เครื่องบินต้องดีเลย์79นาที แต่ผู้โดยสารทั้งลำไม่บ่น พร้อมใจรออวัยวะช่วยอีกชีวิต

เป็นอีกเรื่องราวน่ายกย่อง เมื่อสำนักข่าวในจีนรายงานว่า เที่ยวบินของสายการบินชื่อดังแห่งหนึ่งต้องดีเลย์ล่าช้าไปราวๆ 79 นาที เพราะต้องรอสิ่งของสำคัญเพื่อขนส่งไปยังปลายทาง แต่ผู้โดยสารกลับนั่งรออย่างใจเย็น เมื่อทราบว่าสิ่งที่เจ้าหน้าที่กำลังรออยู่คือ ชิ้นส่วนอวัยวะที่รอการปลูกถ่าย ซึ่งจะนำไปส่งให้ผู้ป่วยที่กำลังรอการผ่าตัด

โดยตามรายงานระบุว่า เที่ยวบิน MU2520 สายการบินไชนาอีสเทิร์น แอร์ไลน์ ต้องล่าช้าจากกำหนดการบิน 79 นาที แต่ผู้โดยสารราวๆ 147 คนนั้นไม่มีท่าทีที่จะโวยวายและนั่งรออย่างใจเย็น โดยพนักงานต้อนรับได้ประกาศชี้แจงกับผู้โดยสารว่า สายการบินกำลังรอคอยอวัยวะปลูกถ่ายชิ้นสำคัญ ที่ต้องนำส่งต่อไปให้กับผู้ป่วยที่รอการผ่าตัดอยู่ ซึ่งผู้โดยสารทุกคนต่างเข้าใจและยินดีที่จะรอคอย แม้ว่าจะต้องล่าช้าออกไป

 

ที่มา:ข่าวสด

วอนช่วยตาวัย 73 โชคร้าย ถูกผึ้งตัวเดียวต่อย แผลลุกลาม เนื้อเน่าจนหลุดเหลือแต่กระดูก ไร้เงินรักษา

วันที่ 12 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีครอบครัวผู้เดือดร้อนโดนผึ้งต่อยแล้วกลายเป็นแผลเน่าเปื่อยจนเหลือแต่กระดูก จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพบนายหลี ดีทา อายุ 73 ปี บ้านเลขที่ 95 หมู่ 1 ต.ขุนฝาง อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ โดยพบว่าที่ขาข้างขวาถูกพันด้วยผ้า มีเพียงปลายเท้าสีดำคล้ำโผล่ออกมา ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งนายหลี เล่าให้ฟังว่าเมื่อเดือน พ.ย.59 ใกล้บ้านมีการเพาะเลี้ยงผึ้ง และมักบินมาหาอาหารที่บริเวณใกล้เคียงรวมถึงที่บ้านตนเป็นจำนวนมาก ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน เช้าวันเกิดเหตุตนเดินไปเข้าห้องน้ำ จะสวมรองเท้า ก็ถูกผึ้ง 1 ตัวต่อยที่นิ้วโป้งเท้า มีอาการบวม แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอวันที่ 2 เท้าบวมและเป็นหนอง จึงใช้เล็บหยิกแล้วบีบเอาหนองออก ต่อมาเริ่มมีสีดำคล้ำ บวม และมีหนองลุกลาม ใช้น้ำมันเหลืองทาก็ไม่หาย กระทั่งเดือน ธ.ค. จึงไปหาหมอที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ หมอบอกว่าเส้นเลือดอุดตัน ต้องผ่าตัดออก แต่ตนเป็นโรคหัวใจโต และความดันโลหิตสูง หมอแจ้งว่าน่าจะไม่พร้อมรับการผ่าตัด มีโอกาสรอด 50/50 จึงกลับมาบ้าน

“ต่อมาก็เริ่มเดินไม่ได้ จนกระทั่งช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื้อบริเวณช่วงขาเน่าเปื่อยหลุดออกจากกระดูก ลูกสาวจึงใช้กรรไกรตัดออก และใช้น้ำเกลือล้างแผล ส่วนบริเวณเท้ายังมีเนื้อติดอยู่ แต่ก็เป็นสีดำคล้ำและเกือบจะหลุดออกจากกระดูกด้วยเช่นกัน มีอาการเจ็บปวดที่แผลเป็นระยะ เครียดมาก อยากหาย แต่ไม่รู้จะรักษาอย่างไร” นายหลี กล่าว

ด้านน.ส.นิรันดร์ ดีทา อายุ 40 ปี ลูกสาวคนที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ดูแลนายหลี เล่าทั้งน้ำตาว่า สงสารพ่อมาก กลัวแผลที่ขาจะลุกลามมากกว่าเดิม พ่อไม่เคยมีประวัติแพ้ผึ้ง เคยโดยผึ้งต่อยแต่ไม่เคยมีอาการรุนแรงแบบนี้ ครั้งนี้ไม่รู้เกิดจากอะไร ทุกวันนี้ทำได้เพียงแค่ล้างแผล อยากให้พ่อได้ผ่าตัดรักษา แต่มีค่าใช้จ่ายสูง เพราะต้องมีแพทย์เฉพาะทางดูแล ทั้งโรคหัวใจ และการผ่าตัดที่ขา ซึ่งครอบครัวตนไม่มีเงิน ทุกวันนี้มีอาชีพทำไร่ข้าวโพด ก็แทบไม่พอใช้จ่ายอยู่แล้ว ตนก็ไม่สามารถไปทำงานได้ เพราะต้องคอยดูแลพ่ออย่างใกล้ชิด เนื่องจากแม่แก่มากแล้วไม่สามารถดูแลพ่อได้ไหว ทั้งอุ้มไปเข้าห้องน้ำ เข้านอน ดูแลเรื่องอาหาร และทำความสะอาดแผลวันละ 2 ครั้ง มีหมออนามัยเข้ามาดูแลและนำน้ำเกลือล้างแผลมาให้ แต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะต้องใช้ปริมาณมาก และยังต้องซื้อแผ่นผ้าอ้อมสำเร็จรูปมาพันแผลเพื่อป้องกันความชื้นด้วย ส่วนเจ้าของผึ้งไม่เคยมาดูแล แต่กำนัน ต.ขุนฝาง ได้สั่งให้เลิกเลี้ยงผึ้งแล้ว

สำหรับผู้ประสงค์บริจาคเงินช่วยเหลือค่าผ่าตัดรักษา นายหลี ดีทา สามารถบริจาคเงินได้ที่บัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาวังสีสูบ ชื่อบัญชี น.ส.นิรันดร์ ดีทา บัญชีเลขที่ 565-2-30808-7

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวแชร์ประสบการณ์ จากที่คิดว่าแค่อ้วนลงพุง กลับกลายเป็นพบเนื้องอกก้อนใหญ่!!

โลกโซเชี่ยลได้แชร์เรื่องราวของสมาชิกเฟซบุ๊ก Weanploy Warinwan ซึ่งได้โพสต์เตือนเรื่องสุขภาพ โดยผู้หญิงอ่านแล้วต้องสังเกตตัวเองบ้างเช่นกัน โดยได้ระบุว่า อาการที่พบคือ การปวดท้องประจำเดือน จนพบว่า เป็นเนื้องอกที่รังไข่ อาการที่พบว่าผิดปกติจนนำไปสู่การวิเคราะห์ว่าเกิดเนื้องอกคือ ท้องยื่น เบื้องต้นผู้โพสต์คิดเพียงว่า อ้วนลงพุงจากการดื่มเบียร์ จึงเริ่มคุมอาหาร ร่างกายก็ผอมลง แต่หน้าท้องไม่ยุบแถมยื่นมากกว่าเดิม มีอาการท้องตึงกดไม่ลง อ่อนเพลีย คิดว่าไม่เป็นอะไรเพราะอายุเพียง 23 ปี ประจำเดือนมาปกติ มีอาการปวดท้องน้อย แต่ก็ยังไม่ไปพบแพทย์ จากนั้นมีอาการท้องอืด ถ่ายยาก ปัสสาวะแสบขัด เหมือนมีก้อนอะไรในท้อง จนไปตรวจอย่างจริงจังและพบว่า มีเนื้องอกขนาด 13 เซ็นติเมตร จึงต้องผ่าตัดเพื่อเอาก้อนเนื้อออก

“คุณหมอทำการผ่าตัดให้ค่ะ แต่เป็นเรื่องที่ตกใจกับตัวเองและคนรอบข้างเนื่องจากคุนหมอบอกว่า ก้อนมันแตกตั้งแต่อยู่ในท้องแล้ว ได้ทำการผ่าออกมา #พบว่าก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่มาก 20 เซนติเมตร++ ถือว่าใหญ่ระดับนึงเลยค่ะ ในนั้นมีเส้นผม ไขมัน ฟัน และ กระดูก เป็นต้น หมอบอกว่ามันเปนการเจริญผิดที่คะก้อนเท่าแตงโมขนาดเล็กก้อว่าได้เราจึงถูกตัดปีกมดลูกและรังไข่ด้านขวาไปแล้วค่ะ ???? อีกทั้งตัดต่อมน้ำเหลืองเชิงกรานออกด้วยเนื่องจากตอนนั้นคุณหมอต้องนำชิ้นเนื้อไปพิสูจน์ต่อว่าเปนเนื้อร้ายหรือไม่ จึงต้องตัดต่อมน้ำเหลืองเพื่อลดการแพร่กระจายไปก่อน ไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้วค่ะ แล้วตอนนี้เราไปรักษาต่อ ที่โรงพยาบาลใหญ่เพื่อทำการเคมีบำบัดกันต่อไป”

ที่มา>>>ข่าวสด