เจ้าชายจอร์จ สุดน่ารัก! ทรงต้อนรับปธน.โอบามา ขณะใกล้ถึงเวลาเข้าบรรทม

น่ารักมาก…เจ้าชายจอร์จ ทรงต้อนรับประธานาธิบดีบารัค และนางมิเชล โอบามาแห่งสหรัฐฯ ขณะทรงสวมชุดนอน เนื่องจากใกล้ถึงเวลาเข้าบรรทม ในโอกาสที่ผู้นำสหรัฐฯและภริยามายังพระตำหนักเคนซิงตันเพื่อเข้าเฝ้าเจ้าชายวิลเลียม และเจ้าชายแฮร์รี ที่ทรงจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำต้อนรับระหว่างมาเยือนอังกฤษ

เมื่อวันที่ 23 เม.ย.59 พระตำหนักเคนซิงตัน ในประเทศอังกฤษและสื่อต่างประเทศ เผยแพร่พระรูปสุดน่ารัก ของเจ้าชายจอร์จ พระโอรสองค์โต ในเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคเธอรีน หรือดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ในชุดนอนและต้องทรงต้อนรับผู้นำหมายเลขหนึ่งของโลก ประธานาธิบดีบารัค โอบามาและนางมิเชล โอบามา สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งสหรัฐฯ ที่เดินทางมาเยือนอังกฤษ และได้มาเข้าเฝ้าดยุคและดัชเชส แห่งเคมบริดจ์ รวมทั้งเจ้าชายแฮร์รี พระอนุชาในเจ้าชายวิลเลียม ณ พระตำหนักเคนซิงตัน เมื่อค่ำวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา

ขณะที่เว็บไซต์ เดอะ มิร์เรอร์ รายงานว่า เจ้าชายจอร์จ พระชันษา 2 ปี ซึ่งทรงสวมชุดนอนและชุดคลุมสีขาวน่ารัก ทรงได้รับอนุญาตให้ทรงพบกับประธานาธิบดีโอบามาและภริยา เพียงไม่นานเท่าใดนัก รวมทั้งได้ทรงเล่นขี่ม้าโยกของพระองค์สักพัก เนื่องจากถึงเวลาที่เจ้าชายน้อยต้องไปบรรทมแล้วเจ้าหญิงเคท ทรงพูดคุยกับพระโอรส

เจ้าชายจอร์จ ทรงสนุกกับการเล่นขี่ม้าโยก ก่อนเข้าบรรทม

ส่วนเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ พระธิดาองค์เล็กในเจ้าชายวิลเลียม ไม่ได้ทรงเข้าร่วมในการต้อนรับแขกคนสำคัญแต่อย่างใด เนื่องจากบรรทมหลับไปแล้ว ระหว่างที่ประธานาธิบดีโอบามาและนางมิเชล เดินทางมาถึงพระตำหนักเคนซิงตัน เพื่อร่วมรับประทานอาหารค่ำ ซึ่งเจ้าชายวิลเลียมทรงเลี้ยงต้อนรับในโอกาสมาเยือนอังกฤษ‘ฝนตก’..ประธานาธิบดีบารัค และนางมิเชล โอบามาแห่งสหรัฐฯมาเข้าเฝ้าเจ้าชายวิลเลียมที่ตำหนักเคนซิงตัน

เจ้าชายแฮรี่ทรงสนทนากับนางมิเชล โอบามา ณ พระตำหนักเคนซิงตัน

ที่มา>>>Thairath

‘พรินซ์’ ตำนานนักร้อง-นักดนตรีดังมะกัน เสียชีวิตแล้วในวัย 57 ปี

(ภาพ: AP)

พรินซ์ ตำนานนักดนตรี นักร้องชาวอเมริกัน ผู้เปลี่ยนอุตสาหกรรมดนตรีสหรัฐฯ เสียชีวิตแล้วในวัย 57 ปี เมื่อวันพฤหัสบดี โดยขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตของเขา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พรินซ์ นักดนตรี นักร้องชาวอเมริกัน ผู้มีชื่อเสียงและได้รับการยกย่องว่า มีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมดนตรีของสหรัฐฯ เสียชีวิตแล้วที่ ‘เพสลีย์ พาร์ค‘ สตูดิโอและบ้านของเขาในเมือง แชนแฮสเซน รัฐมินเนสโซตา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 เม.ย. ขณะมีอายุได้ 57 ปี

โฆษกหญิงของตำนานนักดนตรีรายนี้ออกมาเปิดเผยข่าวการเสียชีวิตของ พรินซ์ “เป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างที่สุด ที่ฉันต้องยืนยันว่า ตำนาน, สัญลักษณ์ และนักแสดง พรินซ์ โรเจอร์ส เนลสัน เสียชีวิตแล้ว และในตอนนี้ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ เช่น สาเหตุการเสียชีวิต เป็นต้น”

ด้านนายอำเภอ จิม โอลสัน ของเขต คาร์เวอร์ เคาน์ตี ระบุในแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการโทรแจ้งขอความช่วยเหลือทางการแพทย์จาก เพสลีย์ พาร์ค ในเวลา 09.43 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงก็พบ พรินซ์ นอนไม่ตอบสนองอยู่ภายในลิฟต์ เจ้าหน้าที่พยายามทำ ซีพีอาร์ แต่ไม่อาจยื้อชีวิตของเขาไว้ได้ และประกาศการเสียชีวิตในเวลา 10.07 น.ภาพการแสดงของพรินซ์ที่มินเนสโซตา เมื่อ 7 มิ.ย. 1984 (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ พรินซ์เกิดในปี 1958 ในวัยหนุ่มเขาเป็นนักเขียนและนักแสดงที่มีผลงานมากมาย มีรายงานด้วยว่า เขาแต่งเพลงแรกตอนอายุ 7 ขวบ และผลงานเพลงของเขาเกือบทั้งหมด แต่ง, ปรับแต่ง, ผลิต และเล่นด้วยตัวของเขาเอง

ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขามาพร้อมกับวง ‘The Revolution’ วงแรกของเขา (1979-1989) ซึ่งในช่วงนั้น พรินซ์แต่งเพลงร็อคคลาสสิกมากกว่า 24 เพลง รวมทั้งเพลงฮิตของเขา ‘Kiss’, ‘Let’s Go Crazy’ และ ‘When Doves Cry’ และตลอดชีวิต เขาบันทึกเสียงมากกว่า 30 อัลบั้ม พรินซ์ยังแต่งเพลงให้ศิลปินหลายคนด้วย เช่น ‘Nothing Compares 2U’ ของ ชิเนด โอคอนเนอร์ ที่โด่งดังไปทั่วโลกในปี 1990

พรินซ์ประสบความสำเร็จในชีวิตมากมาย เช่น ในปี 1984 พรินซ์ได้รับรางวัลออสการ์สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง ‘Purple Rain’ ซึ่งเขาก็ร่วมแสดงด้วย ในปี 2004 เขาได้รับการบรรจุชื่อลงในทำเนียบ ‘หอเกียรติยศร็อคแอนด์โรล’

อัลบั้มสุดท้ายของพรินส์คือ ‘HITnRUN Phase Two’ ออกเมื่อช่วงปลายปีก่อน และเขากำลังอยู่ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ตจนกระทั่งสัปดาห์ก่อน ในวันที่ 15 เม.ย. พรินซ์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากเครื่องบินส่วนตัวของเขาลงจอดฉุกเฉินในรัฐอิลลินอยส์ ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่เขาจะขึ้นแสดงที่รัฐจอร์เจีย แต่สามารถกลับบ้านได้หลังจากเข้ารับการรักษาไม่กี่ชั่วโมงพรินซ์ขึ้นรับรางวัลอัลบั้มยอดนิยม เมื่อ 22 พ.ย. 2015 เวที อเมริกัน มิวสิค อวอร์ดส์ (ภาพ: AP)

อนึ่ง หลังจากข่าวการเสียชีวิตของพรินซ์ได้รับการเปิดเผยออกมา แฟนๆ ทั่วโลกของเขาต่างร่วมแสดงความเสียใจและความอาลัยลงบนโลกออนไลน์ เช่นเดียวกันกับเหล่าดาราคนดังในวงการดนตรี เช่น มาดอนนา ออกมาระบุว่า “พรินซ์เป็นคนมีวิสัยทัศน์ผู้เปลี่ยนโลก” เคที เพอร์รี ระบุว่า “โลกสูญเสียสิ่งมหัศจรรย์มากมาย” หรือ บอย จอร์จ ซึ่งออกมาระบุว่า “วันนี้เป็นวันที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมี พรินซ์ หลับให้สบาย ฉันกำลังร้องไห้”.

ที่มา>>>Thairath

‘อเล็กซิส’ เบิ้ล! ‘ปืนใหญ่’ เปิดซุ้มรัว ‘แบ็กกีส์’ 2-0 ขึ้นที่ 3

อเล็กซิส ซานเชซ กดสองประตู พา “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เปิดบ้านไล่ถล่ม “เดอะแบ็กกีส์” เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 2-0 เก็บสามคะแนนสำคัญ พร้อมขยับแซง แมนฯซิตี้ ขึ้นไปทวงอันดับ 3 ของตารางได้สำเร็จ…

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015/16 คู่โทนประจำวันที่ 21 เม.ย. เป็นการแข่งขันในคู่ระหว่าง “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ทีมอันดับ 4 ของตาราง ที่ต้องการสามคะแนนอย่างยิ่ง เพื่อแซงเรือใบสีฟ้าขึ้นไปอยู่ที่ 3 อีกครั้ง เปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดียมพบกับ “เดอะแบ็กกีส์” เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ทีมอันดับ 14 ของตารางที่ต้องการอย่างน้อยหนึ่งแต้ม เพื่อรอดตกชั้นแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม

เปิดฉากเริ่มเกมได้แค่ 5 นาที เจ้าถิ่นเป็นฝ่ายได้ประตูออกนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ อาร์รอน แรมซีย์ จ่ายขึ้นหน้าให้ อเล็กซิส คล้องบอลหลบซานโดร การสับไกด้วยขวาบอลเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างสวยงามอเล็กซิส ซานเชซ ฉลองประตูขึ้นนำของปืนใหญ่

นาทีที่ 23 ทีมเยือนได้โอกาสลุ้นประตู อเล็กซิส ตอกส้นให้ เอคตอร์ เบเญริน กระชากขึ้นไป ก่อนได้กดเสาแรกบอลเหินข้ามคานออกหลังไป

ทีมเยือนเริ่มมีจังหวะสวนกลับบ้าง แต่ยังไม่มีจังหวะจะแจ้ง แต่แล้วต่อมา ทีมเยือนพลาดได้ลูกจุดโทษ เมื่อ อเล็กซิส เอาบอลในกรอบเขตโทษ แต่จังหวะจับบอลกระเด้งขึ้นไปโดนมือ

นาทีที่ 28 ทีมเยือนพลาดโอกาสตีเสมอเป็น 1-1 เจมส์ แมคคลีน เปิดบอลเข้ากลางให้ แกเร็ธ แมคออลีย์ ได้เทคตัวโหม่งสะบัดไปที่เสาสอง บอลพุ่งชนคานกระดอนออกมาอย่างน่าเสียดาย

เกมล่วงเลยมาถึงนาทีที่ 33 ทีมเยือนมีโอกาสออกนำ 2-0 เบเญริน เปิดหักเข้ามาบอลกระดอนมาถึงโอซิลได้ยิงสวนตูมเดียวด้วยซ้าย เบน ฟอสเตอร์ นายทวารทีมเยือนทำหมูหกรับบอลพลาด บอลปลิ้นลอดหว่างขานายด่านรายนี้ เดือดร้อนกองหลังต้องช่วยกันเคลียร์ออกมาจากเส้นได้ทันเวลา

แต่แล้วเจ้าถิ่นมาได้ประตูนำห่าง 2-0 สมใจในนาทีที่ 37 จากจังหวะที่อาร์เซนอลได้ฟรีคิกระยะหวังผล อเล็กซิส ยิงทะลุกำแพง บอลพุ่งเสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม และเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้อเล็กซิส ซานเชซ ปั่นฟรีคิกอย่างสุดสวยและเป็นลูกที่สองของเขาในเกมนี้

จบเกมครึ่งแรกไม่มีทีมใดใส่สกอร์เพิ่มได้ เจ้าบ้านเป็นฝ่ายออกนำทีมเยือนไปก่อน 2-0 จากอเล็กซิส ซานเชซ ในนาทีที่ 28 และ 33

เริ่มครึ่งหลัง ทั้งสองทีมผลัดกันรุกผลัดกันรับ จนถึงนาทีที่ 52 ทีมเยือนมีลุ้นตีไข่แตก จากจังหวะที่ เคร็ก ดอว์สัน ตะลุยถึงเส้นหลังก่อนตบไปที่เสาไกลให้ เจมส์ แมคคลีน ลอยตัวโหม่ง ทว่า ปีเตอร์ เช็ก ที่ยืนอยู่ไม่ห่างรับคว้าบอลไว้ได้

กระทั่งนาทีที่ 73 ทีมเยือนมีโอกาสตีไข่แตกสุดๆ เมื่อ แม็คออเลย์ ได้แหย่ระยะ 3 หลาแต่บอลดันผิดเหลี่ยมกลายเป็นช่วยเจ้าถิ่นสกัดจากเส้นประตูไปซะอย่างนั้น

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีทีมใดทำอะไรกันได้เพิ่ม จบเกม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เปิดบ้านเอาชนะ “เดอะแบ็กกีส์” เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ไป 2-0 เก็บสามแต้มสำคัญ มีเพิ่มเป็น 63 คะแนน แซงจาก 34 นัด แซง แมนฯซิตี้ ขึ้นไปอยู่อันดับที่ 3 เพิ่มโอกาสคว้าสิทธิ์ไปลุย ศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก แบบอัตโนมัติ ในฤดูกาลหน้า ส่วน เวสต์บรอมวิช อัลเบียน มี 34 แต้มเท่าเดิม จาก 34 นัด รั้งอันดับ 14 ของตาราง พร้อมกับหมดหวังในการลุ้นคว้าสิทธิ์ไปลุย ยูโรปา ลีก และต้องการอย่างน้อยหนึ่งแต้ม เพื่อการันตีโอกาสอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกต่อไปในซีซั่นหน้า.

ที่มา>>>Thairath

ย้อนรอยเจ้าหญิงไดอาน่า “วิลเลี่ยม-เคท” รำลึกตำนานทัชมาฮาล

เป็นขวัญใจแฟนๆทั่วโลก ไม่ว่าจะขยับตัวไปไหน “เจ้าหญิงเคท” ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ก็ มักจะได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดเสมอ โดยเหล่าแฟชั่นนิสต้า ต่างพร้อมตามติดก๊อปปี้สไตล์ของเจ้าหญิงอย่างบ้าคลั่ง ส่งผลให้ทุกไอเท็มเสื้อผ้าของเจ้าหญิงขายหมดเกลี้ยงภายในพริบตา

ระหว่างการตามเสด็จพระ สวามี “เจ้าชายวิลเลี่ยม” ดยุคแห่งเคมบริดจ์ เยือนประเทศอินเดียและภูฏาน อย่างเป็นทางการ เมื่อกลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหญิงสร้างความประทับใจให้แฟนๆด้วยสไตล์การแต่งตัวแบบโอเรียนทัลที่แสนจะโก้หรู และเต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นพื้นเมือง แบบเอเชีย โดยเฉพาะ 2 ลุคปิดท้ายที่ต้องกดไลค์ให้รัวๆ ไม่ว่าจะเป็น ฉลองพระองค์ชุดปีนเขาเสด็จเยือนวัดถ้ำเสือ สัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศภูฏาน ซึ่งตั้งอยู่บนเชิงผาสวยงาม เจ้าหญิงเคททรงมาในลุคทะมัดทะแมงราวกับนางเอกหนังอินเดียน่าโจนส์ โดยคอมพลีทลุคด้วยบูทยาวสุดเก๋ไก๋ขณะเดียวกัน เจ้าหญิงเคททรงตั้งใจเลือกชุดเด็ดสำหรับการเสด็จเยือนพระราชวังทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งความรักยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งถือเป็นโมเมนต์สำคัญที่สุดของทริป โดยเจาะจงหยิบผลงานการออกแบบของ “นาเอ็ม ข่านดีไซเนอร์ชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดีย เพื่อย้อนรอยรำลึกถึงการเสด็จเยือนทัชมาฮาลของ “เจ้าหญิงไดอาน่า” เมื่อปี 1992 พร้อมเสด็จประทับบนเก้าอี้หินอ่อนหน้าทัชมาฮาลเพื่อฉายพระรูปคู่กับเจ้าชายวิลเลี่ยม ในมุมเดียวกันเปี๊ยบกับเจ้าหญิงไดอาน่า ต่างกันก็ตรงที่เจ้าหญิงผู้ล่วงลับเสด็จมาตามลำพังแบบไร้คู่ใจแฟนๆของเจ้าหญิงเคทยังร่ำลือกันว่า นอกจากสไตล์การแต่งตัว ที่โดดเด่น เจ้าหญิงยังเป๊ะเว่อร์เรื่องทรงผมมาก เพราะหอบหิ้วช่างผมส่วนตัวตามติดไปทุกที่ ขนาดว่าต้องปีนขึ้นเขาเยือนวัดรังเสือ 5-6 ชั่วโมง ผมก็ยังเป็นลอนสวยไม่กระเซอะกระเซิงด้วยแรงลมสักนิด.

ที่มา>>>Thairath

พท. ไม่เห็นด้วย เก็บภาษีที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ชี้ ศก.ยังแย่

‘เพื่อไทย’ ไม่เห็นด้วย เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในตอนนี้ ห่วงเพิ่มภาระให้ประชาชน เหตุ เศรษฐกิจย่ำแย่ จนมีข่าวอาจมีการปรับเปลี่ยน รมต.บางกระทรวง

วันที่ 21 เม.ย. นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ไม่เห็นด้วยกับทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่จะนำ พ.ร.บ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาจัดเก็บ เพราะจะเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนอย่างมาก ทั้งนี้ เพราะปัจจุบันปัญหาเศรษฐกิจย่ำแย่ได้ส่งผลกระทบกับประชาชนในทุกระดับชั้นจนพูดกันไม่ออกแล้ว โดยเฉพาะเกษตรกร ที่ต้องประสบกับปัญหาภัยแล้ง และการช่วยเหลือจากรัฐยังไม่เพียงพอ อีกทั้งการค้าขายยิ่งฝืดเคือง โดยเห็นได้จากหนี้เสียในระบบธนาคารของบริษัท SME ได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และจะส่งผลกระทบต่อระบบธนาคารในอนาคตได้ รายได้ของผู้ใช้แรงงานก็ลดลงมาก เพราะไม่มีโอที รายได้ของทุกบริษัทลดลง ซึ่งหากรัฐบาลมาเพิ่มภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้กับประชาชนอีก ประชาชนจะไม่สามารถรับได้ แม้ว่ารัฐจะลดภาษีเงินได้บุคคลให้กับประชาชนแล้วก็ตาม เพราะประชาชนที่ได้รับผลกระทบอาจจะเป็นคนละกลุ่มกับผู้ที่ได้รับประโยชน์

ภาษีที่ดิน

ที่ผ่านมา การบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่ได้ผลเท่าที่ควร อาจถึงขั้นล้มเหลว และเริ่มมีการปล่อยข่าวลือว่าอาจมีการปรับเปลี่ยน รมต.บางกระทรวงหลัก ซึ่งเกิดจากความขัดแย้งภายใน เป็นการตอกย้ำว่าเศรษฐกิจเละถึงกับจะหาแพะกันแล้ว และยังมีข่าวในทางลบกระจายออกไปทั่วโลก ยิ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยทรุดลงไปอีก จึงอยากให้รัฐบาลได้ทบทวน อย่าได้เพิ่มภาระให้กับประชาชนในช่วงนี้ เพราะทุกวันนี้ก็จะลำบากมากอย่างแสนสาหัสและไม่สามารถหาทางออกกันได้แล้ว

ที่มา>>>Thairath

ง้อเมียไม่สำเร็จ วิศวกรยิงล้มในห้องน้ำ คิดว่าตายจ่อขมับตัวเองดับ

หนุ่มวิศวกรชลตัดใจไม่ขาด รักๆ เลิกๆ กับเมีย จนล่าสุดเมื่อช่วงสงกรานต์ได้หย่ากัน แต่เมียยังมาดูลูกสาววัย 4 ขวบ เกิดเรื่องเศร้าเมื่อผัวกลับมาเจอ ใช้ปืนลูกซองสั้นยิงเมียในห้องน้ำก่อนออกจ่อยิงหัวตัวเองสมองกระจาย ผลผัวตาย เมียรอด…

วันที่ 20 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหัวค่ำวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.พูลศักดิ์ โพลังกา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันตายในบ้าน โดยเป็นเหตุยิงตัวตาย หลังยิงภรรยาได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่บ้านนาคำ ต.นาเมือง อ.เสลภูมิ เนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ จึงรายงานให้ พล.ต.ต.ยงเกียรติ มณปราณีต ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ทราบ และรุดไปที่เกิดเหตุ

พบว่าเป็นบ้านคอนกรีตชั้นเดียว ตกแต่งสวยงามทั้งภายในและภายนอก จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่ามือปืนที่เป็นผู้ก่อเหตุ ยิงตัวตายแล้วคือ นายวี (นามสมมติ) อายุ 43 ปี เป็นเจ้าหน้าที่วิศวกรเครื่องกลชลประทาน ทำงานอยู่ในพื้นที่ จ.ยโสธร ยิงตัวเองด้วยปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ ที่ศีรษะ สมองกระจายเสียชีวิตในห้องนอน

ทั้งนี้ ก่อนจะยิงตัวตาย นายวี ได้ยิง น.ส.นุช (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ภรรยา ที่ห้องน้ำในห้องนอนแล้วยิงตัวตาย เพราะเข้าใจว่าเมียเสียชีวิตแล้วเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนปากคำญาติที่อยู่บ้านติดกันทราบว่าสาเหตุเกิดจากความหึงหวง โดยทั้งคู่อยู่กินด้วยกันมากว่า 10 ปี มีเรื่องทะเลาะกันตลอดเวลา และเลิกรากันไปหลายครั้ง แต่ก็กลับมาคืนดีกันใหม่อยู่เรื่อยๆ ล่าสุดทั้งคู่ทะเลาะกันอีกจนต้องแยกทางและไปหย่ากันเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา แล้วให้ลูกสาว 4 ขวบอยู่กับผู้ตาย ตอนเช้าวันเกิดเหตุผู้ตายไปทำงาน ฝ่ายภรรยาได้แอบมารับลูกตอนสามีไม่อยู่ เพื่อไปอยู่ด้วยชั่วคราวที่ร้านขายเสื้อผ้าใน อ.เสลภูมิ ตกเย็นก็นำลูกมาส่ง

ปรากฏว่าเจอกับสามีที่กลับมาจากทำงานพอดี จนเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงขณะกำลังอาบน้ำให้ลูกในห้องน้ำ ก่อนที่ผู้ตายจะเดินเข้าไปหยิบปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์บรรจุกระสุนเบอร์ 20 เดินเข้ายิงเมียล้มลงในห้องน้ำ และคิดว่าเสียชีวิตแล้ว จึงออกมาบรรจุกระสุนนัดใหม่แล้วจ่อยิงสมองตัวเองกระจายตายบนที่นอน ญาติได้ยินเสียงปืนและเสียงเด็กร้องไห้ จึงวิ่งมาดู พบร่างภรรยาถูกยิงที่ข้างแก้มขวาได้รับบาดเจ็บคลานออกมาขอความช่วยเหลือให้นำส่งโรงพยาบาล จึงโทรแจ้ง รพ.เสลภูมิส่งรถกู้ชีพมารับ จากนั้นเข้าไปในห้องนอนพบว่าสามียิงตัวตายบนที่นอน จึงโทรแจ้งตำรวจมาตรวจสอบเหตุดังกล่าว

ทางด้าน พล.ต.ต.ยงเกียรติ มนประณีต ผบก.ภ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า จากการสอบสวนข้อเท็จจริง มั่นใจว่าเกิดจากความหึงหวงของฝ่ายชายที่ตัดใจไม่ขาด และมีความผูกพันกับฝ่ายหญิงที่ขอแยกทางกันไปไม่นาน จึงยังทำใจไม่ได้ ต้องการขอคืนดี แต่ฝ่ายหญิงคงไม่เอาด้วยจึงตัดสินใจยิงคนรัก จนเข้าใจว่าเสียชีวิตแล้วจึงยิงตัวเองเพื่อเป็นการฆ่าตัวตายตามคนรัก สำหรับอาการของฝ่ายหญิงปลอดภัยแล้ว เพราะกระสุนปืนไม่ถูกที่สำคัญ เพียงแต่เฉี่ยวแก้ม ไม่มีกระสุนฝังในแต่อย่างใด.

ที่มา>>>Thairath

รถตู้แซงซ้ายชนกระบะจอดริมทางพลิกคว่ำ คนขับดับ ผู้โดยสารเจ็บ 7

ภาพจาก มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

หนุ่มใหญ่ขับรถตู้รับผู้โดยสารจาก กทม. มุ่งหน้าลพบุรี ถึงช่วงวังน้อย เร่งเครื่องแซงซ้ายเจอกระบะจอดริมทาง เฉี่ยวชนเสียหลักพลิกคว่ำ ร่างโชเฟอร์ถูกอัดก๊อบปี้เสียชีวิตคาที่ ส่วนผู้โดยสารสาหัส 1 บาดเจ็บ 6

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 59 ร.ต.อ.เนติภูมิ โคตรศรี รอง สว.สส.สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า มีอุบัติเหตุรถตู้โดยสารเฉี่ยวชนกับรถกระบะ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ที่ถนนพหลโยธิน กม.ที่ 68-69 ต.ชะแมบ อ.วังน้อย มุ่งหน้า จ.สระบุรี จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพ รพ.วังน้อย และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จุดวังน้อย รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถตู้โดยสาร ป.2 เส้นทางกรุงเทพฯ-ลพบุรี ทะเบียน 10-2749 ลพบุรี เฉี่ยวชนกับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ แค็บ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บธ 972 แพร่ สภาพรถตู้พลิกตะแคงด้านหน้าพังยับเยินยุบถึงเบาะคนขับ ส่วนคนขับถูกอัดก๊อบปี้เสียชีวิตคาที่ ทราบชื่อ นายพัลลภ ประธานภรณ์กุล อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/10 ต.บ้านหมี่ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี และผู้โดยสารนั่งคู่คนขับติดภายใน เจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างออกมาได้ ทราบชื่อ นางกรกมล ผาน้ำคำ อายุ 54 ปี อาการสาหัส ส่งต่อ รพ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บปานกลางและเล็กน้อยจำนวน 6 ราย ทราบชื่อ น.ส.เปรมหทัย จ้อยโชติ อายุ 23 ปี น.ส.ทวี แก้วอ่อนศรี อายุ 54 ปี นายอำพันธ์ โพธิ์น้ำเที่ยง อายุ 59 ปี นายวีรภัทร หาญยุทธ อายุ 23 ปี น.ส.พรชิตา หาญนิโรจน์รัมย์ อายุ 20 ปี และ นายจีรวัฒน์ ควรเขียน อายุ 17 ปี รักษาตัว รพ.วังน้อยจนท.กู้ภัย เร่งนำเครื่องมือตัดถ่างช่วยผู้บาดเจ็บติดภายใน ที่ยังรอดชีวิต

จากการสอบสวนทราบว่า รถตู้รับผู้โดยสารมาจากกรุงเทพฯ ไปส่งที่ จ.ลพบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถตู้เร่งเครื่องแซงซ้าย แต่ขณะนั้นมีรถกระบะคู่กรณีจอดอยู่ริมถนน ทำให้รถตู้มาด้วยความเร็วเกิดเสียหลักและเฉี่ยวชนท้ายรถกระบะอย่างแรงจนพลิกคว่ำ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว.

ที่มา>>>Thairath

พ่อค้าเมืองตรังใจดี แจกฟรีน้ำเต้าหู้คนท้องวันละถุง หลังคลอดให้น้ำขิง

พ่อค้าน้ำเต้าหู้เมืองตรัง ใจดี แจกฟรีสาวท้องวันละถุง จนคลอด ขณะหลังคลอด มารับน้ำขิงได้อีก 1 เดือน เจ้าตัวเผย ภรรยาชอบทานตอนท้อง สุขภาพดี แข็งแรง จึงอยากให้คนท้องได้รับสิ่งดีๆ เช่นกัน

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีพ่อค้าขายน้ำเต้าหู้ในเขตเทศบาลตำบลย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ใจดี แจกน้ำเต้าหู้ฟรีให้สาวท้องวันละ 1 ถุง จนกระทั่งคลอด จึงเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบเย็นวานที่ผ่านมา พบว่าเป็นร้านขายน้ำเต้าหู้รถเข็นมีลูกค้าหญิงชายรอคิวซื้อกันอย่างเนืองแน่น อยู่ที่ถนนซอยเยื้องกับห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี หลังธนาคารออมสิน ในเขตเทศบาลตำบลย่านตาขาว

ทั้งนี้ ที่รถเข็นติดป้ายมีข้อความว่า “คุณแม่ตั้งครรภ์รับน้ำเต้าหู้ฟรีวันละ 1 ถุง จนคลอด ต่อด้วยน้ำขิง” ซึ่งพ่อค้าคือ นายภาคิน ต้นตระกูลทรัพย์ อายุ 33 ปี ที่อยู่ ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า เดิมเป็นชาวน่าน และยึดอาชีพค้าขายมาตลอด 15 ปี อยู่ต่างจังหวัดมาก่อน 3 ปี ก่อนจะย้ายมาขายที่ปัจจุบัน เป็นเวลา 12 ปี ปกติจะขายกับภรรยา คือ น.ส.ยาใจ ต้นตระกูลทรัพย์ อายุ 35 ปี แต่ขณะนี้ภรรยาเพิ่งคลอดบุตรคนที่ 3 จึงต้องมาขายกับลูกจ้าง มีน้ำเต้าหู้แบบหลากชนิด วันหนึ่งขายได้ประมาณ 500 ถุง โดยจะเริ่มขายตั้งแต่ 15.00 – 20.00 น. ในสัปดาห์หนึ่งจะหยุดขาย 1วันนายภาคิน ต้นตระกูลทรัพย์ หนุ่มพ่อค้า เมืองตรัง สุดใจดี ประกาศแจกน้ำเต้าหู้ให้หญิงตั้งครรภ์รับประทานฟรีวันละ1 ถุง จนกว่าจะคลอด

สำหรับแนวคิดให้สาวตั้งครรภ์ทานฟรี เกิดจากความเห็นใจภรรยาช่วงตั้งครรภ์ที่ชอบดื่มเป็นประจำ จนกระทั่งคลอดลูกคนที่ 3 มาได้ครบ 1 เดือนแล้ว และภรรยามีสุขภาพดี คลอดง่าย หลังคลอดทั้งภรรยาและลูกมีสุขภาพดี แข็งแรง จึงเกิดเป็นห่วงสุขภาพสาวตั้งครรภ์ทั้งหลาย อีกทั้งน้ำเต้าหู้ที่ทำขายปลอดภัย ถูกหลักอนามัย ซึ่งหลังจากติดป้ายประกาศไป 1 เดือน มีผู้หญิงตั้งครรภ์ประมาณ 8-10 คน มารับน้ำเต้าหู้ทุกวัน พร้อมซื้อเพิ่มไปด้วย นอกจากนี้ หลังคลอดแล้วยังให้มารับน้ำขิงฟรี 1 ถุง ได้ต่อไปอีก 1 เดือน เนื่องจากคุณสมบัติของน้ำขิงช่วยขับเลือดลมและเร่งน้ำนม

จากการสอบถาม น.ส.จิรัชยา พงษ์สรรพรักษ์ อายุ 28 ปี อาชีพทำธุรกิจส่วนตัว สาวตั้งครรภ์รายหนึ่งที่มารอซื้อน้ำเต้าหู้ กล่าวว่า ปัจจุบันอายุครรภ์กว่า 8 เดือน มารับน้ำเต้าหู้ 10 กว่าครั้งแล้ว เพราะรสชาติอร่อย พร้อมทั้งซื้อเพิ่มกลับบ้านครั้งละไม่ต่ำกว่า 4 ถุง.

ที่มา>>>Thairath

จนท.สิ่งแวดล้อม เก็บตัวอย่างน้ำทะเลเปลี่ยนสีป่าตอง รอผลแล็บ 10 วัน

นักวิชาการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ภูเก็ตเก็บตัวอย่างน้ำทะเลที่เปลี่ยนสีริมหาดป่าตองส่งตรวจ เบื้องต้นคาดเกิดจากธาตุอาหารของสาหร่ายบางชนิดที่อยู่ในน้ำได้รับ แสงแดด-อุณหภูมิที่เหมาะสมรอยืนยันผลจากห้องแล็บอีก 10 วัน…

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 18 เม.ย.2559 สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ภูเก็ต นายอัครวัฒน์ หิรัญพันธุ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ เก็บตัวอย่างน้ำในลำคลองปากบาง บริเวณปากอ่าวก่อนที่จะไหลลงทะเล รวมทั้งบริเวณในทะเลห่างจากชายฝั่งราว 100 เมตร บริเวณในทะเลตอนกลางของชายหาดป่าตอง ถ.ทวีวงศ์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต โดยมีการแพร่กระจายของน้ำที่มีสีน้ำตาลเข้มไปถึง โดยเน้นพื้นที่ที่เป็นโซนว่ายน้ำ เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ในห้องปฎิบัติ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว เบื้องต้นจากการตรวจสอบความขุ่นของน้ำบริเวณคลองปากบาง พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ค่าออกซิเจนค่อนข้างต่ำ ทั้งนี้ต้องรอการยืนยันผลจากห้องปฎิบัติการอีกครั้งนายอัครวัฒน์ กล่าวว่า จากการดูด้วยสายตาพบว่าความขุ่นของน้ำเริ่มลดน้อยลง โดยในการเก็บตัวอย่างทั้งในส่วนของน้ำผิวดินและน้ำทะเลจำนวน 4 จุด โดยแบ่งเป็นน้ำผิวดิน 2 จุด ได้แก่ บริเวณทางด้านเหนือและด้านใต้ของระบบบำบัดน้ำของเทศบาลเมืองป่าตองกับน้ำ ทะเล 2 จุด ได้แก่ บริเวณปากอ่าวคลองปากบางและในทะเลระยะห่างจากชายหาดไป 100 เมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตโซนเล่นน้ำและทำกิจกรรมทางน้ำ รวมถึงบริเวณในทะเลตอนกลางของแนวชายหาด โดยจุดนี้เมื่อปีที่ผ่านมา สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ได้รับงบประมาณจากจังหวัดภูเก็ตในการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลไปทำการตรวจสอบ คุณภาพน้ำทะเลมาแล้ว

“ส่วนสาเหตุที่น้ำมีสีขุ่นหรือสีน้ำตาลนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดได้ ซึ่งต้องรอผลการตรวจจากห้องปฎิบัติการว่าเป็นอย่างไร แต่เบื้องต้นอาจเกิดจากธาตุอาหารของสาหร่ายบางชนิดที่อยู่ในน้ำได้รับแสงแดด และอุณหภูมิที่เหมาะสม จึงทำให้เกิดการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งจากการสำรวจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่าสาหร่ายดังกล่าวไม่ได้เป็น ชนิดที่เป็นอันตรายต่อการเล่นน้ำแต่อย่างใด” นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ กล่าว

นายอัครวัฒน์ กล่าวถึงผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ที่จัดเก็บว่า เนื่องจากทางหน่วยไม่มีห้องปฎิบัติการในการตรวจวิเคราะห์น้ำเค็ม จึงต้องส่งไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฎิบัติการของเอกชนที่รับจ้างวิเคราะห์ คุณภาพน้ำทะเลที่กรุงเทพฯ คาดว่าจะทราบผลภายใน 10 วัน ส่วนของน้ำจืดสามารถส่งตัวอย่างน้ำเข้าสู่ห้องปฎิบัติการของสำนักงานสิ่ง แวดล้อมภาค เพื่อตรวจวิเคราะห์ได้โดยตรงส่วนประเด็นที่ประชาชนสงสัยว่าน้ำที่มีสีขุ่นข้นหรือ สีน้ำตาลนั้นเกิดจากการปล่อยน้ำเสียของเทศบาลเมืองป่าตอง นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ กล่าวอีกว่า เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น ซึ่งโดยพื้นฐานทางเทศบาลมีโรงบำบัดน้ำเสียอยู่แล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณ จึงทำให้อาจจะยังไม่มีท่อในการรวบรวมน้ำเสียได้ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ซึ่งทราบว่าในปีงบประมาณ 59 นี้ทางเทศบาลเมืองป่าตองได้รับงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมในการดำเนินส่วน ของการเพิ่มขีดความสามารถในการบำบัดน้ำเสียในเฟสที่ 4 ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะทำให้ปัญหาดังกล่าวทุเลาเบาบางได้.

ที่มา>>>Thairath

แท็กซี่หนีไม่รอด เสยท้ายเก๋ง สาวดับ เพื่อนสาหัส อ้างเป็นลมชัก ไม่รู้ว่าขับชน

สาวพักอยู่ย่านเพชรเกษม ขับเก๋งมากับเพื่อน จ่ายค่างวดรถ ใกล้ที่พัก เจอแท็กซี่ชนท้ายแล้วหนี กระเด็นไปอัดต้นไม้อย่างแรง ตัวเองดับ เพื่อนสาหัส โชคดีพลเมืองดีถ่ายภาพไว้ได้ ตร.ตามตัวโชเฟอร์จนเจอ อ้างเป็นโรคลมชัก ไม่รู้ตัวว่าขับชน…

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 17 เม.ย. ร.ต.อ.อิทธิพันธ์ คำทุย รอง สว.(สอบสวน) สน.ภาษีเจริญ รับแจ้งเหตุรถยนต์เฉี่ยวชน กระเด็นไปชนต้นไม้ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 1 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุซึ่งเป็นถนน 2 เลน ฝั่งมุ่งหน้าถนนบรมราชชนนี ใกล้กับร้านอาหารบ้านตะเกียงดาว ที่บริเวณเลนขวาสุด เจ้าหน้าที่พบต้นไม้ข้างทางมีรอยถูกชนอย่างแรง มีกันชนรถยนต์เก๋ง สีบรอนซ์เทา ยี่ห้อนิสสัน ตกอยู่ ห่างไปประมาณ 5 เมตร พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสัน รุ่นมาร์ช สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 2 กน 193 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพด้านหน้าพังเสียหายยับเยิน กระจกฝั่งที่นั่งคนขับแตกกระจัดกระจาย

ขณะที่ด้านหลังมีร่องรอยถูกชนอย่างแรงจนไฟท้ายด้านซ้ายแตก ตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต เป็นหญิง 1 ราย ชื่อน.ส.วิภา เพชรทอง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ที่ 4 ต.แม่สำ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย นอนเสียชีวิตมีบาดแผลศีรษะแตกและคอหัก นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกราย ชื่อ น.ส.กรรณิกา สามัคคี อายุ 34 ปี ถูกนำตัวส่งรพ.เกษมราษฎร์ บางแค

จากการสอบสวน นายสรรค์พิริย์ ก้อนอินทร์ อายุ 28 ปี น้องชายของผู้เสียชีวิต ให้การว่า น.ส.วิภา ทำงานโรงงานแห่งหนึ่ง แถวพุทธมณฑลสาย 1 พักอาศัยอยู่ย่านเพชรเกษม ก่อนเกิดเหตุ น.ส.วิภา ได้ขับรถออกมากับเพื่อนจากที่พัก โดยบอกว่าจะไปจ่ายค่างวดรถ ซึ่งห่างจากที่พักประมาณ 1 กม. พอจ่ายค่างวดรถเสร็จก็โทรศัพท์บอกตนว่ากำลังจะกลับบ้านแล้ว ก่อนที่เวลาจะผ่านไปสักพัก จนกระทั่ง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรแจ้งว่า พี่สาวตนประสบเหตุรถชนติดค้างอยู่ในรถ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือนำออกมาปั๊มหัวใจเต็มที่ แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ด้าน ร.ต.อ.อิทธิพันธ์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนพยานเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ รถของผู้ตายวิ่งมาตามถนนโดยใช้เลนขวาสุด ต่อมา มีรถแท็กซี่ส่วนบุคคล สีเขียวเหลือง ทะเบียน มช 8913 ขับตามมาในช่องเลนซ้ายด้วยความเร็ว ก่อนจะพยายามแซงหน้า แต่ไม่พ้น รถแท็กซี่คันดังกล่าวจึงชนท้ายรถนิสสันอย่างจัง ส่งผลให้รถผู้ตายกระเด็นไปชนกับต้นไม้ ส่วนรถแท็กซี่หมุน ก่อนที่จะขับหลบหนีไปทางถนนบรมราชชนนี โดยที่ไม่ได้ลงมาดูหรือให้การช่วยเหลือแต่อย่างใด โชคดีที่มีพลเมืองดีสามารถถ่ายภาพรถแท็กซี่ดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งหลังจากนี้ จะรอให้คนเจ็บอาการดีขึ้น เพื่อสอบปากคำ พร้อมประสานฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแส เพื่อเร่งติดตามตัวโชเฟอร์แท็กซี่มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาเวลา 23.30น. ของวันเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ภาษีเจริญ ได้ควบคุมตัวนายจิรชาญ จิตคนึง อายุ 48 ปี โชว์เฟอร์แท็กซี่ส่วนบุคคล ยี่ห้อนิสสัน ซิลฟี่ สีเขียวเหลือง ทะเบียน มช 8913 กรุงเทพมหานคร จากบ้านพักซอยเพชรเกษม 69 (นาคสถาพร 1) แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม เพื่อทำการสอบปากคำเพิ่มเติมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายจิรชาญ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้รับผู้โดยสาร 2 คน เป็นหญิง 1 คนและชาย 1 คน จากห้างเดอะมอลล์บางแค มุ่งหน้าไปส่งย่านบางแหวก ซึ่งขณะที่ขับมาถึงจุดเกิดเหตุบนถนนพุทธมณฑลสาย 1 รู้สึกคล้ายกับใจลอยไม่รู้สึกตัวและมีอาการเกร็ง เนื่องจากตนมีโรคประจำตัวเป็นโรคลมชัก และมารู้สึกตัวอีกทีเมื่อผู้โดยสารขอลง เมื่อหันไปมองด้านหลังรถพบว่ามีอุบัติเหตุแต่ไม่รู้ว่าตนเป็นคนขับรถเฉี่ยวชน ก่อนที่จะขับรถกลับไปตั้งสติที่บ้านพักก่อนที่เจ้าหน้าที่จะติดต่อให้ตน มาสอบปากคำดังกล่าว

ร.ต.อ.อิทธิพันธ์ กล่าวว่า เบื้องต้นจะทำการสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาแก่นายจิรชาญ “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย” ไว้ก่อนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath