ทหารขับเก๋งมาจอดหน้าร้านสะดวกซื้อ ลงจากรถแป๊บเดียวไหม้วอดทั้งคัน

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 28 ส.ค. ร.ต.อ.ภราดา ตันติรุ่งอรุณ ร้อยเวรสอบสวน สภ.คูคต จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุไฟไหม้รถเก๋งติดแก๊ส บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อทางเข้าหมู่บ้านธัญธานี คลองห้าลำลูกกา ม.3 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลลาดสวาย 1 คัน เข้าควบคุมเพลิง

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีบอร์นเงิน ทะเบียน ญณ9671 กทม. ไฟกำลังลุกไหม้ที่ห้องเครื่องอย่างแรงและลุกลามไหม้จนถึงบริเวณตัวรถช่วงที่นั่งคนขับ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งระดมฉีดน้ำ ใช้เวลาประมาณ 15 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบพบในห้องโดยสารเสียหายทั้งคัน ส่วนเจ้าของรถชื่อ ร.ต.ภิญโญ เจริญสุข อายุ 49 ปี เป็นทหาร ยืนดูรถด้วยอาการตื่นตกใจ

ร.ต.ภิญโญ ให้การว่า ตนเองเพิ่งกลับมาจากธุระ พอมาถึงทางเข้าบ้านในหมู่บ้านธัญธานี ก็ได้จอดรถบริเวณดังกล่าวเพื่อจะเข้าร้านสะดวกซื้อ แต่พอเดินลงไปได้สักระยะก็เห็นไฟกำลังค่อย ๆ ลุกไหม้รถตนเอง ช่วงนั้นเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่บริเวณด้านหน้าร้านสะดวกซื้อพอดี จึงวิ่งไปขอให้ช่วยแจ้งขอรถดับเพลิงมาช่วยดังกล่าว

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและจะได้ประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่ชัดเจนอีกครั้ง เนื่องจากรถคันดังกล่าวมีประกัน โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตรายจากเหตุการณ์นี้ และเพลิงไม่ลุกลามไหม้ร้านสะดวกซื้อ เพราะรถคันดังกล่าวติดแก๊สแอลพีจี เบื้องต้นทางเจ้าของรถได้ประสานแจ้งประกันภัยเพื่อมาตรวจสอบ ก่อนที่จะดำเนินการช่วยเหลือต่อไป

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

อุทาหรณ์!! สุนัขหน้าร้านสะดวกซื้อกระโดดกัดเด็กหญิง 3 ขวบ กลางหน้าจมเขี้ยว

โลกโซเชี่ยลมีการแชร์ภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Juthamas Tussana โดยเป็นภาพของเด็กหญิงที่หน้าตาบวมเป่ง ซึ่งเจ้าของภาพได้ระบุว่า โดนสุนัขที่นอนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ ย่านพระราม 2 กัด โดยระบุว่า “ฝากถามว่า หมาที่มานอนอยู่บริเวณหน้าร้าน และทุกร้านด้วยมาจากไหนทำไมถึงไม่มีใครมาจัดการเพราะมีคนเดินเข้าออก 24 ชม. นะคะแล้วเกิดเหตุการแบบนี้ขึ้นมาจะถามหาความรับผิดชอบจากใครได้ รัฐออกกฏหมายห้ามทำร้ายหมาแต่ตอนนี้หลาน…ถูกหมาทำร้ายหน้าตาแหกแบบนี้ (รัฐมาช่วยประชาชนมั้ย) ”ป่าวเลย”ช่วยแก้กฏหมายหรือเพิ่มมาก็ได้อย่าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกเลย  ปล.ถ้าเป็นไปได้ช่วยแก้ไขข้อนี้ด้วยนะอย่าให้ต้องเกิดกับใครอีกเลยตอนนี้ยังคงต้องรักษาตัวอยู่เลย” ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปทางญาติ น.ส.ภัทรพร ทัศนา น้าสาว ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เหตุดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. โดยหลานสาว คือ น้องมุก อายุ 3 ขวบ ได้ไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อดังกล่าว พร้อมกับพ่อแม่ โดยช่วงที่จะออกจากร้าน พ่อได้เดินนำไปก่อนเพื่อเอารถมารับ ส่วนแม่จ่ายเงิน และไม่เห็นว่าเด็กยังยืนอยู่ในร้านคิดว่าเดินตามพ่อไปแล้ว จึงเดินออกมาทำให้เด็กเดินตามหลังออกมาติดๆ และกินโยเกิร์ตไปด้วย ซึ่งขณะที่เดินออกมานั้น สุนัขตัวหนึ่งได้กัดเด็กเข้าเต็มๆ บริเวณใบหน้า สร้างความตกใจให้กับทุกคน หลังเกิดเหตุรถของอาสาสมัครฯได้อยู่บริเวณดังกล่าวจึงช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งปกติบริเวณดังกล่าวมีสุนัขประมาณ 10 ตัว แต่วันที่เกิดเหตุนอนอยู่ 2 ตัว “หลังเกิดเหตุทางบ้านได้เดินทางมาที่ร้านดังกล่าวอีกครั้ง พนักงานได้เปิดกล้องวงจรปิดดูและเห็นชัดเจนว่า เด็กไม่ได้ทำอะไรสุนัขเลย เพียงแต่เดินตามแม่ออกมาจากนั้น สุนัขมองหน้าและตรงเข้ากัดทันที จากการสอบถามแม่ค้าบริเวณดังกล่าว ทราบว่า สุนัขตัวนี้มักกัดกับตัวอื่นอยู่บ่อยๆ และเคยเข้ามากัดข้าวของในร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ ซึ่งพนักงานพยายามไล่ไปจากบริเวณหน้าร้านแล้วหลายครั้ง แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะมีคนที่คอยให้ข้าวน้ำ และพนักงานมักโดนต่อว่าเมื่อไปไล่สุนัข แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นก็ไม่เห็นว่าจะมีใครที่แสดงตัวเป็นเจ้าของรับผิดชอบ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ต้องการโทษทางร้าน หรือ โทษแต่สุนัข เราเองก็ได้ว่าพ่อแม่ว่าดูแลลูกได้ไม่ดี ที่โพสต์เรื่องดังกล่าวเพราะอยากให้เป็นอุทาหรณ์ ว่าต้องดูแลเด็กไม่ให้คลาดสายตา ส่วนทางร้านสะดวกซื้อ ผู้บริหารได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการติดต่อมาและถามอาการเด็กอย่างต่อเนื่อง” น.ส.ภัทรพร กล่าวน.ส.ภัทรพร กล่าวต่อว่า สำหรับอาการของน้องขณะนี้ แพทย์แจ้งว่า แผลน้องลึกแต่ไม่สามารถเย็บได้ เบื้องต้น ได้ทำแผล และฉีดเซรุ่มแล้ว 2 เข็ม แต่พบว่า แผลน้องยังมีเลือดซึมออกมาตลอด จากเหตุการณ์นี้ ส่วนสุนัขนั้น เบื้องต้นทราบว่าหลังเกิดเหตุทางเทศกิจได้มาจับสุนัขไปแล้ว แต่จับไปเพียง 1 ตัว โดยแม่ค้าหลายๆคน ก็กังวลว่า สุนัขตัวดังกล่าวอาจเป็นบ้า เพราะชอบกัดกับตัวอื่นอยู่บ่อยๆ รวมทั้งมีอาการดูหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ตนเองและครอบครัวเผยแพร่เพราะต้องการให้เป็นบทเรียนของหลายๆคน ไม่ได้ต้องการโทษใคร แต่ก็พบว่ามีคนเข้ามาต่อว่าพ่อแม่ของน้อง ซึ่งอยากขอร้องว่า ตอนนี้น้องเจ็บมากพออยู่แล้ว ทุกคนเสียใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากพอแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

ยิงถล่มบ้านย่านมีนบุรี!! กระบะจอดสาดกระสุน หนีอลหม่าน-หนุ่มเบญจเพสสาหัส

 เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 26 ก.ค. ร.ต.อ.ชัชวาลย์ ละอองบัว รอง สว.(สอบสวน) สน.ฉลองกรุง รับแจ้งเหตุว่า มีกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้านเรือนประชาชนจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 8/1 ม.4 ถ.คุ้มเกล้า 14 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรากร ไชยวงศ์ สว.สส.สน.ฉลองกรุง กำลังฝ่ายสืบสวนฯ เจ้าหน้าที่ทหารจากร้อย.รส.ป พัน 12 รอ. และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว เจ้าหน้าที่พบรอยกระสุนปืนยิงทะลุฝาบ้านประมาณ 7-8 แห่ง และปลอกกระสุนปืนจำนวนหนึ่งตกเกลื่อนพื้นถนน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการตรวจสอบพบมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อ คือ นายพศวีร์ รังรักษ์ อายุ 25 ปี ถูกยิงเข้าที่ช่องท้องด้านขวา 1 นัด กระสุนฝังในได้รับบาดเจ็บสาหัส ทางญาติๆ จึงช่วยกันนำส่ง รพ.นวมินทร์ 1 สอบสวน น.ส.ชนัญชิดา ม่วงเกตุมา อายุ 28 ปี ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา พ่อของตนได้มีปากเสียงทะเลาะกับชายคนหนึ่งที่อยู่ร้านขายยางรถยนต์ชื่อบริษัท คุ้มเกล้าล้อแม็กซ์ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้าน โดยพ่อตนกับชายดังกล่าวได้ชกต่อยกัน แต่ชายคนดังกล่าวสู้ไม่ได้ จึงไปเรียกเพื่อนที่อยู่ร้านยางอีก 3 คนมารุมทำร้ายพ่อตน โดยชายคนดังกล่าวได้ชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่ด้วย ก่อนจะแยกย้ายกันไป จากนั้นพ่อจึงเดินทางไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ที่ สน.ฉลองกรุง ซึ่งทางญาติๆ และกลุ่มวัยรุ่นอีกประมาณ 4 คน ได้พากันไปด้วย หลังจากนั้นได้กลับมาตั้งวงดื่มสุรากันบริเวณหน้าบ้าน กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. ได้มีรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด 4 ประตู สีส้ม และรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด สีดำ อีก 1 คันมาจอดอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามถนน และตะโกนมาว่า “พวกมึงเมายัง” ก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงถล่มเข้ามาหลายนัด พวกตนจึงพากันหมอบลงคลานหนีกันอลหม่าน จากนั้นกลุ่มคนร้ายจึงได้ขับรถหลบหนีไป ด้าน พ.ต.ท.วรากร กล่าวว่า อย่างไรก็ตามจะต้องสอบปากคำกลุ่มคนที่ร้านขายยางรถยนต์ฝั่งตรงข้ามบ้านหลังเกิดเหตุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ และให้กำลังฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ รวมทั้งกล้องวงจรปิดของร้านสะดวกซื้อ ที่คาดว่าน่าจะจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ เพื่อเป็นหลักฐานและติดตามตัวผู้ที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ไม่พอใจโดนจยย.ปาดหน้า หนุ่มซีอาร์วีเลือดร้อน-ไล่ยิงคู่กรณีเจ็บถึงบนโรงพัก

เมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 12 ก.ค. นายปรัชญา สุวรรณกุล อายุ 29 ปี หนุ่มพนักงานร้านอาหาร ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดไล่ยิงถึง 3 นัดซ้อน เหตุเกิดหน้าร้านสะดวกซื้อ ห่างจาก สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพียง 80 เมตร กระสุนถูกแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บ จึงวิ่งหนีขึ้นไปบนโรงพักเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่คนร้ายยังตามขึ้นไปถึงบนโรงพักจนตำรวจเข้าห้ามปรามคนร้ายจึงหลบหนีไป  จากการสอบสวน นายปรัชญา เล่าเหตุการณ์ว่า ได้ขี่รถจักรยานยนต์จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าไปทางอำเภอแม่ริม เมื่อถึงจุดกลับรถหน้ากองพลทหารราบที่ 7 ก็มีรถเก๋งฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี  กลับรถตัดหน้าตรงจุดดังกล่าว ย้อนไปทางตัวอำเภอแม่ริม ทำให้ตนต้องเบรกกระทันหันและเกิดความไม่พอใจจึงขี่จักรยานยนต์ตามไปไล่แซงรถยนต์คันดังกล่าว ทำให้ชายที่ขับรถยนต์ขับรถไล่ติดตาม

นายปรัชญาให้การว่า ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์หนีและวนไปมาหลายรอบ แต่รถยนต์คันดังกล่าว ยังคงขับไล่ติดตามตลอด ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดหน้าร้านสะดวกซื้อ ใกล้กับโรงพักแม่ริม ซึ่งมีกล้องวงจรปิด แต่คนขับรถซีอาร์วีก็ยังขับตามมาและจอดรถก่อนจะลงจากรถใช้มือตบศรีษะตน  “ตอนนั้นผมเห็นว่าไม่ปลอดภัยจึงวิ่งหนี คนขับรถซีอาร์วีจึงได้ชักอาวุธปืนออกมายิงตามหลังผมถึง 3 นัด ต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก กระสุนปืนเฉียดแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บ ผมจึงวิ่งขึ้นไปบนโรงพักขอความช่วยเหลือจากตำรวจ แต่คนร้ายยังตามขึ้นไปถึงบนสถานีตำรวจเพื่อจะทำร้าย ตำรวจจึงเข้ามาห้ามปราบปราม ก่อนที่ชายดังกล่าวจะหลบหนีไป”นายปรัชญากล่าว

พ.ต.ต.ตรีเพชร ป่าหวาย สว.สส.สภ.แม่ริม เผยว่า คนร้ายกระทำการอุกอาจมาก ถึงขั้นพกพาอาวุธปืนขึ้นมาถึงบนโรงพักเพื่อจะทำร้ายคู่กรณี เมื่อถูกห้ามปราบยังขับรถไปจอดรอนายปรัชญาอยู่บนถนนเพื่อจะเอาเรื่องอีก ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อออกหมายจับ ซึ่งตำรวจทราบข้อมูลของคนขับรถเลือดร้อนรายนี้แล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

ล้วงคอตำรวจคาซัคฯ กะเทยพัทยาปรี่กอด ฉกเงินเกลี้ยงกระเป๋า

ตำรวจยศร้อยเอก ชาวคาซัคสถาน เดินริมถนนกลางดึก ซื้อยาให้แม่นอนป่วยระหว่างเที่ยวพัทยา ถูกกะเทยแสบปรี่เข้ามากอด ก่อนล้วงกระเป๋าเกลี้ยง หนีลอยนวล…

เมื่อเวลา 03.40 น. วันที่ 11 พ.ค. ร.ต.อ.ธานินทร์ กันภัย รอง.สว. ( สอบสวน ) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีชาวต่างชาติถูกกะเทยล้วงกระเป๋า หน้าร้านสะดวกซื้อ โลตัส เอ็กซ์เพลส ภายในซอยนาเกลือ 16 (ซอยโพธิ์สัมพันธ์ ) ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังชุดสืบสวนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบชาวต่างชาติ ทราบชื่อคือ นายเอสเซ็ต เซอร์กาซี่ (Mr.asset sergazy) อายุ 33 ปี ตำรวจ ยศร้อยเอก ชาวคาซัคสถาน ยืนรอให้กับตำรวจ โดยให้การเบื้องต้นว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังเดินออกจากที่พัก ห่างจากจุดเกิดประมาณ 500 เมตร เพื่อซื้อยาให้แม่ ซึ่งนอนป่วยอยู่ภายในห้องพัก ถึงที่เกิดเหตุ มีคนร้ายลักษณะเป็นผู้ชายแต่งกายเป็นหญิง สวมชุดสีดำ สูงประมาณ 180 ซม. ผมยาว ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อมาประกบข้าง แล้วทำทีพูดทักทาย พอตนส่งยิ้มกลับ คนร้ายก็จอดรถจักรยานยนต์เดินปรี่เข้ามาโอบกอด ตนพยายามสะบัดตัวเองหนี พอสะบัดหลุด คนร้ายก็รีบวิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไปทันที จากนั้นตรวจสอบทรัพย์สินในตัว พบว่าเงินสด 4,000 บาท ที่เตรียมมาซื้อยาให้แม่ ถูกล้วงไปจนหมดเกลี้ยงนายตำรวจคาซัคสถาน ยังให้การต่ออีกว่า ตนเพิ่งเดินทางมาเที่ยวพักร้อนในพื้นที่เมืองพัทยาพร้อมกับผู้เป็นแม่ ได้เพียง 5 วัน และมีกำหนดเดินทางกลับในวันที่ 14 พ.ค.นี้ เหตุการณ์ในครั้งนี้รู้สึกแย่มาก และอยากให้ตำรวจไทยเร่งติดตามจับกุม คนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ อีกทั้งเชื่อว่าบริเวณจุดเกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดจำนวนมาก อาจเป็นหลักฐานมากพอในการติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้

เบื้องต้นตำรวจได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน พร้อมประสานให้ฝ่ายสืบสวนออกหาเบาะแสจากพยานแวดล้อม และติดต่อขอดูกล้องวงจรปิดจากสถานที่รอบๆ บริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อเป็นแนวทางในการเร่งติดตามกะเทยแสบรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

รักไม่จำกัดเพศ!! นักธุรกิจเมืองผู้ดี หอบสินสอดกว่า 5 ล. วิวาห์หนุ่มไทย

หนุ่มนักธุรกิจเมืองผู้ดีวัย 35 ข้ามน้ำข้ามทะเลหอบสินสอดกว่า 5 ล้านบาทมายังปราจีนฯ ตัดสินใจแต่งงานกับหนุ่มไทยวัย 29 อดีตพนง.โรงงาน หลังรู้จักทางเฟซฯ คบหาดูใจกว่า 1 ปี วางแผนใช้ชีวิตร่วมกันที่ประเทศอังกฤษ…

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ พิธีมงคลสมรสหนุ่มชาวอังกฤษยกขันหมากมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท มาสู่ขอหนุ่มคนไทยที่ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เมื่อเดินทางไปบ้านเลขที่ 81 หมู่ 9 ต.เมืองเก่า พบว่า กำลังมีการประกอบพิธีมงคลสมรส ระหว่าง MR.CARL EDEN (คราล อีเดน) อายุ 35 ปี อาชีพประกอบธุรกิจส่วนตัวในประเทศอังกฤษ กับนายชัยวรฤทธิ์ วิถาวร หรือ Tony อายุ 29 ปี อดีตพนักงานโรงงานแห่งหนึ่ง

ภายในพิธีงานมงคลสมรส มีการจัดพิธีแบบไทยทั้งหมด ในส่วนของสินสอดนั้น ประกอบไปด้วยทองรูปพรรณ เงินสด บ้านพร้อมที่ดิน รถยนต์ รวมมูลค่ากว่า 5,000,000 ล้านบาท หลังจากเสร็จพิธีสงฆ์ในช่วงเช้า ก็มีพิธีแห่ขันหมากได้เข้าพิธีสวมแหวน พร้อมทั้งผูกข้อมือตามลำดับ ซึ่งบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความสนุกสนานจากผู้ร่วมงานกว่า 50 คน ส่วนงานเลี้ยงในช่วงเย็นจะเริ่มขึ้นที่โรงแรมเปรมสุข ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยจะมีการจัดเลี้ยงแบบโต๊ะจีน จำนวน 50 โต๊ะ แขกร่วมงานน่าจะประมาณ 500 คนด้าน นายชัยวรฤทธิ์ เปิดเผยว่า ตนพบกับแฟนหนุ่มทางเฟซบุ๊ก และได้เจอกันที่กรุงเทพฯ ต่อจากนั้นพูดคุยกันมาเรื่อยๆ เป็นระยะเวลา 1 ปี 1 เดือน ก็ตัดสินใจร่วมพิธีแต่งงานกัน ซึ่งโดยส่วนตัวที่ตนได้จัดพิธีมงคลสมรสการแต่งงานชายกับชายนั้น ตนคิดว่า ทุกเพศทุกวัยที่มีความรักต่อกันนั้น สามารถแต่งงานกันได้ ใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุข ซึ่งในยุคสมัยนี้ไม่มีการจำกัดเพศหรืออายุแล้ว หลังจากแต่งงานแล้ววางแผนจะเดินทางไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ช่วยทำงานโดยทางแฟนหนุ่มชาวต่างชาติประกอบธุรกิจส่วนตัวร้านดอกไม้ อพาร์ตเมนต์ให้เช่า และร้านสะดวกซื้อ

ขณะเดียวกัน นายคราล อีเดน กล่าวว่า “ผมรักคุณโทนี่มาก เหมือนกับเป็นโอกาสพิเศษ และผมก็มีความสุขมากที่ผมได้อยู่ในประเทศไทย และได้อยู่กับครอบครัวนี้”.

ที่มา>>>Thairath