังไปหมด

กระปุกดอทคอมก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสียเจ้าเจมส์มา ณ ที่นี้ และแล้วปังคุงและเจมส์ก็เหลือแค่ตำนานให้คิดถึงเท่านั้น

ภาพจาก 阿蘇カドリー・ドミニオン, Baggy Bulldogs

หนักกว่านี้ก็เจอมาแล้ว ‘แดน’ ขำๆ เจอตั้งเพจ ‘ทวงคืนแพตตี้อังศุมาลินจากแดนวรเวช’

แพท1

แม้ความรักระหว่าง แดน วรเวช ดานุวงศ์ กับ แพทตี้ อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา จะหวานชื่นกันดีไม่มีปัญหา แต่ในโซเชียลเน็ตเวิร์คกลับมีคนตั้งแฟนเพจเฟซบุ๊ก ‘ทวงคืนแพตตี้อังศุมาลินจากแดนวรเวช’ แถมมีคนกดไลค์กว่า 20,000 คน เจอทวงกันโต้งๆ แบบนี้เห็นทีต้องถามหนุ่มแดนว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง

“เห็นครับ ก็ตลกดีนะ จริงๆ แล้วมันเป็นเพจที่ไม่ได้ซีเรียส จะทวงคืนกันโหดร้ายขนาดนั้น ออกแซวๆ กันมากกว่า” แดนว่ายิ้มๆ

ก่อนจะบอกต่อว่ากระแสคอมเม้นท์ทางด้านลบนั้นเจอมาตั้งแต่แรก เพราะมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบในการคบกันของทั้งคู่ ดังนั้นจึงแค่ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ซึ่งเพจดังกล่าวแพทตี้น่าจะได้เห็นแล้วแต่คงไม่ได้ซีเรียส เพราะมองเป็นการแซวกันมากกว่าจะมองเป็นกระแสต่อต้าน ส่วนที่ว่าแฟนคลับแพทตี้เป็นคนทำขึ้น อันนี้ตนไม่ทราบ

แพท2

“สิ่งที่ผมเห็นมันไม่ได้แรงนะ มันจิกกัดแบบเรารู้สึกถึงการหยอกล้อมากกว่า ถ้าเกิดเทียบกับช่วงแรกๆ อันนั้นอีกความรู้สึกนึง แต่ตอนนี้ผมว่าอารมณ์แซวเล่นกันมากกว่า ผมว่าก็ตลกดี ล่าสุดเห็นมีทวงคืนกันไปทวงคืนกันมา ถ้าเกิดว่ามาในทิศทางนี้เราก็โอเค หยอกล้อกัน ซึ่งดูผ่านๆ อันที่คนเขาแชร์กันเยอะๆ มันก็จะเด้งมา ก็เออตลกดี ผมว่าแพทก็น่าจะตลกดี ได้คุยกันน้อยมากเลยครับ แบบเห็นหรือยังอันนี้ เขาก็เห็นแล้วตลกดี” แดนกล่าว

แพท3

และต่อคำถามที่ว่ากลัวเรื่องราวจะบานปลายไหม แดนบอก “ไม่หรอก เราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำ การที่เราคุยกัน สถานะเราตอนนี้ เราไม่ได้ทำอะไรที่ประเจิดประเจ้อที่มันดูไม่ดีในสายตาของคน ก็ปล่อยผ่านครับ ไม่มีอะไร อย่างที่บอกก็แซวกันไปมา เรารู้สึกว่ามันมีมานานแล้ว แต่คงมาหนักๆ ช่วงที่ผมกับน้องไปเที่ยวกันต่างประเทศ ตอนนั้นผมลงรูปเยอะมาก ปกติผมไม่ค่อยลงรูป”

แพท4

ขอขอบคุณภาพจาก อินสตาแกรม@danworrawech

ที่มา>>>sanook

เจมส์ คู่หูปังคุงจาก “ขำกลิ้งลิงกับหมา” ตายแล้ว

ปังคุง

เฟซบุ๊กแฟนเพจสวนสัตว์ อาโซ คัดดลี่ โดมิเนี่ยน (Aso Cuddly Dominion) ในญี่ปุ่น เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา “เจมส์” สุนัขบูลด็อกสีขาว ได้เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 12 ปี ซึ่งถ้าเทียบกับอายุมนุษย์ประมาณ 80 ปี

เจมส์ โด่งดังจากการเป็นคู่หูกับ “ปังคุง” ลิงชิมแปนซี ในรายการวาไรตี้เกี่ยวกับสัตว์ “เทนไซ ชิมุระ โดบุทสึเอ็น” (Tensai! Shimura Doubutsuen) ทางช่อง NTV หรือที่ไทยซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาฉายในชื่อรายการ “ขำกลิ้งลิงกับหมา” เมื่อ 9 ปีก่อน

ด้าน ปังคุง เมื่อปี 2012 ปังคุงไปทำร้ายเจ้าหน้าที่ฝึกหัดหญิงคนหนึ่ง จึงต้องเกษียณงานจากการแสดงทั้งหมดที่ทำอยู่ โดยเมื่อเดือน ก.ย.2558 มีรายงานว่า ปังคุงกับภรรยาชื่อว่า “โปโกะจัง” เพิ่งจะมีลูกสาวตัวใหม่ชื่อว่า “พูรินจัง” ซึ่งทางสวนสัตว์เปิดรอบให้เข้าไปชมและถ่ายรูปได้แล้ว

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก阿蘇カドリー・ドミニオン

ที่มา>>>sanook

พลิกมุมสู้ฉลุยโลด! เกษตรกรหญิงทำนาปรังเจ๊ง หันปลูกมะเขือเทศพันธุ์เด็ด รายได้งามโกยวันละ 2 พัน

มะเขือเทศ1

เกษตรกร ตำบลนาตงวัฒนา ตำบลบ้านแป้น อำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร ประสบปัญหาเพลี้ยระบาดข้าวนาปรัง ทำการไถกลบหันมาปลูกมะเขือเทศพันธุ์อิหล่า พืชอายุสั้น ใช้น้ำน้อย ลงทุน 5 พันบาท ในพื้นที่ 4 ไร่ ปลูกเพียง 2 เดือน เก็บผลผลิตรายได้งามวัน ละ 2,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศใน จ.สกลนคร ช่วง 3-4 วัน ที่ผ่านมา อุณหภูมิสูงเฉลี่ย 37-38 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัว ตามมาด้วยปัญหาภัยแล้งที่คืบคลานมาพร้อมกัน ส่งผลให้แหล่งน้ำทางการเกษตรแห้งขอด กระทบไปทุกหย่อมหญ้า เกษตรได้รับผลกระทบจากการเพาะปลูก และการเลี้ยงปศุสัตว์ ต้องต่างพากันปรับตัวสู้กับสถานการณ์ โดยเฉพาะข้าวนาปรังปีนี้เสียหายหมดกลายเป็นพื้นที่โล่งให้เห็น บางรายปล่อยที่นาทิ้งไว้รอฤดูฝนทำนาปี แต่ส่วนใหญ่ต้องดิ้นรนหารายได้เลี้ยงชีพ เช่นกัน กับเกษตร ใน ต.นาตงวัฒนา อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร ต่างพากันหันมาปลูกมะเขือเทศส่งขายโรงงานในช่วงแล้งนี้

นาง เพชรมณี โพธิ์บุญเรือง อายุ 43 ปี เกษตรกร บ.นาตงใหญ่ กล่าวว่า ตนประสบปัญหาทำนาปรัง เนื่องจากขาดน้ำและประสบปัญหาเพี้ยระบาด พยามแก้ไขแล้วแต่ดูท่าจะไม่ไปรอด จึงไถกลบหันมาปลูกมะเขือเทศรวมกับกลุ่มกับเกษตรกรรายอื่นๆ แล้วติดต่อโรงงานมาตั้งจุดรับซื้อในตำบล สำหรับมะเขือเทศเป็นพันธุ์อิหล่า (มข.0.2) เป็นพันธุ์ที่นิยมนำไปผลิตเป็นซอสมะเขือเทศ โดยเริ่มแรกลงทุนเพียง 5,000 บาท เพาะปลูกในพื้นที่ 4 ไร่ ปลูกมาตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีก่อน ดูแลง่าย โตเร็ว น้ำหนักเยอะ ใช้น้ำน้อย ทนโรค ตอนนี้ สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยมะเขือเทศที่ส่งขาย ผู้รับซื้อจะมารับซื้อ ในราคา กิโลกรัมละ 2.70 บาท ใน 1 วันตนและครอบครัว จะเก็บมะเขือเทศ ได้ 900-1,000 กิโลกรัม รายได้เฉลี่ย 1,500-2,000 บาท ต่อวัน

นาง เพชรมณี โพธิ์บุญเรือง กล่าวอีกว่า น้ำเพาะปลูกใช้น้ำจากลำห้วยตง เดิมเจอสภาพน้ำตื้นเขิน สูบน้ำมารดมะเขือเทศไม่ได้เพราะมีวัชพืชจำนวนมาก แต่เมื่อนายเอกภพ โสภณ นายอำเภอโพนนาแก้วและชาวบ้าน ได้ช่วยกันทำการมาช่วยกันขุดลอก ตอนนี้ทำให้น้ำไหลสะดวกและมีน้ำเพิ่มมากขึ้น คาดว่าจะเก็บผลผลิตมะเขือเทศโดยมีน้ำจากลำห้วยตงไปจนถึงปลายเมษายน ซึ่งก่อนการขุดลอก คิดว่าจะสามารถมีน้ำเพาะปลูกภายในสิ้นเดือน มี.ค.เท่านั้น

มะเขือเทศ2

ที่มา>>>sanook new

เด็ดขาด! สมาคมฯประกาศตัดสิทธิ์ 4 ทีมภาคใต้ลีกภูมิภาคแล้ว

สมาคม1

หลังจากมีปัญหาคาราคาซังเกี่ยวกับการฟ้องร้องของทีมในลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 (อ่านข่าว“เสธโต” เผยข่าวช็อก “อนงค์ฟ้องศาล” ส่อแววทีมชาติไทยถูกฟีฟ่าแบน)

ล่าสุดทางเพจ Fair ของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ประกาศว่า สมาคมฯ ได้ตัดสิทธิ์สมาชิกสโมสรที่ไม่ดำเนินการยื่นคำร้องถอนฟ้องต่อศาลแล้ว

โดยสโมสรที่โดนตัดสิทธิ์ทั้ง 4 ทีมภาคใต้ระดับลีกภูมิภาค ได้แก่ สุราษฎร์ เอฟซี, ยะลา ยูไนเต็ด, พังงา เอฟซี และ ปัตตานี เอฟซี โดยมีใจความตามหนังสือดังนี้

สมาคม2

ที่มา>>>sanook new

สุดฉงน ! พบสัตว์ประหลาดยักษ์ขนาด 4 เมตร ถูกซัดเกยตื้นที่เม็กซิโก

 * สุดฉงน ! พบสัตว์ประหลาดยักษ์ขนาด 4 เมตร ถูกซัดเกยตื้นที่เม็กซิโก *

สัตว์ประหลาดยักษ์ เกยตื้น เม็กซิโก

สัตว์ประหลาดยักษ์ เกยตื้น เม็กซิโก

สุดฉงน ! พบสัตว์ประหลาดยักษ์ขนาด 4 เมตร ถูกซัดเกยตื้นที่ชายหาดในเม็กซิโก ชาวเน็ตต่างคาดเดา ที่แท้เป็นตัวอะไรกันแน่

วันที่ 11 มีนาคม 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล มีรายงานว่า ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่อยู่บริเวณชายหาดบอนฟิล ในเมืองอากาปุลโก ของเม็กซิกัน มีอันต้องตกตะลึงไปตาม ๆ กัน เมื่อได้พบสัตว์ทะเลขนาดยักษ์ที่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญยังไม่สามารถระบุสายพันธุ์ได้ ถูกคลื่นซัดขึ้นเกยชายฝั่งบนหาดดังกล่าว

และนั่นทำให้ผู้คนต่างมารุมถ่ายรูปสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ ขนาดยาวร่วม 4 เมตร พร้อมแชร์ภาพออกไปทั่วโซเชียลมีเดีย โดยต่างก็คาดเดากันไปสารพัดว่าแท้ที่จริงแล้วสัตว์น่าตาประหลาดที่เห็นอยู่นี้ เป็นสัตว์ชนิดใดกันแน่ โดยบ้างก็ว่าอาจจะเป็นสายพันธุ์หนึ่งของปลาหมึกยักษ์ หรือวาฬ ก็เป็นได้

ขณะที่ โรซ่า คามาโช ผู้ประสานงานของหน่วยงาน Civil Guard and Fire Brigade เชื่อว่า สัตว์ตัวนี้ไม่น่าจะตายมานานเท่าไรนัก แม้ว่าจะมีสภาพที่ดูค่อนข้างยุ่ยก็ตาม เขาไม่ทราบว่ามันเป็นสัตว์ชนิดใด แต่มันก็ไม่มีกลิ่นเหม็น ๆ ลอยออกมา

ภาพจาก video lazy สมาชิกยูทูบดอทคอม

ผู้โดยสารสาวตบกันนัวกลางเครื่องบิน เหตุเมาเปิดเพลงออกลำโพง

 * ผู้โดยสารสาวตบกันนัวกลางเครื่องบิน เหตุเมาเปิดเพลงออกลำโพง *

ผู้โดยสารเครื่องบินตบกัน

ผู้โดยสารเครื่องบินตบกัน

เกิดชุลมุนวุ่ยวาย เมื่อผู้โดยสารสาว 5 ราย เปิดศึกวางมวยทะเลาะตบตีกันสนั่นกลางเครื่องบิน ทำผู้โดยสารแตกตื่นทั้งลำ หลังไม่ลงรอยกันเรื่องเปิดเพลงออกลำโพง

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยคลิปวิดีโอพร้อมรายงานว่า เกิดเหตุผู้โดยสารหญิงจำนวน 5 ราย เปิดศึกทะเลาะวิวาทบนเครื่องบินของสายการบินสปิริต แอร์ไลน์ส ของสหรัฐอเมริกา เที่ยวบิน 141 จากเมืองบัลติมอร์ ในรัฐแมริแลนด์ มุ่งหน้ายังลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากหญิง 2 รายซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา เปิดเพลงผ่านลำโพงเสียงดัง ผู้โดยสารหลายคนรู้สึกรำคาญจึงเข้าไปขอให้หญิงทั้งคู่ที่มาด้วยกันให้ช่วยเบาเสียงลง แต่แทนที่เธอทั้งสองจะให้ความร่วมมือ กลับโยนเครื่องเล่นเพลงทิ้ง พร้อมกับเข้าวางมวยทันที

ผู้โดยสารหญิง 3 รายที่เข้าไปเตือนก็ไม่ยอมแพ้ สู้กลับอย่างสุดกำลัง ต่างปล่อยหมัด จิกหัวกันและกัน ส่งเสียงกรีดร้องสนั่น จนเกิดชุลมุนวุ่นวายอยู่กลางเครื่องบิน ส่วนผู้โดยสารที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างก็ตกอกตกใจรีบดีดตัวออกจากจุดวิวาท บางคนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวิดีโอเพื่อบันทึกภาพไว้

กระทั่งต่อมา ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายจนควบคุมไม่อยู่ บรรดาลูกเรือก็ได้เข้ามาระงับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เสียก่อน โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บรุนแรง

ภายหลังจากเครื่องลงจอดที่สนามบินในลอสแอนเจลิส เจ้าหน้าที่ตำรวจสนามบินพร้อมหน่วย FBI ได้เข้าควบคุมตัวหญิงสาว 5 ราย ไปสอบสวน ก่อนจะปล่อยตัวไปโดยไม่เสียค่าปรับแต่อย่างใด โดยทางเจ้าหน้าที่ได้เผยว่าเนื่องจากหลาย ๆ คนต้องมาอยู่รวมกันบนเครื่องหลาย ๆ ชั่วโมง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนจะไม่พอใจกันจนหมดความอดทนเช่นนี้
ภาพจาก Instagram greenlight.entertainment, sweetassmagu

หมาตัดหน้า! สาวใหญ่หักหลบ รถตู้ชนทะลุร้าน เสียหายหลายแสน

หมาตัดหน้า

สาวใหญ่รับหน้าที่โชเฟอร์รถตู้ รับผู้โดยสารจาก กทม. มุ่งหน้าสกลนคร ถึงหนองหาน อุดรธานี มีสุนัขวิ่งตัดหน้าเลยหักหลบจนพุ่งชนกำแพง ก่อนชนทะลุเข้าไปในร้านทำหลังคาเหล็ก ผู้โดยสารบาดเจ็บเล็กน้อย 15 คน แต่เสียหายหลายแสน…

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 11 มี.ค. 59 ขณะที่ พ.ต.ท.สุริยา โพธิชาเนตร รอง ผกก.สอบสวน สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถตู้เสียหลักชนกำแพงรั้วร้านภัทรหลังคาเหล็กทะลุเข้าไปในร้าน ชนกับเครื่องมือรีดหลังคาเหล็กและสิ่งของอื่นๆ ได้รับความเสียหายจำนวนมาก และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้โดยสารที่มากับรถตู้จำนวน 15 คน เหตุเกิดหน้าโรงงานผลิตหลังคาเหล็ก ตั้งอยู่ริมถนนสายกุมภวาปี-หนองหาน บ้านหนองสะหนาย หมู่ 13 ต.หนองหาน อ.หนองหาน

ที่เกิดเหตุพบรถตู้โดยสารยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน ฮง 7906 กรุงเทพฯ พุ่งชนทะลุกำแพงและฝาผนังเข้าไปในร้านเหล็กดังกล่าว สภาพด้านหน้าชนกับแท่นรีดเหล็กพังยับเยิน ผู้โดยสารจำนวน 15 คน ได้รับบาดเจ็บฟกช้ำและมีบาดแผลตามร่างกาย ศีรษะ ไม่มีผู้บาดเจ็บสาหัส ส่วนคนขับเป็นผู้หญิง ชื่อนางอุษา โพธิเนตร อายุ 47 ปี บ้านอยู่ อ.คำตากล้า จ.สกลนคร

จากการสอบสวนในเบื้องต้น ทราบว่านางอุษา ได้ขับรถตู้คันดังกล่าวออกจากกรุงเทพฯ พร้อมด้วยผู้โดยสารมาเต็มคัน วิ่งมาตามถนนสายกุมภวาปี-หนองหาน เพื่อจะไปที่ จ.สกลนคร พอขับมาถึงบริเวณหน้าวิทยาลัยการอาชีพหนองหาน รถวิ่งมาด้วยความเร็วมีสุนัขตัดหน้า จึงหักหลบ รถเสียหลักพุ่งชนกำแพงรั้ว ก่อนชนกับฝาผนังร้านค้าทะลุเข้าไปในร้านเหล็ก ชนกับเครื่องรีดและอุปกรณ์การทำหลังคาเหล็กจึงหยุดได้

สำหรับค่าเสียหาย ประเมินเบื้องต้นอยู่ในหลักหลายแสนบาท แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสและเสียชีวิต หลังตรวจที่เกิดเหตุแล้วทางตำรวจได้มอบให้หน่วยกู้ภัยทางหลวง ลากรถออกจากร้านเพื่อจะได้ตรวจสอบอย่างละเอียด ประเมินค่าเสียหายที่แท้จริงต่อไป.

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์