รู้ไว้ใช่ว่า ประสบการณ์ตรงจากปี 54 เมื่อรถจมน้ำ ต้องทำอย่างไร ให้รอด สูญน้อยที่สุด

จากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ ทำให้น้ำท่วมหลายพื้นที่โดยที่ไม่ทันตั้งตัว โลกออนไลน์ มีการแชร์เรื่องจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Mikey MG ซึ่งได้แชร์ประสบการณ์ จากเมื่อปี 2554 ซึ่งเป็นวิธีแก้ปัญหาเมื่อพบกับเหตุการณ์น้ำท่วมรถ โดยพบว่า มีการแชร์ต่อไปเกือบ 2 หมื่นครั้งเลยทีเดียว

 

โดยระบุว่า “#รถที่จมน้ำทุกคันมีทางแก้เคยเจอมาแล้ว เมื่อปี 54 #ช่างจันทร์ขอแนะนำ รถที่จมน้ำในตอนนี้!
1 ถอด แบ็ตเตอรี่ ออกหนึ่งข้าง บวก หรือ ลบ ก็ได้
2 เอามือถือ ถ่ายรูปรถทุกจุดที่น้ำเข้า
3ถ่ายรูปตอนน้ำท่วมสูงสุดจะได้รู้ว่าถึงจุดใหนของรถ
4 พอน้ำลง พอน้ำลงโทรตามประกันมาซ่อม
5 ประกันมาดูรถให้ใส่แบ็ต ขอติดเครื่อง,#ห้ามเด็ดขาด เพราะน้ำเข้าท่อไอดี ไปอยู่ที่หัวลูกสูบ พอติดเครื่อง น้ำก็จะอัดในห้องเครื่องทำให้ก้านสูบคด งอ พังในที่สุด ซ่อมใหม่ก็ หลายๆหมื่น เลยทีเดียว
6 ให้ประกันลากเข้า 0 บริการ พร้อมทำหนังสือว่าจะรับผิดชอบ ทุกอย่าง ทำให้เหมือนเดิม แล้วเซ็น

7 คนใหน #ไม่มีประกัน ให้ทำตาม ช่างจันทร์ บอกต่อไปนี้
7.1 ถอดแบ็ต
7.2 เอาลมเป่า ตามปลั้กไฟทุกจุด และถอดกล่อง ECU  มาเป่า ,ใช้ลมเป่า เบาๆ หรือไดเป่าผมก็ได้ แล้วตากแดน 20 นาที [กล่องจมน้ำไม่พัง #ถ้าลมเป่าแรงๆพังเลย กล่องพวกนี้เขามีน้ำยาเคลือบมาแล้ว จมน้ำเลยไม่เสีย แต่ใส่แบ็ต ผิดเสียเลย เปลี่ยนใหม่ หลัก หมื่น
7.3 ถ่ายน้ำมันเครื่อง เกียร์ เฟืองท้าย ทิ้ง เติมใหม่
7.4 รถ #เบนชิน ถอดหัวเทียนออก ติดเครื่อง 3 วิ ทำแบบนี้ 3 ครั้ง ครั้งแรกน้ำพุ่งออกรูหัวเทียน มาก
#ห้ามลืมถอดหัวเทียน นะ ก้านสูบคด เสีย เงินหมื่น
7.5 #เครื่องดีเชล ถอดหัวฉีด หรือหัวเผาก็ได้ อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วติดเครื่อง 4 วิ ทำ 4 ครั้ง
7.6 ประกอบคืน ล้างถังน้ำมันเชื้อเพลง เติมใหม่  แล้วติดเครื่องได้เลย #เย้ๆดีใจ เครื่องติดแล้ว
ทำตามที่บอก อย่าข้ามขั้นตอน แค่นี้ ก็ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น
7.7 เมื่อเครื่องยนต์ ติดแล้ว เข้าเกียร์ไม่ได้ วิ่งไม่ได้ เพราะ ผ้าครัชติดกับหวีครัช #ไม่ต้องยกเกียร์ให้ลำบาก ทำง่ายๆ นาทีเดียวก็ ดีเยี่ยม #เข้าเกียร์ 2 ติดเครื่อง 8 วินาที ใช้ได้เลย ,ใช้ได้ 2,000 โล เปลี่ยนลูกปืนครัชใหม่ ราคาไม่ถึงพัน

8 มอไซค์ ที่จมน้ำ
8.1 ให้ทำทุกอย่าง เหมือน 7.1 ถึง 7.6 มอไซค์ ดีอย่าง แบตเตอรี่ จมน้ำไม่เสีย ,แบตแห้งไง
#คนใหนอ่าน จบ คนนั้นเป็นคนดีของสังคม แล้วแชร์ ให้เพื่อนๆที่ อยู่ สกลนคร และทุกคนที่รถจมน้ำ
อย่างน้อย ช่างจันทร์ ก็ถือว่าได้ช่วย  ได้ บุญ,,ส่วน#คนที่กดแชร์ ก็ได้บุญ ใหญ่ คนไทยช่วยกัน ช่วยกันนะคาบบบบบ””

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ครู-นร. รุมแช่งคนใจร้าย! วางยาเบื่อหมา-แมวตายทั้งโรงเรียน นกเอี้ยงยังไม่เว้น

หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “ดำขาวผู้ภักดี เป็นที่รักของทุกคน น้ำท่วมก็ไม่ทิ้งโรงเรียน กลับสิ้นชีวิตด้วยน้ำมือของคนที่มีจิตต่ำกว่าเดรัจฉานมีแต่ความเบียดเบียนข้าวสักเม็ดไม่เคยเอามาให้ มาวันนี้เอาข้าวไก่ต้มที่เหลือจากไหว้เจ้าคลุกด้วยยาเบื่อ มาให้กินจนสิ้นใจพร้อมกันทั้ง 2 ตัว และนกเอี้ยงอีกสองตัว ขอให้ผู้ที่กระทำจงชดใช้กรรมต่อไป ดำกับขาวสู่สุคติ” เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์การกระทำของคนใจร้ายต่างๆ นานา

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านซอยสอง ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อสอบถามสาเหตุที่เกิดขึ้น และได้พบกับนายสฤษดิ์ สุขสวัสดิ์ อายุ 59 ปี ครูประจำโรงเรียนบ้านซอยสอง เปิดเผยว่า เฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นของผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งวันนี้เดินทางไปประชุม สำหรับโพสต์ข้อความหลังจากที่สุนัขที่เลี้ยงไว้ภายในโรงเรียน ชื่อเจ้าดำและเจ้าขาว พร้อมกับนกเอี้ยงอีก 2 ตัว ตายจากการกินอาหารผสมยาพิษ ที่มีคนเห็นว่ามีชายและหญิงขี่รถจักรยานยนต์นำมาวางไว้ให้บริเวณที่จอดรถในโรงเรียน แต่ไม่ทราบสาเหตุที่ลงมือ ซึ่งนำความเสียใจมาสู่ ผอ.ครู และนักเรียนเป็นอย่างมาก

 หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ก็มีสุนัขโดนวางยาอีก 4 ตัว พร้อมแมว 1 ตัว และนกเอี้ยงอีก 1 ตัวตาย ในลักษณะเอาอาหารมาโยนไว้ให้ ซึ่งครูนักเรียนก็นำไปฝังอีก และล่าสุดเช้าวันนี้ 7 ก.พ. ได้มีสุนัขของชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ละแวกโรงเรียน เดินมาตายที่สนามในโรงเรียนอีก 1 ตัว อาการและสาเหตุเดียวกัน จึงช่วยกันฝังอีก

นายสฤษดิ์ กล่าวอีกว่า ทั้งเจ้าดำและเจ้าขาว เป็นสุนัขที่ไม่ดุร้าย เป็นมิตรกับทุกคน จะคอยระวังคนแปลกหน้าให้กับโรงเรียนแต่ไม่เคยทำร้ายใคร ส่วนสุนัขและแมวที่ตายเป็นของชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้โรงเรียน ที่วนเวียนมากินอาหารเป็นประจำ ซึ่งมาตายบริเวณโรงเรียน ทั้งนี้ขอวอนให้ผู้ที่กระทำเห็นแก่ชีวิตสัตว์โลกด้วยกัน เพราะสัตว์ก็รักชีวิตไม่ต่างกับมนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์ประเสริฐ หากผู้ที่ทำร้ายฆ่าสัตว์เดรัจฉานได้ ก็มีจิตใจที่ต่ำกว่าเดรัจฉาน สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ยังทำให้นักเรียนเสียใจและตกใจที่มีเหตุเศร้าต่อเนื่องเพราะก่อนหน้านี้โรงเรียนก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมาแล้วเพิ่งได้รับการฟื้นฟูไม่คิดว่าจะมีคนใจดำทำกับสัตว์เลี้ยงได้

ที่มา>>>ข่าวสด

เผยภาพเบื้องหลังความปลอดภัยประชาชนเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าในยามน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ครั้งนี้สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักกับประชาชน โดยนอกจากความเสียหายจากน้ำ ยังพบว่า ช่วงเวลาที่น้ำท่วมเรื่องไฟฟ้าดูด ไฟฟ้าชอร์ตก็ถือเป็นปัญหาสำคัญซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องดูแลและแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับอันตราย โดย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA ได้นำภาพการทำงานท่ามกลางน้ำท่วมสูงของเจ้าหน้าที่มาแชร์ไว้

พร้อมระบุว่า “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอชะอวด ระดมทีมงานแก้ไขระบบไฟฟ้า และยกระดับมิเตอร์ให้พ้นน้ำ วันนี้ (วันที่ 10 มกราคม 2560) กองบำรุงรักษา ฝ่ายวิศวกรรมและบริการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอชะอวด แก้ไขระบบไฟฟ้าและยกระดับมิเตอร์ให้พ้นน้ำ ในพื้นที่บ้านย่านแดง ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรม เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในการใช้ไฟฟ้าสภาวะน้ำท่วม รายงานข่าวโดย : แผนกกิจการสังคมและสิ่งแวดล้อม กองอำนวยการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราช”

ที่มา>>>ข่าวสด

พสกนิกสุดปลื้มปิติ พระองค์โสมฯ เสด็จเยี่ยมราษฎรประสบภัยน้ำท่วม จ.ตรัง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 ธันวาคม 2559 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ได้เสด็จมายัง จ.ตรัง เพื่อทรงเยี่ยมและแจกถุงยังชีพพระราชทานของมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก ให้กับราษฎรผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต อ.เมืองตรัง จำนวน 4 ตำบล โดยมี นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน เฝ้ารับเสด็จฯ จำนวนมาก สำหรับจุดแรกที่เสด็จคือ โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยตรัง ซึ่งมีผู้ประสบภัย 2 ตำบล คือ ต.บางรัก และ ต.นาโต๊ะหมิง จำนวน 905 คน201612122022472-20021028190209จากนั้น เวลา 16.30 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ได้เสด็จไปยังเทศบาลตำบลนาตาล่วง ซึ่งมีผู้ประสบภัย 2 ตำบล คือ ต.นาตาล่วง และ ต.หนองตรุด จำนวน 1,095 คน และจุดที่ 3 เสด็จดำเนินลงเรือเพื่อไปมอบถุงยังชีพ พร้อมกับไปเยี่ยมบ้านราษฏร จำนวน 3 ครัวเรือน ที่ประสบภัยอย่างหนักจนหมดตัว เพราะข้าวของทุกอย่างถูกน้ำท่วมเสียหาย และในจำนวนนี้ 1 ราย เหลือเพียงเสื้อผ้าชุดเดียวเท่านั้น สร้างความปลื้มปิติให้แก่พสกนิกรชาวตรัง โดยเฉพาะราษฎรผู้ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้201612122022471-20021028190209

ที่มา>>>ข่าวสด

เดินย่ำน้ำ ดิน ทรายเท้าเปล่า ระวัง! หมอเผยภาพพยาธิใชเนื้อ ชอนใชเข้าผิวหนัง

นพ.อรรณพ บุญหวังช่วย แพทย์ผิวหนัง โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ นำภาพพยาธิที่พบได้บ่อยในช่วงที่ฝนตกมาเผยแพร่โดยระบุว่า “โรคที่เอามาแชร์ ให้ดูวันนี้เป็นโรคที่พบได้บ่อยในช่วงนี้คือช่วงหน้าฝนตกของทางภาคใต้ครับ คือ โรคพยาธิไชเนื้อ หรือ Larva migrans เกิดจากการที่เราถูกพยาธิปากขอไชเข้าทางผิวหนัง แล้วชอนไช ไปตามผิวหนัง ทำให้เกิดรอยแดงเป็นทางยาววกไปวนมาค่อยๆยาวขึ้นเรื่อย รอยแดงที่เกิดขึ้นเกิดจากปฏิกิริยาต่อต้านของร่างกายต่อเชื้อพยาธิ มีอาการคันมาก ซึ่งมักจะพบในคนที่เดินเท้าเปล่า บนดินบนทราย หรือเข้าไปในป่าที่ค่อนข้างชื้น ที่มีตัวพยาธิเกาะอยู่ตามใบไม้ ตามพื้น หรือที่แฉะ โดยเฉพาะหน้าฝนหรือน้ำท่วม จะพบได้บ่อยขึ้น ดังนั้น ช่วงนี้เราควรใส่รองเท้าเวลาออกไปข้างนอกอย่าย่ำเท้าเปล่านะครับ และถ้าพบเกิดผื่นลักษณะแบบนี้ให้รีบไปรักษาหายขาดได้ครับ ด้วยการทานยาถ่ายพยาธิ เป็นห่วงนะครับ ดูแลสุขภาพให้ดีๆนะครับทุกคน”983123083_n-horz

ที่มา>>>ข่าวสด

ถึงกับอึ้ง!! น้ำท่วมแล้วไง แม่ค้าเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส ล้างชาม ล้างหม้อ ซะงั้น

 น้ำท่วมกรุงเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ชาวกรุงปั่นป่วนและเกิดภาพที่หาดูไม่ได้ง่ายๆ จำนวนมาก หนึ่งในนั้น สมาชิกเฟซบุ๊ก Amonrada Pakdeesupon ได้โพสต์ภาพริมฟุตปาธแห่งหนึ่ง ซึ่งมีรถเข็นขายอาหารอยู่ แต่ที่สำคัญคือ มีแม่ค้ากำลังก้มลงเอาน้ำที่ท่วมปริ่มริมฟุตปาธขึ้นมาล้างหม้อ ล้างจาน โดยผู้โพสต์ได้ระบุว่า “ฉันมาล้างหม้อล้างชาม รอพี่ที่ท่าน้ำหมอชิต ทุกวันเลยนะ !!!! #แดกไหมหละมึง #น้ำขังริมทาง #น้ำที่ท่าน้ำหมอชิต” จากการสอบถามเพิ่มเติม ทำให้ทราบว่า ผู้โพสต์ยืนยันว่าแม่ค้าได้ใช้น้ำที่ท่วมอยู่ ล้างจานและหม้อ เพื่อนำไปใช้ต่อ

14457413_10207449553170667_800271364053001798_n14522792_10207449593211668_5434379047713369971_n14572416_10207449593251669_825370907238308977_n

ที่มา>>>ข่าวสด

บุกสำรวจ!! ชั้นใต้ดินคอนโดหรูรามคำแหง ฝนตกน้ำท่วม รถเสียหายนับสิบคัน (ชมภาพชุด)

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายว่า จากกรณีเหตุน้ำท่วมบริเวณซ.รามคำแหง 12 แยก 2 แขวงเขตหัวหมาก บริเวณชั้นใต้ดินภายในคอนโดแห่งหนึ่ง หลังมีภาพปรากฎในสื่อ facebook โดยมีน้ำท่วมขังชั้นใต้ดินจนมีรถได้รับความเสียหายจำนวนมาก

ทราบถามทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ส.ค. เนื่องด้วยมีฝนตกหนัก ในพื้นที่กทม. กว่า 1ชั่วโมง จนกระทั่งช่วงเวลา ประมาณ4-5ทุ่ม บริเวณพื้นที่ดังกล่าวเกิดน้ำท่วมหนัก จนมีจุดต่างเกิดน้ำท่วมขังซึ่งภายในคอนโดดังกล่าว ได้รับความเสียหายบริเวณชั้นใต้ดิน และมีรถได้รับความเสียหาย ประมาณ 15 คัน ส่วนใหญ่เป็นรถของเจ้าลูกบ้านภายในคอนโดดังกล่าว ทั้งนี้ช่วงเกิดเหตุก็ได้มีการใช้เครื่อง สูบน้ำของโครงการแต่ไม่เพียงพอกับน้ำที่เข้าทะลักมา ทางโครงการจึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ของทางดับเพลิงหัวหมากช่วยระดมสูบน้ำอย่างเร่งด่วนโดยใช้เวลากว่า 1 วัน น้ำจากชั้นใต้ดินจึงลดลงดังกล่าวเบื้องต้น ระหว่านี้ทาง โครงการดังกล่าวได้ได้แจ้งผู้เสียหายเข้าเรียกประกันเพื่อเยียวยาความเสียหายในเบื้องต้นไปก่อน และจะให้ลูกบ้านเขียนใบร้องทุกเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของโครงการเพื่อเรียกร้องความเสียหายต่อไป ทั้งนี้รถส่วนใหญ่ที่จมนั้น เป็นรถยนต์ส่วนบุคคล 12 คัน และอีก 3 คันเป็นรถยนต์ที่ไม่เป็นประกันซึ่งยังอยู่ระหว่างการร้องทุกข์กับเจ้าของโครงการต่อไป ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.หัวหมาก ระบุว่า รับทราบเรื่องแล้ว ผู้เสียหายจากกรณีดังกล่าวสามารถมาแจ้งความได้ที่สน.หัวหมาก 

ที่มา>>>ข่าวสด

เช็คด่วน!! น้ำท่วมถนน 36 สายหลัก กทม. เร่งระบายเหลือ 8 สาย ปชช.อื้อตกค้างบนถนน

วันที่ 21 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดกทม. มีการรายงานสภาพน้ำท่วมขัง รอการระบายในถนนสายหลัก จำนวน 36 สาย แห้งแล้ว 28 สาย เหลือ 8 สาย ขณะที่บางเส้นทาง ถนนโล่ง มีแต่น้ำเต็มพื้นผิวจราจร จนรถวิ่งเข้าไปไม่ได้  รวมทั้งหน้าห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว น้ำท่วมถึงป้ายรถเมล์ ขณะที่ล่าสุด ประชาชนที่รอรถเมล์ตกค้างจนล้นป้ายรถเมล์ ภาพหน้าห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว ถนนรัชดาฯ หน้าศาล ถนนโล่ง มีแต่น้ำ ประชาชนตกค้างอื้อป้ายรถเมล์

ขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์ @realygspeedrac , @Woody754  @mushroommoon

ที่มา>>>ข่าวสด

จิตอาสา! เกษตรกรพอเพียงที่แพร่ ช่วยเก็บเศษใบไม้ตามสะพาน กันท่อตัน

เมืองแพร่ ฝนตกน้ำท่วมขังบนสะพาน เกษตรกรจิตอาสา ช่วยกวาดใบไม้เศษขยะที่อุดตันช่องระบาย ช่วยน้ำไหลผ่าน ส่วนเศษใบไม้ ก็เอากลับไปทำปุ๋ยหมัก นายก อบต.เตรียมพิจารณาเสนอให้รางวัล โซเชียลแห่แชร์ภาพประทับใจ

ฮือฮาในเมืองแพร่ หลังมีภาพชายสูงอายุคนหนึ่ง กำลังเก็บเศษไม้ใบหญ้าที่อุดท่อระบายน้ำ ในขณะที่ฝนตกน้ำท่วมขังสะพาน มีคำบรรยายว่า ขอชื่นชมชาวนาสูงอายุที่สร้างความดีโดยไม่หวังตอบแทน ผู้สื่อข่าวได้พยายามสืบเสาะหา คนในภาพดังกล่าว จนกระทั่ง ทราบว่าภาพสะพานดังกล่าว เป็นสะพานข้ามแม่น้ำยมระหว่างบ้านทุ่งแล้งหมู่ที่ 3 และบ้านทุ่งแล้งหมู่ที่ 6 ต.ทุ่งแล้ง อ.ลอง จ.แพร่ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง นางระดับ คำเขียว นายก อบต.ทุ่งแล้ง อ.ลอง จ.แพร่ เพื่อขอทราบรายละเอียดของชาวคนตามภาพดังกล่าว ซึ่งได้รับการยืนยันจากนายก อบต.ทุ่งแล้ง ว่า ก็ได้เห็นภาพดังกล่าวแล้ว และสะพานที่เห็นจำได้ว่าเป็นสะพานที่อยู่ในเขตทุ่งแล้ง จึงได้ไปสอบถามจนทราบชื่อคนที่เก็บเศษใบไม้บนสะพาน คือนายแก้ว ตันศิริ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/5 บ้านปากจอก หมู่ที่ 3 ต.ทุ่งแล้ง อ.ลอง จ.แพร่

นายก อบต.ทุ่งแล้ง เล่าว่า  ได้สอบถามความเป็นอยู่และอาชีพ ทราบว่า นายแก้ว มีอาชีพเป็นชาวนา ทำนามาตลอด และเป็นครอบครัวที่อบอุ่นมาก มีภรรยาชื่อนางจันทร์ตา ตันศิริ อายุ 60 ปี มีบุตร 2 คน คนโต ทำงานอยู่บริษัทแห่งหนึ่งที่เชียงใหม่ อีกคนเป็นหญิง ทำงานเป็นข้าราชการครู ลูกทั้งสองจบปริญญาทั้งคู่ ด้วยน้ำพักน้ำแรงในการทำนาทำสวนเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีการทำการเกษตรพอเพียง ทุกคนขยัน ทำสวนทำนาด้วยการทำปุ๋ยใช้เองโดยไม่เคยใช้ปุ๋ยเคมี โดยจะใช้ใบไม้ใบหญ้าไปหมักเป็นปุ๋ย ส่วนการทำสวน จะทำการผสมผสานมีทั้งพืชผักและผลไม้ ด้านนายแก้ว เปิดเผยว่า เหตุผลที่มาเก็บเศษใบไม้ใบหญ้าที่สะพาน เนื่องจากขับรถผ่านสะพานในหมู่บ้านหลายสะพานในช่วงฝนตกเห็นน้ำมันขังบนสะพานก็ลงไปดู พบว่ามีใบไม้เศษขยะไหลไปอุดตันตรงท่อระบายบนสะพาน จึงได้ลงไปเก็บออกให้หมด ก่อนเอาเศษใบไม้เหล่านั้นกลับไปทำปุ๋ยหมักที่ทำไว้ใช้ทุกวันนี้ และจะออกไปเก็บใบไม้เศษไม้ที่รกตามสะพายถนนเป็นประจำ

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทางราชการได้ทราบประวัติความเป็นมา ของครอบครัวนายแก้ว ก็ได้นำประวัติดังกล่าวมาหารือกันเพื่อที่จะเสนอต่อทางอำเภอเพื่อเตรียมมอบรางวัลให้ จะเป็นรางวัลอะไรคงต้องรอทางอำเภอว่า จะพิจารณาอย่างไร.

ที่มา>>>Thairath

ชาวบ้านที่พุนพิน สุดทน! บุกร้องไทยรัฐ นายทุนถมดิน รุกลำห้วยสาธารณะ

ชาวบ้านสุดทน บุกร้องสื่อฯ ไทยรัฐ หลังถูกนายทุนผู้กว้างขวางถมที่ดินล้ำลงลำห้วยสาธารณะ ที่เทศบาลท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี หวั่น ทำเดือดร้อนหนักหน้าน้ำท่วม ระบายไม่ทัน

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ กรณีชาวบ้านในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองท่าข้าม ร้องทุกข์ไปยัง สื่อฯ นสพ.ไทยรัฐ ว่า ถูกนายทุนได้ถมพื้นที่ด้วยหินขนาดใหญ่ และดินลงในลำห้วยค้อ เขตเทศบาลเมืองท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี พบ นายประเสริฐ ไพฑูรย์ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/16 เขตเทศบาลเมืองท่าข้าม เจ้าของบ้านบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากการถมที่ดินดังกล่าว กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นของนายทุนใหญ่ใน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งได้มีการถมที่ดินขนาดกว้าง และได้ถมด้วยก้อนหินขนาดใหญ่และดิน ซึ่งตลอดแนวเขตที่ถมที่ดินคู่ไปกับลำห้วยค้อ ก้อนดินและก้อนหินได้ลงรุกล้ำลำห้วย จนทำให้ชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน รวมถึงบ้านของตนเองด้วยนายประเสริฐ กล่าวต่อว่า โดยเฉพาะหน้าฝน หากมีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน เกิดน้ำนองในพื้นที่ เนื่องจากไม่สามารถระบายลงสู่แม่น้ำตาปีด้วยลำห้วยค้อ เหมือนเช่นที่ผ่านมาได้ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา ตนเองได้ทำหนังสือร้องทุกข์ไปยังศูนย์ดำรงธรรมประจำอำเภอพุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี แต่กลับไร้วี่แววการดำเนินการ และติดตามเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด กระทั่งล่าสุดได้เดินทางไปยังศูนย์ดำรงธรรม อ.พุนพิน อีกครั้ง ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ว่า คิดว่ามีการตกลงไกล่เกลี่ยกันเรียบร้อยแล้ว จึงได้ร้องทุกข์มายังสื่อไทยรัฐ เพื่อช่วยเป็นกระบอกเสียงในความเดือดร้อนในครั้งนี้

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ตนเองอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลปัญหาดังกล่าว เนื่องจาก ก่อนหน้านี้บริเวณลำห้วยสาธารณะที่มีน้ำมาจากเขาหัวควายลงไปยังบริเวณแม่น้ำตาปี และมีความกว้างของลำห้วยกว่า 2 เมตร หลังจากมีการถมที่ดิน ทำให้ลำห้วยแคบลงเหลือไม่ถึง 1 เมตร ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบเมื่อถึงช่วงหน้าฝนเป็นอย่างมาก

ที่มา>>>Thairath