แฟนข้าใครอย่าแตะ! หนุ่มจีนรัวหมัดใส่เพื่อนนศ.-แอบจู๋จี๋แฟนสาว(คลิป)

 เว็บไซต์ อิลลาวาร์รา เมอร์คิวรี ของออสเตรเลียเผยแพร่คลิปจากกล้องวงจรปิด เหตุการณ์นายหยาง ห่าวโป นักศึกษาวัย 22 ปี ปรี่เข้าเตะขาชายคนหนึ่งแล้วรัวชกที่ศีรษะและใบหน้ากว่า 20 หมัด กลางห้องโถงของมหาวิทยาลัยวอลลองกอง รัฐนิวเซาธ์เวลส์ ออสเตรเลีย

ข่าวระบุว่า ชนวนเหตุเกิดจากปมรักสามเศร้า โดยนายหยางบอกคู่กรณีให้อยู่ห่างๆแฟนสาวก่อนจะลงมือก่อเหตุ ทั้งนี้ ผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล เนื่องจากระบบสายตาถูกกระทบกระเทือน

ศาลเมืองวอลลองกองตัดสินจำคุกนายหยางเป็นเวลา 6 เดือน ขณะที่นายหยางยื่นอุทธรณ์ทันที และขอประกันตัวก่อนเข้ารับฟังการพิจารณาคดีของศาลอีกครั้งในวันที่ 2 ก.ย.

ที่มา>>>ข่าวสด

วัยรุ่นถูกรัวยิงดับ 2 ศพ คาปากซอยสายไหม แม่ค้าโดนลูกหลงเจ็บด้วย

เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 31 ก.ค.59 ร.ต.อ.อนุสรน์ เนียมแก้ว ร้อยเวรสอบสวนสภ.คูคต จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีวัยรุ่นปาระเบิดและไล่ยิงกันมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณปากซอยสายไหม 5 ม.8 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมหมาย ประสิทธ์ รองผบก.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.เศรษฐนันท์ ทิมวัฒน์ ผกก.สภ.คูคต เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลภูมิพลและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู  ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันปั้มหัวใจผู้บาดเจ็บ แต่ไม่อาจช่วยได้ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายณัฐพงษ์ เมืองจันทร์ อายุ 17ปี นักเรียนวิทยาลัยเทคโนโลยีฝีมือช่างปัญจวิทยา แผนกช่างยนต์ ปี 1 พำนักในหมู่บ้านแหวนยอด 2 ตำบลคูคตอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่กลางหลังจำนวน 4 แผล ที่หลังมือด้านขวามีบาดแผลลักษณะถูกฟันด้วยของมีคมจำนวน 1 แผล และชายโครงด้านซ้ายถูกฟันด้วยของมีคม 1แผลและถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดกระสุนฝังอยู่ 1 นัด ปลายเท้าพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. แบบแม็กกาซีน จำนวน 1 กระบอก ใกล้กันพบผู้เสียชีวิตอีก 1 รายทราบชื่อ นายอิทธิพันธ์  สังขทัต ณ อยุธยา อายุ 17 ปี นักเรียนสถาบันเดียวกัน แผนกช่างกลโรงาน ปี 2 พำนักในหมู่บ้านอู่ทอง 2 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จ.ปทุมธานี

ตรวจสอบตามร่างพบที่กลางอกถูกยิงด้วยอาวุธไม่ทราบขนาดจำนวน 3 แผลและกระเป๋ากลางยืนด้านหลังพบกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 1 นัดปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 นัดและกระสุนปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 1 นัด ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซูมเมอร์ เอ็กซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนล้มอยู่ 1 คันมีคราบเลือดติดอยู่มาก  นอกจากนี้ยังมีแม่ค้าที่อยู่ใกล้เคียงถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่โคนขาด้านขวา จำนวน 1 นัด ทราบชื่อนางอุบล สุเทศ อายุ 60 ปี อยู่ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่มไทรลำลูกกานำส่งโรงพยาบาลภูมิพล

ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่จำนวน 9 ปลอกเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามนางเบญจพร สังขทัต ณ อยุธยา 55 ปี แม่ของนายอิทธิพันธ์ สังขทัต ณ อยุธยา ทราบว่า ลูกชายคุยโทรศัพท์กับตนเมื่อเวลา 21.00 น. บอกแต่เพียงว่าจะไปหาเพื่อน ไม่นึกว่าจะมาถูกยิงตายเช่นนี้ ส่วนชาวบ้านริมคลองที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุบอกว่าขณะที่ตนเองจะนั่งกินอาหารอยู่กับครอบครัว ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นราว 10 นัดจึงพากันวิ่งหลบกระสุน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงออกมาดูจึงพบว่าผู้ตายทั้ง 2 ได้ถูกยิงตายที่หน้าบ้านแล้วจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วจึงกระจายกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารหาตัวคนร้ายโดยค้นบ้านบริเวณใกล้เคียงพบอาวุธจำนวน 3 เล่มและวัตถุระเบิดทำเองจำนวน 1 ลูก ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าภายในบ้านเลขที่ 25/39 หมู่ที่ 8 ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี และมีร่อยรอยคล้ายถูกคว้างด้วยระเบิดที่หน้าบ้าน ไม่มีทรัพย์สินเสียหาย จึงได้นำตัวเจ้าของบ้านไปสอบสวนที่สภ.คูคต

ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งนิติเวชโรงพยาบาลภูมิพลเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป  ขณะเดียวกันตำรวจจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงและนำเพื่อนของผู้ตายมาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อตามจับคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ทนายวัย 68 ปีเกิดวูบขณะขับรถเบนซ์ ทำให้เสียหลักพุ่งชนปั๊มน้ำมันกลางกรุง สุดท้ายเสียชีวิตข้างรถ

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 26 ก.ค. ร.ต.อ.สุเรวัช บังคมเนตร รองสว.(สอบสวน)สน.บางเขน รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์และมีผู้เสียชีวิตบริเวณหน้าปั้มน้ำมันเอสโซ่ สาขารามอินทรากม.4.5 ถ.รามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ที่เกิดเหตุอยู่บนฟุตปาธหน้าปั้มน้ำมันดังเอสโซ่ ถนนรามอินทราขาออก ที่บริเวณเสาป้ายบอกราคาน้ำมันพบรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ รุ่นอี 280 สีทอง ทะเบียน ฐฉ 5577 กรุงเทพ สภาพพุ่งชนกับป้ายราคาน้ำมัน ด้านข้างตัวรถฝั่งขวามีรอยเฉี่ยวชนเป็นทางยาว และยางล้อหน้าข้างขวาแตก

บริเวณพื้นฟุตปาธฝั่งประตูคนขับพบศพ นายสุขเกษม โพธิ์จันทจินดา อายุ 68 ปี เป็นคณะกรรมการสภาทนายความ สวมเสื้อเชิ้ตลายทางสีฟ้าขาว กางเกงสีดำ รองเท้าหนังสีดำ นอนหงายอยู่บนพื้น ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบบาดแผล ใกล้กันพบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีเทา ทะเบียน ญน4425 กรุงเทพ ถูกเฉี่ยวชนบริเวณด้านข้างซ้ายของตัวรถ จอดรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในปั้มน้ำมัน  สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่าก่อนเกิดเหตุบริเวณปากซอยรามอินทรา 41 รถเบนซ์คันดังกล่าวขับอยู่เลนซ้ายสุด แต่อยู่ก็เปลี่ยนเลนกระทันหัน แล้วไปเฉี่ยวชนกับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ที่วิ่งมาเลนกลางตามปกติชนจนรถยนต์ฮอนด้าเสียหลักพุ่งขึ้นเกาะกลางถนน ส่วนรถเบนซ์ปีนขึ้นฟุตปาธไปชนกับป้ายบอกราคาน้ำมันของปั้มเอสโซ่แล้วนิ่งไป ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงนำตัวคนขับออกมาจากรถซึ่งขณะนั้นยังหายใจอยู่แต่ไม่ตอนสนองใดๆ เจ้าหน้าที่พยายามช่วยเหลือแต่ไม่สำเร็จคนขับเสียชีวิต

นายอัครินทร์ โพธิ์จันทจินดา อายุ 36 ปี ลูกชายผู้เสียชีวิต เดินทางมายังที่เกิดเหตุ พร้อมให้การว่า ผู้ตายมีโรคประจำตัวเป็นความดัน เบาหวาน อดีตผู้ตายเคยเป็นทนายความและเกษียนอายุออกมาเป็นขณะกรรมการสภาทนายความอยู่ที่สำนักงานสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถ.พหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. ก่อนเกิดเหตุผู้ตายกำลังเดินทางกลับบ้านโดยออกจากสำนักงานสภาทนายความ ตามปกติแต่ผิดสังเกตว่าวันนี้ถึงบ้านช้า กระทั่งมีคนโทรมาแจ้งว่าพ่อเสียชีวิตแล้ว ทั้งนี้ที่ผ่านมาพ่อไม่เคยแสดงอาการวูบหรืออาการผิดปกติใดๆมาก่อน

ร.ต.อ.สุเรวัช กล่าวว่าจากการสอบสวนลูกผู้ตายทราบว่ามีโรคประจำตัวอยู่แล้ว จึงคาดว่าน่าจะเกิดอาการวูบไปขณะขับรถ อย่างไรก็ตามต้องสอบสวนพยานและกล้องวงจรปิดอีกครั้ง ก่อนส่งศพชันสูตรต่อเนื่องที่นิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ยิงถล่มบ้านย่านมีนบุรี!! กระบะจอดสาดกระสุน หนีอลหม่าน-หนุ่มเบญจเพสสาหัส

 เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 26 ก.ค. ร.ต.อ.ชัชวาลย์ ละอองบัว รอง สว.(สอบสวน) สน.ฉลองกรุง รับแจ้งเหตุว่า มีกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้านเรือนประชาชนจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 8/1 ม.4 ถ.คุ้มเกล้า 14 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรากร ไชยวงศ์ สว.สส.สน.ฉลองกรุง กำลังฝ่ายสืบสวนฯ เจ้าหน้าที่ทหารจากร้อย.รส.ป พัน 12 รอ. และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว เจ้าหน้าที่พบรอยกระสุนปืนยิงทะลุฝาบ้านประมาณ 7-8 แห่ง และปลอกกระสุนปืนจำนวนหนึ่งตกเกลื่อนพื้นถนน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการตรวจสอบพบมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อ คือ นายพศวีร์ รังรักษ์ อายุ 25 ปี ถูกยิงเข้าที่ช่องท้องด้านขวา 1 นัด กระสุนฝังในได้รับบาดเจ็บสาหัส ทางญาติๆ จึงช่วยกันนำส่ง รพ.นวมินทร์ 1 สอบสวน น.ส.ชนัญชิดา ม่วงเกตุมา อายุ 28 ปี ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา พ่อของตนได้มีปากเสียงทะเลาะกับชายคนหนึ่งที่อยู่ร้านขายยางรถยนต์ชื่อบริษัท คุ้มเกล้าล้อแม็กซ์ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้าน โดยพ่อตนกับชายดังกล่าวได้ชกต่อยกัน แต่ชายคนดังกล่าวสู้ไม่ได้ จึงไปเรียกเพื่อนที่อยู่ร้านยางอีก 3 คนมารุมทำร้ายพ่อตน โดยชายคนดังกล่าวได้ชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่ด้วย ก่อนจะแยกย้ายกันไป จากนั้นพ่อจึงเดินทางไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ที่ สน.ฉลองกรุง ซึ่งทางญาติๆ และกลุ่มวัยรุ่นอีกประมาณ 4 คน ได้พากันไปด้วย หลังจากนั้นได้กลับมาตั้งวงดื่มสุรากันบริเวณหน้าบ้าน กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. ได้มีรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด 4 ประตู สีส้ม และรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด สีดำ อีก 1 คันมาจอดอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามถนน และตะโกนมาว่า “พวกมึงเมายัง” ก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงถล่มเข้ามาหลายนัด พวกตนจึงพากันหมอบลงคลานหนีกันอลหม่าน จากนั้นกลุ่มคนร้ายจึงได้ขับรถหลบหนีไป ด้าน พ.ต.ท.วรากร กล่าวว่า อย่างไรก็ตามจะต้องสอบปากคำกลุ่มคนที่ร้านขายยางรถยนต์ฝั่งตรงข้ามบ้านหลังเกิดเหตุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ และให้กำลังฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ รวมทั้งกล้องวงจรปิดของร้านสะดวกซื้อ ที่คาดว่าน่าจะจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ เพื่อเป็นหลักฐานและติดตามตัวผู้ที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โจรอ้วนผอมเหิม! ลักจยย.ในหอพักปทุมฯ-กล้องวงจรปิดจับภาพชัด

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 14 ก.ค. ร.ต.อ.ปรีชา เต๊กสี ร้อยเวรสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุคนร้ายขโมยรถจักรยานยนต์ที่หอพักเสริมทรัพย์อพาร์ตเมนต์ เลขที่ 99/33 หมู่ 3 ต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นลานจอดรถจักรยานยนต์ มีกล้องวงจรปิดและแสงไฟส่องสว่าง คนร้ายเข้ามาลักรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าดรีม 125 สีน้ำตาล ซึ่งเป็นรถใหม่ยังไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียน

สอบถามนายทรงพล คงสูงเนิน อายุ 25 ปี พนักงานบริษัท กล่าวว่า ยืมรถจักรยานยนต์มาจากเพื่อนที่เพิ่งซื้อมาใหม่ เนื่องจากรถของตนเสีย ซ่อมอยู่ที่อู่ เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้าย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาที่ลานจอด คนหนึ่งอ้วน อีกคนผอม จึงนำภาพส่งให้เจ้าหน้าที่ออกติดตาม เบื้องต้นพบว่าในพื้นที่มีคดีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 125 สีน้ำเงินดำ ทะเบียน ฬบฬ 454 กทม. ของนายวุฒิกรณ์ เบี้ยเลี่ยม หายไป มีภาพกล้องวงจรปิดที่มีคนร้ายลักษณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ก็ยังคงติดตามอยู่เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ไม่พอใจโดนจยย.ปาดหน้า หนุ่มซีอาร์วีเลือดร้อน-ไล่ยิงคู่กรณีเจ็บถึงบนโรงพัก

เมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 12 ก.ค. นายปรัชญา สุวรรณกุล อายุ 29 ปี หนุ่มพนักงานร้านอาหาร ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดไล่ยิงถึง 3 นัดซ้อน เหตุเกิดหน้าร้านสะดวกซื้อ ห่างจาก สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพียง 80 เมตร กระสุนถูกแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บ จึงวิ่งหนีขึ้นไปบนโรงพักเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่คนร้ายยังตามขึ้นไปถึงบนโรงพักจนตำรวจเข้าห้ามปรามคนร้ายจึงหลบหนีไป  จากการสอบสวน นายปรัชญา เล่าเหตุการณ์ว่า ได้ขี่รถจักรยานยนต์จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าไปทางอำเภอแม่ริม เมื่อถึงจุดกลับรถหน้ากองพลทหารราบที่ 7 ก็มีรถเก๋งฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี  กลับรถตัดหน้าตรงจุดดังกล่าว ย้อนไปทางตัวอำเภอแม่ริม ทำให้ตนต้องเบรกกระทันหันและเกิดความไม่พอใจจึงขี่จักรยานยนต์ตามไปไล่แซงรถยนต์คันดังกล่าว ทำให้ชายที่ขับรถยนต์ขับรถไล่ติดตาม

นายปรัชญาให้การว่า ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์หนีและวนไปมาหลายรอบ แต่รถยนต์คันดังกล่าว ยังคงขับไล่ติดตามตลอด ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดหน้าร้านสะดวกซื้อ ใกล้กับโรงพักแม่ริม ซึ่งมีกล้องวงจรปิด แต่คนขับรถซีอาร์วีก็ยังขับตามมาและจอดรถก่อนจะลงจากรถใช้มือตบศรีษะตน  “ตอนนั้นผมเห็นว่าไม่ปลอดภัยจึงวิ่งหนี คนขับรถซีอาร์วีจึงได้ชักอาวุธปืนออกมายิงตามหลังผมถึง 3 นัด ต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก กระสุนปืนเฉียดแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บ ผมจึงวิ่งขึ้นไปบนโรงพักขอความช่วยเหลือจากตำรวจ แต่คนร้ายยังตามขึ้นไปถึงบนสถานีตำรวจเพื่อจะทำร้าย ตำรวจจึงเข้ามาห้ามปราบปราม ก่อนที่ชายดังกล่าวจะหลบหนีไป”นายปรัชญากล่าว

พ.ต.ต.ตรีเพชร ป่าหวาย สว.สส.สภ.แม่ริม เผยว่า คนร้ายกระทำการอุกอาจมาก ถึงขั้นพกพาอาวุธปืนขึ้นมาถึงบนโรงพักเพื่อจะทำร้ายคู่กรณี เมื่อถูกห้ามปราบยังขับรถไปจอดรอนายปรัชญาอยู่บนถนนเพื่อจะเอาเรื่องอีก ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อออกหมายจับ ซึ่งตำรวจทราบข้อมูลของคนขับรถเลือดร้อนรายนี้แล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

(ดูคลิป) นาทีรถจักรยานยนต์ตัดหน้ากระบะ ถูกชนท้ายกระเด็น คนขี่บาดเจ็บ

ที่บริเวณแยกทุ่งไก่ดัก ต.ท่ากุ่ม อ.เมือง จ.ตราด เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บ 1 ซึ่งกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณ 4 แยก สามารถจับภาพนาทีชีวิต ที่นายลี บุญรอด อายุ 50 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน กนค 87 ตราด กำลังเลี้ยวเข้าขวาเข้าหมู่บ้านคลองขัด แต่ถูกรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ผข 2771 ระยอง ของ บมจ.คูโบต้า ระยอง ที่ขับตามหลังมาพุ่งชนท้าย ถึงแม้ว่าคนขับจะพยายามหักหลบแล้วก็ไม่ทัน ทำให้ทั้งคนทั้งรถจักรยานยนต์กระเด็นและไถลไปกับถนน แต่นายลี บาดเจ็บเป็นแผลถลอกตามร่างกายเท่านั้น  ส่วนรถจักรยานยนต์และรถยนต์เสียหายเล็กน้อยนายลี กล่าวว่า ตนเองขี่รถจักรยานท่าวัดท่ากุ่ม หลังจากไปซื้อกับข้าวแล้วกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน เมื่อมาถึง แยกทุ่งไก่ดัก ตนเองมองว่าไม่มีรถตามหลังมา จึงได้ขี่รถเปลี่ยนเลนเลี้ยวขวาเข้าบ้านคลองขุด ไม่รู้ว่ามีรถยนต์ตามหลังจนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น

ขณะที่คนขับรถยนต์ กล่าวว่า ตนเองเห็นแล้วรถจักรยานยนต์ของคู่กรณีได้ขี่ตัดหน้า ตนเองพยายามเบรกและหักหลบแต่ไม่ทัน ก่อนจะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ดังกล่าว

หลังจากเกิดเหตุรถกู้ชีพอบต.ท่ากุ่มได้เข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลนายลี พร้อมทั้งแจ้งไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองตราดทราบ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาบันทึกเหตุการณ์ที่จุดเกิดเหตุต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สยองทางด่วน! จยย.ขับย้อนศรด่านเก็บเงินรามอินทรา-ชนสนั่นเก๋งฮุนไดดับอนาถ

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 23 มิ.ย. ร.ต.อ.นนทกร ปิ่นทอง รอง สว.(สอบสวน) สน.ทางด่วน 1 กก.2 บก.จร. รับแจ้งเหตุรถชนรถจักรยานยนต์บริเวณทางพิเศษฉลองรัช รอยต่อจตุโชติ ขาออกมุ่งหน้าสุขาภิบาล 5 กม. 19+100A แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครมูลร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุอยู่บนทางด่วนช่องทางที่ 3 พบศพนายศัลยพชร์ กุงนอก อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/253 ม.2 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี สภาพศพแขนขาบิดผิดรูปนอนคว่ำหน้าเสียชีวิต บนพื้นถนนพบรอยล้อเบรกเป็นทางยาวกว่า 50 เมตร ห่างออกไปอีก 100 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าโซนิค สีขาว ทะเบียน งทย 794 นครราชสีมา สภาพรถทั้งคันพังยับเยิน ชิ้นส่วนกระจัดกระจายเต็มถนน

ใกล้กันยังพบรถตู้ยี่ห้อฮุนได รุ่นเอสวันสีดำ ทะเบียน ฮร 3600 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้ากระโปรงได้รับความเสียหาย มีนายธีร์วัช กุลเจริญพาณิชย์ อายุ 31 ปี เป็นเจ้าของรถ ซึ่งยืนรอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ ระบุว่า ขับรถมาตามปกติก่อนเห็นรถจักรยานยนต์ขับขี่ย้อนศรมาด้วยความเร็วจนเบรกไม่ทัน   จากการตรวจสอบทราบว่า ผู้เสียชีวิตขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนประดิษฐ์มนูธรรมก่อนจะขึ้นสะพานข้ามถนนรามอินทราช่วงแยกวัชรพล จากนั้นเบี่ยงขวาขึ้นทางด่วนแล้วฝ่าด่านเก็บเงินรามอินทรา 1 ทางช่องอีซี่พาส เมื่อขับเลยจากด่านเก็บเงินไป 100 เมตร ผู้ตายได้กลับรถบริเวณทางบรรจบก้างปลาแล้วขับขี่รถย้อนศรมา 400 เมตรแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมพยานหลักฐานบริเวณจุดที่เกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งจะสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์อีกครั้ง แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อหากับใคร เนื่องจากต้องตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ล้วงคอตำรวจคาซัคฯ กะเทยพัทยาปรี่กอด ฉกเงินเกลี้ยงกระเป๋า

ตำรวจยศร้อยเอก ชาวคาซัคสถาน เดินริมถนนกลางดึก ซื้อยาให้แม่นอนป่วยระหว่างเที่ยวพัทยา ถูกกะเทยแสบปรี่เข้ามากอด ก่อนล้วงกระเป๋าเกลี้ยง หนีลอยนวล…

เมื่อเวลา 03.40 น. วันที่ 11 พ.ค. ร.ต.อ.ธานินทร์ กันภัย รอง.สว. ( สอบสวน ) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีชาวต่างชาติถูกกะเทยล้วงกระเป๋า หน้าร้านสะดวกซื้อ โลตัส เอ็กซ์เพลส ภายในซอยนาเกลือ 16 (ซอยโพธิ์สัมพันธ์ ) ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังชุดสืบสวนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบชาวต่างชาติ ทราบชื่อคือ นายเอสเซ็ต เซอร์กาซี่ (Mr.asset sergazy) อายุ 33 ปี ตำรวจ ยศร้อยเอก ชาวคาซัคสถาน ยืนรอให้กับตำรวจ โดยให้การเบื้องต้นว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังเดินออกจากที่พัก ห่างจากจุดเกิดประมาณ 500 เมตร เพื่อซื้อยาให้แม่ ซึ่งนอนป่วยอยู่ภายในห้องพัก ถึงที่เกิดเหตุ มีคนร้ายลักษณะเป็นผู้ชายแต่งกายเป็นหญิง สวมชุดสีดำ สูงประมาณ 180 ซม. ผมยาว ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อมาประกบข้าง แล้วทำทีพูดทักทาย พอตนส่งยิ้มกลับ คนร้ายก็จอดรถจักรยานยนต์เดินปรี่เข้ามาโอบกอด ตนพยายามสะบัดตัวเองหนี พอสะบัดหลุด คนร้ายก็รีบวิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไปทันที จากนั้นตรวจสอบทรัพย์สินในตัว พบว่าเงินสด 4,000 บาท ที่เตรียมมาซื้อยาให้แม่ ถูกล้วงไปจนหมดเกลี้ยงนายตำรวจคาซัคสถาน ยังให้การต่ออีกว่า ตนเพิ่งเดินทางมาเที่ยวพักร้อนในพื้นที่เมืองพัทยาพร้อมกับผู้เป็นแม่ ได้เพียง 5 วัน และมีกำหนดเดินทางกลับในวันที่ 14 พ.ค.นี้ เหตุการณ์ในครั้งนี้รู้สึกแย่มาก และอยากให้ตำรวจไทยเร่งติดตามจับกุม คนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ อีกทั้งเชื่อว่าบริเวณจุดเกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดจำนวนมาก อาจเป็นหลักฐานมากพอในการติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้

เบื้องต้นตำรวจได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน พร้อมประสานให้ฝ่ายสืบสวนออกหาเบาะแสจากพยานแวดล้อม และติดต่อขอดูกล้องวงจรปิดจากสถานที่รอบๆ บริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อเป็นแนวทางในการเร่งติดตามกะเทยแสบรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

สลด! สาว ป.โท ควบเบนซ์เสยท้ายสิบล้อดับ เสาเข็มพุ่งทะลุกระจก

สาว ป.โท นิสิตมหาวิทยาลัยดัง ขับรถเบนซ์เสยท้ายรถบรรทุกสิบล้อ ถูกเสาเข็มพุ่งทะลุกระจกเข้าที่นั่งคนขับ จนท.เร่งเข้าช่วยเหลือ แต่ยื้อชีวิตไว้ไม่ได้ ด้านโชเฟอร์คู่กรณีหลบหนีก่อนถูกตามจับ อ้างตกใจ ด้าน ตร.บางเขน เร่งตรวจวงจรปิด

เมื่อเวลา 01.20 น. วันที่ 28 เม.ย. 59 ร.ต.ท.คณิตนนท์ ถนอมศรี รอง สว.สส.สน.บางเขน รับแจ้งเหตุรถยนต์นั่งส่วนบุคคลชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณถนนประเสริฐมนูกิจ (เกษตร-นวมินทร์) ช่วงทางลงสะพาน แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นทางลงสะพานข้ามคลองบางบัว ช่วงขาเข้ามุ่งหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ช่วงระหว่างตอม่อที่ 34-35 บริเวณเลนซ้ายสุดพบรถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 50-6150 กรุงเทพมหานคร ของบริษัทรับตอกเสาเข็ม จอดอยู่ มี นายสุนทร ชนะบุญชัย อายุ 42 ปี เป็นผู้ขับขี่ ด้านท้ายรถบรรทุกพบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่นคอมเพรสเซอร์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 4กค 1484 กรุงเทพมหานคร สภาพรถด้านหน้าพังยับเยิน กระจกด้านหน้าแตกเพราะถูกเสาเข็มแทงเข้ามาภายในตัวรถทั้งหมด 5 ต้น โดยมี น.ส.ปรีย์วรา มังคละพิศาลกุล อายุ 35 ปี นิสิตมหาบัณฑิตสาขาวิชาบริหารการศึกษา ภาควิชานโยบายการจัดการและความเป็นผู้นำทางการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยู่บ้านเลขที่ 514 ซ.เคหะร่มเกล้า 64 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง เป็นผู้ขับขี่ นอนหมดสติหายใจรวยรินอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องรีบเข้าช่วยเหลือเป็นการด่วนก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมาสลด!เสาเข็มพุ่งทะลุกระจกรถ ทำให้สาวป.โท ขับรถเบนซ์ เสียชีวิตอนาถ

จากการสอบสวน นายสุนทร ทราบว่า ขับรถบรรทุกมาจากมีนบุรี เพื่อนำเสาเข็มไปส่งตามจุดที่ได้รับหมอบหมาย ขณะกำลังวิ่งมาด้วยความเร็วปกติในเลนซ้ายสุด ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรชนด้านท้ายรถจึงจอดรถลงมาดู พบว่ามีรถยนต์เบนซ์ถูกเสาเข็มที่บรรทุกมาเสียบเข้าไปภายในตัวรถ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าช่วยเหลือ ก่อนจะหลบหนีไปด้วยความตกใจและกลัวความผิด ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวและนำตัวมาสอบสวนต่อที่ สน.บางเขน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งข้อหาใดๆ เพราะจะต้องทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและสอบสวนคนขับรถบรรทุกเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเหตุ ส่วนศพนำส่งนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อหาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป.

ที่มา>>>Thairath