ดับปริศนา หนุ่มภูเก็ตหล่นแทงก์ประปา! พ่อสงสัย อาจถูกจับโยน

หนุ่มภูเก็ต

หนุ่มวัย 29 ที่ภูเก็ต ถูกพบเป็นศพตกลงมาตายข้างแทงก์น้ำประปาเทศบาลฯ กะโหลกแตก มีแผลบนหัว พ่อมาดูศพติดใจว่าไม่น่าตกลงมาเอง เพราะมีคนเห็นว่าลูกไปมีเรื่องกับวัยรุ่น หวั่นฆ่าอำพราง…

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 11 มี.ค. พ.ต.ต.สมชาย หนูบุญ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพคนตกลงมาจากแทงก์น้ำประปาภายในกองงานประปา เทศบาลนครภูเก็ต ถ.ดำรง ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง โดยไม่ทราบสาเหตุ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ปทักข์ ขวัญนา สวป.นำกำลังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ภูเก็ตแพทย์ รพ.วชิระภูเก็ต และมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่ใต้แทงก์น้ำประปาที่มีความสูงกว่า 25 เมตร หรือสูงราวตึก 7-8 ชั้น ตั้งตระหง่านอยู่จำนวน 2 แทงก์ภายในกองงานประปาดังกล่าว พบศพชายสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ไม่สวมรองเท้า นอนตะแคงข้างอยู่ที่พื้นดินที่มีหญ้าปกคลุมโดยรอบใต้ท่อประปา สภาพศพมือทั้งสองข้างเกร็ง มีบาดแผลแตกที่บริเวณศีรษะ 3 จุด บางแห่งเห็นกะโหลกและมันสมอง บริเวณชายโครงซ้ายมีรอยถลอกที่ผิวหนังเป็นทางยาว ตรวจสอบภายในกระเป๋ากางเกงมีเงินกว่า 200 บาท ไม่พบหลักฐานว่าผู้ตายเป็นใคร มาจากที่ใด ส่วนที่ท่อประปาใกล้ศพมีคราบเลือดหยดจนแห้งติดอยู่จำนวนหนึ่ง เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6-8 ชั่วโมง

จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบรองเท้าแตะสีดำ 1 ข้าง ตกอยู่ในพงหญ้าห่างจากจุดพบศพราว 7 เมตร ส่วนที่คานบนแทงก์น้ำสูงจากพื้นที่ดินราว 12 เมตร มีรองเท้าแตะสีเดียวกันอีก 1 ข้างวางอยู่ และยังพบคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่บริเวณขอบคอนกรีตที่ชั้นดังกล่าว เบื้องต้นคาดว่าอาจเป็นจุดที่ผู้ตายตกลงมา

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบบริเวณโดยรอบได้มีชายวัยกลางคน ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายสมชาย วิจิตร อายุ 50 ปี ได้รุดมาดูศพ พร้อมกับกล่าวว่าลูกชายได้หายตัวไปจากบ้านเมื่อคืนวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา เมื่อเห็นศพก็ยืนยันว่าผู้ตายคือนายสมพงษ์ วิจิตร อายุ 29 ปี ลูกชายตน อยู่บ้านเลขที่ 4/2 ถ.เชิงคีรี ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายสมพงษ์ผู้ตาย พ้นโทษออกจากเรือนจำ จ.ภูเก็ต มาได้ประมาณ 3 ปี ปัจจุบันยังไม่มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง โดยมีชาวบ้านบอกว่าพบเห็นนายสมพงษ์ เมื่อช่วงคืนวันที่ 10 มี.ค. อยู่กับวัยรุ่นห่างจากจุดเกิดเหตุไม่มากนัก โดยกำลังมีปากเสียงกัน แต่ผู้ที่พบเห็นไม่ได้สนใจ คิดว่าแค่เถียงกัน จนกระทั่งมาพบนายสมพงษ์กลายเป็นศพตกจากแทงก์น้ำประปาภายในกองงานประปา เทศบาลนครภูเก็ตและเสียชีวิตแล้ว

อย่างไรก็ตาม นายสมชาย ผู้เป็นพ่อ ติดใจกับเหตุการณ์ที่บุตรชายเสียชีวิต ไม่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุพลัดตกลงมาจากแทงก์น้ำ เนื่องจากมีบาดแผลที่ศีรษะหลายจุด และเชื่อว่านายสมพงษ์อาจถูกคนร้ายใช้ของแข็งกระหน่ำตีบนแทงก์ ก่อนจะโยนหรือผลักให้ตกลงมาเพื่ออำพรางการก่อเหตุ อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง.

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์

อาน้ำอ้อย เฉลยแล้วว่า 2 บอดี้การ์ดหนุ่มสุดหล่อของ น้องมะลิ คือใคร !

 * อาน้ำอ้อย เฉลยแล้วว่า 2 บอดี้การ์ดหนุ่มสุดหล่อของ น้องมะลิ คือใคร ! *

บอดี้การ์ดน้องมะลิ

บอดี้การ์ดน้องมะลิ1

บอดี้การ์ดน้องมะลิ2

อาน้ำอ้อย ออกมาเฉลยแล้วว่า 2 บอดี้การ์ดหนุ่มสุดหล่อ คอยดูแล น้องมะลิ ที่พี่จ๋า กรี๊ดและอยากรู้จักนั้น เป็นแฟนคลับของพ่อ ปอ ทฤษฎี นั่นเอง

นำพาความน่ารักและความสดใสให้เป็นที่ชื่นใจของเหล่าพี่จ๋าตลอดเลย สำหรับ น้องมะลิ พาขวัญ สหวงษ์ ซึ่งล่าสุด (9 มีนาคม 2559) คุณแม่โบว์ แวนด้า ก็เพิ่งจะพาน้องมะลิไปแจกความสดใสกันในงาน ตะลุยแดนหรรษา Panda Village ที่สยามพารากอน แต่งานนี้ก็ไม่วายมีแฟนคลับตาดี แอบส่องเห็นการ์ดหนุ่มหล่อ 2 คน ที่มาคอยดูแล แม่โบว์ กับ น้องมะลิ ในงานนี้ จนทำให้สาว ๆ อดสงสัยไม่ได้ว่าทั้งคู่นั้นเป็นใคร อยากทำความรู้จักกันอย่างสุด ๆ

โดย อาน้ำอ้อย ได้ออกมาเฉลยแล้วว่า 2 บอดี้การ์ดหนุ่มในภาพนั้น ไม่ได้หามาจากไหน แต่ทั้งคู่เป็นแฟนคลับของ ปอ ทฤษฎี ที่เคยตามปอมาตั้งแต่แรกแล้วนั่นเอง

ส่วนตอนนี้ก็ตามไปชมภาพของหนุ่มหล่อทั้ง 2 คนเลยดีกว่า ขอบอกเลยว่าหล่องานดีมาก นี่ถ้าบริษัทจัดละครของแม่โบว์เสร็จ อาจได้เห็น 2 หนุ่มเป็นนักแสดงหน้าใหม่ก็ได้นะคะเนี่ย

ภาพจาก Instagram birdypvp, pok8_maieak

คนรักสัตว์เดือด !! เจอคนตั้งป้ายรับกำจัดสุนัขจรจัดฟรี 24 ชั่วโมง

 * คนรักสัตว์เดือด !! เจอคนตั้งป้ายรับกำจัดสุนัขจรจัดฟรี 24 ชั่วโมง *

ป้ายรับกำจัดสุนัขจรจัด

คนรักสัตว์เดือด เจอคนตั้งป้ายรับกำจัดสุนัขจรจัดฟรี 24 ชั่วโมง ถามจิตใจทำด้วยอะไร ไม่รักสุนัขก็ไม่น่าทำถึงขนาดนี้ พอลองโทรไปตามเบอร์ก็ไม่มีคนรับ

สร้างความไม่พอใจให้แก่กลุ่มคนรักสัตว์อย่างหนัก สำหรับภาพที่ เฟซบุ๊ก Tamm Settakorn นำมาเผยแพร่ (9 มีนาคม 2559) แสดงให้เห็นป้ายที่ระบุข้อความ “รับกำจัดหมาจรจัด กรุงเทพฯ และปริมณฑล” พร้อมลงรายละเอียดเบอร์ติดต่อและบอกด้วยว่า “ไม่คิดค่าใช้จ่าย บริการ 24 ชม.”

โดยผู้โพสต์เปิดเผยว่า เธอได้พบป้ายดังกล่าวบริเวณหน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านบางนา ซึ่งเป็นจุดที่เธอพบลูกสุนัขจรจัด 3 ตัวและพยายามประกาศหาบ้านให้พวกมันอยู่ อยากทราบว่าคนเหล่านี้จิตใจทำด้วยอะไร หากไม่รักไม่ชอบสุนัขก็ไม่ควรทำถึงขนาดนี้

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไปก็มีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิผู้ที่ติดป้ายดังกล่าวเป็นอย่างมาก ขณะที่บางกระแสมองว่าอาจจะเป็นนโยบายของทางโรงพยาบาลดังกล่าว แถมเบอร์โทรศัพท์ที่ระบุบนป้ายก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา เฟซบุ๊ก น้องเอก ครับผม ซึ่งระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลแห่งดังกล่าว ได้เข้ามาปฏิเสธว่าป้ายดังกล่าวไม่ใช่นโยบายของโรงพยาบาลอย่างแน่นอน และได้ดำเนินการถอนป้ายออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องที่กระทบจิตใจผู้มารับบริการ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อเจ้าของป้ายพื่อถามสาเหตุที่นำป้ายมาติดได้ แต่หากมีความคืบหน้าใด ๆ จะรายงานให้ทราบต่อไป

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Tamm Settakorn

เรื่องซึ้งจากชายไร้บ้าน เดินส่งสาวตกรถรอในที่ปลอดภัย กลัวเจออันตรายเพราะดึกแล้ว

 * เรื่องซึ้งจากชายไร้บ้าน เดินส่งสาวตกรถรอในที่ปลอดภัย กลัวเจออันตรายเพราะดึกแล้ว *

คนจรจัดฝรั่ง

ถึงจะไร้บ้านแต่ไม่ไร้น้ำใจ คุณลุงคนจรเดินส่งสาวตกรถไฟเที่ยวสุดท้ายไปในที่ปลอดภัย เพื่อรอขึ้นรถไฟเที่ยวใหม่ตอนเช้า หลังเห็นว่าดึกมากแล้ว อาจเกิดอันตรายกับเธอได้

เผยเรื่องราวชวนซาบซึ้งใจของชายไร้บ้านคนหนึ่ง ที่เว็บไซต์เมโทร ได้หยิบยกมานำเสนอในรายงานเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2559 โดย นิโคล เซดเกอเบียร์ สาวชาวอังกฤษ วัย 21 ปี เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจครั้งนี้ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวของเธอว่า

เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ที่สถานีรถไฟอุสตัน ในกรุงลอนดอน นิโคลพลาดรถไฟเที่ยวสุดท้ายที่จะกลับบ้านในเมืองมิลตัน คีนส์ หลังจากไปสังสรรค์กับเพื่อนจนเวลาล่วงเลย และรถไฟเที่ยวต่อไปก็ต้องรอจนกว่าจะเช้า ในเวลานั้นประตูสถานีก็ปิด เธอคิดไม่ออกเลยว่าจะต้องทำอย่างไร เธอไม่มีแม้ที่จะอยู่หรืออาศัยหลบพักได้เลย อีกทั้งเธอยังก็ไม่คุ้นเส้นทางในเมืองหลวงนี้ด้วย ในตอนนั้นเธอรู้สึกสิ้นหวังจนเกือบจะระเบิดอารมณ์ร้องไห้ออกมา

แต่แล้วก็มีชายไร้บ้านคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธออย่างเป็นมิตร ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลาดึกมากแล้ว เขาเกรงว่าเธอที่ทั้งเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวและดื่มแอลกอฮอล์มาอาจจะเป็นอันตรายได้ จึงพาเธอไปนั่งพักยังร้านกาแฟที่ปลอดภัยที่ยังคงเปิดอยู่ และหลังจากนั้นคุณลุงคนไร้บ้านที่ทราบชื่อว่า มาร์ค ก็ขอตัวกลับไปนอนในที่ของตัวเอง พร้อมทั้งสัญญาว่าจะกลับมาหาเธอที่ร้านตอนตี 5 เพื่อพาเธอไปส่งยังสถานีขึ้นรถไฟกลับ ในตอนนั้นเธอเองไม่ได้เชื่อคำพูดสักเท่าไรนัก แต่ก็บอกขอบคุณและได้บอกลากันไป

ทว่าเมื่อถึงตอนเช้า เธอก็พบว่าคุณลุงคนไร้บ้านผู้นี้กลับมารับเธอตามที่สัญญาไว้จริง ๆ ไม่เพียงเท่านั้น เขายังพาเธอขึ้นรถบัสไปส่งด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะไม่หลงทาง ในที่สุดเธอก็เดินทางไปยังสถานีรถไฟและกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย

นิโคล ตัดสินใจเล่าเรื่องราวที่เธอประสบมาอย่างน่าประทับใจเหลือเชื่อให้คนในโลกออนไลน์ฟัง เพื่ออยากจะให้หลาย ๆ คนได้มองเหล่าคนไร้บ้านในมุมมองใหม่ ๆ ไม่อยากให้ดูถูกพวกเขา ซึ่งเมื่อก่อนเธอก็เคยเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ไม่แม้แต่อยากจะสบตา เพราะกลัวว่าจะโดนขอเงิน

แต่เมื่อเธอได้เจอกับเหตุการณ์หนนี้ มันพิสูจน์ให้เธอเห็นอย่างชัดเจนจริง ๆ ว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะน่าหวาดกลัว ยังมีหลายคนที่มีจิตใจแสนดี และทำดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ อย่างน้อยก็มีคุณลุงมาร์คคนนี้หนึ่งคน

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Nicole Sedgebeer

ตา สุรางคณา วิวาห์หนุ่มอินเดีย อายุห่าง 10 ปี เผยรักนี้คือพรหมลิขิต

 * ตา สุรางคณา วิวาห์หนุ่มอินเดีย อายุห่าง 10 ปี เผยรักนี้คือพรหมลิขิต *

ตา สุรางคณา

ตา สุรางคณา

ตา สุรางคณา แต่งงานหนุ่มอินเดียรุ่นน้อง เผยอายุห่าง 10 ปีไม่เป็นอุปสรรค บอกเหมือนพรหมลิขิตดลบันดาลให้มาเจอกัน ชีวิตแฮปปี้มะเร็งท่อน้ำดีหายแล้ว

หายหน้าหายตาจากวงการบันเทิงไปนานเลยทีเดียว สำหรับนักแสดงรุ่นใหญ่ ตา สุรางคณา โดยล่าสุด (9 มีนาคม 2559) เจ้าตัวได้มาอัพเดทชีวิตผ่านรายการ โชว์แตกฟอง ทางช่อง 2 ว่า ก่อนหน้านี้ป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดีมาตั้งแต่อายุ 27-28 ปี อาการตอนนี้หายแล้ว เพราะเข้ารับการรักษาไปผ่าตัดเอามะเร็งออกแล้ว พร้อมเผยข่าวดีว่าเพิ่งเข้าพิธีแต่งงานกับแฟนหนุ่มรุ่นน้องชาวอินเดีย ที่อายุห่างกันกว่า 10 ปี เมื่อประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา

โดยการแต่งงานครั้งนี้จะเรียกว่าพรหมลิขิตก็ได้ เคยอธิษฐานจิตเรื่องแต่งงานอยู่เสมอว่าถ้าจะมีคู่ก็ขอให้มีเนื้อคู่ที่เป็นบุญคู่บารมีกัน เป็นคู่ที่ดีต่อกัน ถ้าเจอไม่ดีก็ขอไม่มีเลยดีกว่า ขอถวายชีวิตให้พระพุทธศาสนา จนวันหนึ่งเหมือนชะตาฟ้าลิขิตไปเรียนปริญญาเอกที่อินเดียแล้วก็ได้เจอกันในคลาสเรียน แม้จะอายุห่างกัน 10 ปี แต่เขานิสัยเป็นผู้ใหญ่กว่ามาก และทางครอบครัวของเขาก็ดีมาก ถือว่าเป็นชีวิตที่สมบูรณ์แบบ เราต่างมาเติมเต็มส่วนที่ขาดให้กันและกัน ส่วนเรื่องทายาทขอปล่อยตามธรรมชาติ จะมีหรือไม่มีให้เป็นเรื่องของชะตาแล้วแต่ฟ้าลิขิต

กระปุกดอทคอม ก็ขอแสดงความยินดีกับ ตา สุรางคณา และเจ้าบ่าวชาวอินเดียด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขกับชีวิตคู่มาก ๆ ค่ะ

ภาพและข้องมูลจาก ช่อง 2, Instagram puipimonwan, เฟซบุ๊ก ตา สุรางคนา

ศาลแพ่งสั่งริบทรัพย์ “พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์” กว่า 25 ล้าน เป็นของแผ่นดิน

 * ศาลแพ่งสั่งริบทรัพย์ “พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์” กว่า 25 ล้าน เป็นของแผ่นดิน *

พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์

ศาลแพ่งพิพากษาสั่งริบทรัพย์กว่า 1,000 รายการ รวม 25 ล้านบาทเศษ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. ตกเป็นของแผ่นดิน

วันที่ 9 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลแพ่ง รัชดา อ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์สิน พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. รวม 1,014 รายการ มูลค่ากว่า 25 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 กรณีสืบเนื่องจาก พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ กับพวก มีพฤติการณ์กระทำผิดเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ราชการและความผิดเกี่ยวกับการพนัน โดยขณะดำรงตำแหน่งเป็น ผบช.ก. ได้ร่วมกับพวก เรียกร้องเงินจากข้าราชการตำรวจที่ขอแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งสำคัญรายละ 3-5 ล้านบาท เมื่อได้รับแต่งตั้งแล้วต้องนำเงินส่งให้ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ เป็นรายเดือน ๆ ละ 10,000-2 ล้านบาท

นอกจากนี้ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ กับพวก ยังร่วมกันเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบธุรกิจค้าน้ำมันเถื่อนทางน้ำเป็นเงินเดือนละ 2-5 ล้านบาท และยังร่วมกับพวก เช่าสถานบริการอาบอบนวดโคลอนเซ่ เพื่อเปิดบ่อนการพนันถั่วครอบ

อ่านเพิ่มเติม ศาลแพ่งสั่งริบทรัพย์ “พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์” กว่า 25 ล้าน เป็นของแผ่นดิน

เจอร์เก้น คล็อปป์ ชี้เชิ้ตดำทำถูกแล้วที่ให้จุดโทษ ลิเวอร์พูล

 * เจอร์เก้น คล็อปป์ ชี้เชิ้ตดำทำถูกแล้วที่ให้จุดโทษ ลิเวอร์พูล *

เจอร์เก้น คล็อปป์ เจอร์เก้น คล็อปป์

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของ ลิเวอร์พูล ออกโรงยืนยันว่าลูกจุดโทษปัญหาในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมาในเกมที่ ลิเวอร์พูล บุกไปเฉือนชนะ คริสตัล พาเลซ 2-1 ถือเป็นการตัดสินที่ถูกต้อง

โดยในเกมดังกล่าวหลังจากถูก คริสตัล พาเลซ ขึ้นนำไปก่อนตั้งแต่ในช่วงต้นครึ่งหลัง แถมต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คนเมื่อ เจมส์ มิลเนอร์ มาโดนใบเหลืองใบที่สองเป็นใบแดง

แต่ทว่า ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูตีเสมอ น.71 แบบส้มหล่นเมื่อ อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ย์ ผู้รักษาประตูเจ้าบ้านจ่ายบอลพลาดเข้าทาง โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ยิงเข้าไปง่าย ๆ จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ “หงส์แดง” มาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่ถูกกองหลังเจ้าบ้านสกัดถูกขาหลังของ คริสเตีย เบนเทเก้ เจ้าตัวรับหน้าที่สังหารเป็นประตูชัยไปในที่สุด

ทางด้าน เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็มองว่าจังหวะจุดโทษถือเป็นการตัดสินที่ถูกต้องของผู้ตัดสิน “มันคือการเปลี่ยนตัวที่เหมาะเจาะมาก เบนเทเก้ ทำงานหนัก การจับบอลแรกของเขานำพาไปสู่โอกาสใหญ่ และเขาก็เรียกจุดโทษได้ เพราะเขาเคลื่อนที่มันจึงเกิดสถานการณ์นั้น มันคือจุดโทษอย่างชัดเจน และเขาก็ยิงได้อย่างเยือกเย็น”

ขณะที่ อลัน พาร์ดิว กุนซือใหญ่ คริสตัล พาเลซ ก็ออกอาการหัวเสียสุด ๆ กับจุดโทษดังกล่าว “ผมรู้สึกเหมือนเราโดนปล้นชัยชนะ แน่นอนเขาจ้องที่จะเอาจุดโทษอยู่แล้ว หากว่าผู้กำกับเส้นมองว่าเป็นจุดโทษเพียงเพราะว่าหัวเข่าไปโดน ในนาทีสุดท้ายผมว่ามันรุนแรงไป ดาเมียน เดลานี่ย์ พยายามดึงขากลับ แต่มันเป็นจังหวะต่อเนื่องหัวเข่าเขาก็เข้าไปโดน”

ภาพจาก AFP

เวย์ NBT ผู้ประกาศข่าวสาวผู้ไม่ย่อท้อ ขอต่อสู้กับมะเร็ง แม้ผมร่วงทั้งหัว

 * เวย์ NBT ผู้ประกาศข่าวสาวผู้ไม่ย่อท้อ ขอต่อสู้กับมะเร็ง แม้ผมร่วงทั้งหัว *

เวย์ NBT เวย์ NBT

เปิดเรื่องราวของ เวย์ เยาวลักษณ์ กันนิกา ผู้ประกาศข่าวสาวช่อง NBT ผู้ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม จนผมร่วงทั้งหัว แต่ก็ไม่ย่อท้อ ขอสู้ต่อไป ด้วยแรงใจที่เข้มแข็ง

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวสร้างกำลังใจดี ๆ ของผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่ไม่ย่อท้อต่อความเจ็บป่วย ขอต่อสู้กับโรคร้าย จนสามารถกลับมายิ้มได้อีกครั้ง สำหรับเรื่องของ คุณเวย์ เยาวลักษณ์ กันนิกา ผู้ประกาศข่าวสาวช่อง NBT และ Metro TV ที่ล่าสุด (2 มีนาคม 2559) เธอได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้กับโรคมะเร็งของตัวเอง ผ่านเฟซบุ๊ก Wayway Vay ซึ่งมีผู้แชร์ต่อ และเข้ามาคอมเม้นท์ให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม

โดยคุณเวย์ NBT เล่าว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2558 เธอทราบผลการตรวจชิ้นเนื้อบริเวณเต้านมว่าเป็นเนื้อไม่ดี ก่อนจะทราบแน่ชัดว่า เธอเป็นมะเร็งเต้านมทั้ง 2 ข้าง คุณหมอได้เริ่มวางแผนการรักษา จากที่ตั้งใจแต่แรกว่า ถ้าเป็นมะเร็ง จะไม่ยอมให้คีโมเด็ดขาด แต่สุดท้ายก็จำเป็นต้องเข้ารับคีโมจนได้ เพราะดูแล้วน่าจะเป็นทางรอด มากกว่าทางเลือก… จากนั้นเธอก็หาข้อมูลต่าง ๆ ทำทุกวิถีทางที่จะมีลมหายใจต่อให้นานที่สุด เพื่อให้ตัวเองมีโอกาสได้อยู่ดูและพ่อกับแม่ไปนาน ๆ แล้วก็พบว่า ทางที่ดีที่สุดที่จะต่อสู้กับโรคร้ายคือ “ทางสายกลาง” คือการรักษาตามขั้นตอนทางการแพทย์ทุกอย่าง และใช้วิถีธรรมชาติบำบัดเข้าช่วย

สำหรับขั้นตอนการรักษา คุณหมอต้องให้คีโมก่อน ผลข้างเคียงสำหรับเธอ มันคือความทรมานมากที่สุดในชีวิต ถึงกับร้องไห้ต่อหน้าหมอ บอกหมอว่า “ไม่อยากให้คีโมแล้ว ปล่อยให้ตาย ๆไปดีกว่า …” รู้สึกท้อ ถอดใจ อยากตาย… หลังให้คีโมครั้งแรกผ่านไป 2 สัปดาห์ ผมก็เริ่มร่วง เธอไม่กล้าแม้แต่จะส่องกระจกดูตัวเอง แต่สุดท้ายก็อดทนผ่านไปได้จนครบ 4 ครั้ง และต้องเข้ารับการผ่าตัด จากนั้นยังต้องให้คีโมอีก 4 ครั้ง จนผมร่วงหมดทั้งหัว จากนั้นก็เป็นขั้นของการฉายรังสี ที่ต้องทำถึง 30 ครั้ง จึงจบกระบวนการรักษา

อย่างไรก็ตาม คุณหมอไม่การันตีว่าหาย หรือเซลล์มะเร็งหมดไป เธอคอยดูแลและเตือนตัวเองว่า “ฉันเป็นมะเร็ง” และ “มะเร็งมันไม่มีวันหาย มันแค่สงบลง” ทุกวันนี้เธอผ่านมันมาได้แล้ว แม้จะไม่ง่าย ทุกข์ที่สุดในชีวิต ทรมานทั้งกายใจก็ตาม มาวันนี้เธอขอบคุณมะเร็ง ที่ทำให้ได้รู้ซึ่งถึงคุณค่าของลมหายใจทุกนาทีที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่เธอจะไม่สามารถมีรอยยิ้มและแรงสู้ได้เลย หากไม่ได้กำลังใจที่ดีจากครอบครัวและคนใกล้ตัว ที่คอยดูแล ให้กำลังใจในช่วงเวลาที่เธอแย่ที่สุด… และสิ่งสำคัญที่สุดคือ รอยยิ้มของพ่อและแม่ ที่ทำให้เธอลุกขึ้นสู้ และยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ

ข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Wayway Vay

เรื่องเล่าจากหมอห้องฉุกเฉิน…อุบัติเหตุรถพยาบาล กับชีวิตที่แขวนบนเส้นด้าย

 * เรื่องเล่าจากหมอห้องฉุกเฉิน…อุบัติเหตุรถพยาบาล กับชีวิตที่แขวนบนเส้นด้าย *

เรื่องเล่าจากหมอห้องฉุกเฉิน

เรื่องเล่าจากหมอห้องฉุกเฉิน ..กับอุบัติเหตุรถพยาบาล เตือนคนไทยแสดงความมีน้ำใจ ใส่ใจในเสียงไซเรน

การดำเนินชีวิตในแต่ละวันล้วนมีความเสี่ยง ไม่มีใครรู้ได้ล่วงหน้าว่าจะมีอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นตอนไหน เช่นเดียวกับวานนี้ (4 มีนาคม 2559) เฟซบุ๊ก Kitsada Tammarach ก็ได้แชร์ประสบการณ์เรื่องราว จากใจหมอ ER (หมอห้องฉุกเฉิน) บอกว่า ตนทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง ขณะที่กำลังนอนเล่นอยู่ในหอพักโรงพยาบาลในวันที่ไม่ได้เข้าเวร จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นตามให้ไปห้องฉุกเฉิน เนื่องจากมีคนถูกยิงหลายคน

ตอนที่ไปถึงห้องฉุกเฉิน พบคนเจ็บ, เพื่อน, ญาติ, ตากล้อง, ไทยมุง วุ่นวายเต็มห้องฉุกเฉินไปหมด ซึ่งแน่นอนว่าไล่ไม่ไป ทำให้การดูแลคนเจ็บยากขึ้นไปอีก ซึ่งมีเคสหนึ่งหนักสุด ถูกยิงที่หน้าอกขวา กระสุนทะลุอก เสียเลือดมากต้องใส่ท่อช่วยหายใจและท่อระบายเลือดออกจากช่องอก โชคดีที่คนเจ็บยังมีสติ ชีพจรดี อาการยังพอไหวเลยรีบส่งขึ้นรถฉุกเฉินเพื่อไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลในจังหวัด

อ่านเพิ่มเติม เรื่องเล่าจากหมอห้องฉุกเฉิน…อุบัติเหตุรถพยาบาล กับชีวิตที่แขวนบนเส้นด้าย

แจ็ค แฟนฉัน กับภาพล่าสุด ผอมแล้วหล่อขึ้นเยอะมาก

 * แจ็ค แฟนฉัน กับภาพล่าสุด ผอมแล้วหล่อขึ้นเยอะมาก *

แจ็คแฟนฉัน ตอนผอม

แจ็ค แฟนฉัน ฟิตหุ่นจนตอนนี้ผอมแล้ว แฟนคลับพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า หล่อมาก แอบคล้าย อาเล็ก ธีรเดช

เรียกได้ว่าขยันออกกำลังกายฟิตหุ่นอย่างหนัก จนตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยก็ว่าได้ สำหรับนักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี แจ็ค แฟนฉัน ล่าสุด (3 มีนาคม 2559) แอบเห็นภาพหนุ่มแจ็ค ที่พิธีกรหนุ่ม วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา อัพลงในทวิตเตอร์ ถึงกับต้องร้อง…อู้หู ! เพราะว่าหนุ่มแจ็คผอมแล้วเปลี่ยนไปมาก

งานนี้ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า แจ็คหล่อขึ้นเยอะมาก แถมแฟนคลับสาว ๆ ยังเข้ามาคอมเม้นท์ในอินสตาแกรมของเจ้าตัวด้วยว่า ผอมแล้วแอบเหมือน อาเล็ก ธีรเดช หล่อใจละลายเลย

ภาพจาก Instagram jackfanchan, woodytalk, ทวิตเตอร์ Woodytalk