แม่วอนเห็นใจ ลูกสาวโดนลูกหลงเป็นแผลเหวอะที่ขา 1 เดือนแล้วคดีไม่คืบ(คลิป)

คลิปนี้โพสต์โดย โคตรห้าวv2 ระบุว่า เป็นแม่ของหญิงสาวคนหนึ่งโพสต์ขอความเป็นธรรม หลังจากลูกสาวโดนลูกหลงจากเหตุการณ์วัยรุ่นทำร้ายกันในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านพญาไท กทม. โดยเป็นแผลฉกรรจ์ที่ขาทั้ง 2 ข้าง ต้องเย็บหลายสิบเข็ม โดยเหตุเกิดเกิดขึ้นมานับเดือนแล้ว แต่คดีไม่คืบ%e0%b8%9f%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%9fโดยแม่ของผู้เสียหายระบุว่า ผู้เคราะห์ร้ายสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้าง นอกจาก รอ รอ รอ รอดูชีวิตคนที่ทำผิดมีความสุขหรอคะ help share !! #ความรับผิดชอบชั่วดีหละคะ #ขาน้องต้องเป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิต เพราะการกระทำจากความแค้นของคนๆนึงที่คิดจะทำร้ายคนอื่น แต่โชคร้ายของลูกสาวเราต้องมารับเคราะในการกระทำครั้งนี้ #ช่วยเราแชร์ #แชร์วนไปเลยนะคะ

 ดิฉันไม่รู้หรอกค่ะว่ามันจะจบยังไง คดีนี้ แต่ถ้าคุณตีค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับลูกฉันเป็นแค่เงินผ่อน หรือเงินแค่16000บาท (ไม่เป็นไรคะ) ไม่เอาก็ได้ค่ะ จ่ายค่ารักษามาวันแรก14000แต่ฉันจ่ายค่ายาไป 15000 #ไม่เคยมาถามไถ่เลยกันเลย #ว่าแผลน้องเป็นยังไง #มา2วันแรก #แต่กลับใช้ชีวิตปรกติสุขดี #เหมือนไม่เคยทำร้ายใครมา

14519893_333384190338929_3320980539859308043_nหลักฐานชัดเจน ไม่มีการทะเลาะวิวาท มีแต่เจตนาเข้ามาทำร้ายคนอื่น ทั้งที่เขานั่งหันหลังอยู่ โชคดีแค่ไหนที่ลูกเราโดนแค่ขา ถึงแค่ขาแต่ตอนนี้ลูกเหมือนคนจิตตก จะถ่ายของลงขายในเนตหรือชุด
ที่ร้านก็ทำไม่ได้แล้ว จะถ่ายรูปพอเห็นแผลต้องปิด ต้องถ่ายแต่รูปครึ่งตัว หันข้าง ถามตลอดทุกวันแผลจะเป็นยังไง จะดีขึ้นไหมแม่ หัวอกคนเป็นพ่อแม่เราจะสู้เองค่ะถ้าไม่มีการติดต่อมา นั่งแชร์นั่งโพสอยู่นี่แหละ คุณตำรวจบอกให้รอ รอมา 1 เดือนเต็มแล้วค่ะ14479712_333384253672256_5401906993439147541_nลูกสาวโดนลูกหลงจากขวดที่ตีค่ะ คนโดนตีคือเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆเรื่องมัน 1 เดือนแล้ว แต่ความรับผิดชอบของคนที่กระทำไม่คืบหน้า ช่วยมาวันแรกที่โดน 14000 แต่ค่ารักษาวันแรกมัน 15000
คดีอยู่ที่ สน 1 เดือนแล้วค่ะไม่คืบหน้าเลย #สน.พญาไท ค่ะ ตั้งแต่ 23 เดือน 8 เค้าจ่ายมา14000 ปรึกษาผู้ใหญ่มาแล้วจะช่วยเราอีก 2000

ที่มา>>>ข่าวสด

วัยรุ่นถูกรัวยิงดับ 2 ศพ คาปากซอยสายไหม แม่ค้าโดนลูกหลงเจ็บด้วย

เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 31 ก.ค.59 ร.ต.อ.อนุสรน์ เนียมแก้ว ร้อยเวรสอบสวนสภ.คูคต จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีวัยรุ่นปาระเบิดและไล่ยิงกันมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณปากซอยสายไหม 5 ม.8 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมหมาย ประสิทธ์ รองผบก.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.เศรษฐนันท์ ทิมวัฒน์ ผกก.สภ.คูคต เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลภูมิพลและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู  ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันปั้มหัวใจผู้บาดเจ็บ แต่ไม่อาจช่วยได้ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายณัฐพงษ์ เมืองจันทร์ อายุ 17ปี นักเรียนวิทยาลัยเทคโนโลยีฝีมือช่างปัญจวิทยา แผนกช่างยนต์ ปี 1 พำนักในหมู่บ้านแหวนยอด 2 ตำบลคูคตอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่กลางหลังจำนวน 4 แผล ที่หลังมือด้านขวามีบาดแผลลักษณะถูกฟันด้วยของมีคมจำนวน 1 แผล และชายโครงด้านซ้ายถูกฟันด้วยของมีคม 1แผลและถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดกระสุนฝังอยู่ 1 นัด ปลายเท้าพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. แบบแม็กกาซีน จำนวน 1 กระบอก ใกล้กันพบผู้เสียชีวิตอีก 1 รายทราบชื่อ นายอิทธิพันธ์  สังขทัต ณ อยุธยา อายุ 17 ปี นักเรียนสถาบันเดียวกัน แผนกช่างกลโรงาน ปี 2 พำนักในหมู่บ้านอู่ทอง 2 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จ.ปทุมธานี

ตรวจสอบตามร่างพบที่กลางอกถูกยิงด้วยอาวุธไม่ทราบขนาดจำนวน 3 แผลและกระเป๋ากลางยืนด้านหลังพบกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 1 นัดปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 นัดและกระสุนปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 1 นัด ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซูมเมอร์ เอ็กซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนล้มอยู่ 1 คันมีคราบเลือดติดอยู่มาก  นอกจากนี้ยังมีแม่ค้าที่อยู่ใกล้เคียงถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่โคนขาด้านขวา จำนวน 1 นัด ทราบชื่อนางอุบล สุเทศ อายุ 60 ปี อยู่ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่มไทรลำลูกกานำส่งโรงพยาบาลภูมิพล

ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่จำนวน 9 ปลอกเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามนางเบญจพร สังขทัต ณ อยุธยา 55 ปี แม่ของนายอิทธิพันธ์ สังขทัต ณ อยุธยา ทราบว่า ลูกชายคุยโทรศัพท์กับตนเมื่อเวลา 21.00 น. บอกแต่เพียงว่าจะไปหาเพื่อน ไม่นึกว่าจะมาถูกยิงตายเช่นนี้ ส่วนชาวบ้านริมคลองที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุบอกว่าขณะที่ตนเองจะนั่งกินอาหารอยู่กับครอบครัว ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นราว 10 นัดจึงพากันวิ่งหลบกระสุน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงออกมาดูจึงพบว่าผู้ตายทั้ง 2 ได้ถูกยิงตายที่หน้าบ้านแล้วจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วจึงกระจายกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารหาตัวคนร้ายโดยค้นบ้านบริเวณใกล้เคียงพบอาวุธจำนวน 3 เล่มและวัตถุระเบิดทำเองจำนวน 1 ลูก ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าภายในบ้านเลขที่ 25/39 หมู่ที่ 8 ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี และมีร่อยรอยคล้ายถูกคว้างด้วยระเบิดที่หน้าบ้าน ไม่มีทรัพย์สินเสียหาย จึงได้นำตัวเจ้าของบ้านไปสอบสวนที่สภ.คูคต

ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งนิติเวชโรงพยาบาลภูมิพลเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป  ขณะเดียวกันตำรวจจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงและนำเพื่อนของผู้ตายมาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อตามจับคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ตกลง”ตร.”ไม่ได้ตบจยย.ล้ม แต่คนขี่ไปชนมือเอง!? แถมจ่อเอาผิดคนถ่ายคลิปด้วย

จากคลิปโด่งตำรวจตบวัยรุ่นที่ขี่รถจักรยานยนต์จนรถล้มคว่ำกลางถนน บริเวณปากซอยรัชดาฯ-ท่าพระ 12 กทม. ซึ่งมีคนถ่ายคลิปไว้ได้แล้ววิพากษ์วิจารณ์การกระทำของตำรวจอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐาน และพูดคุยกับพ่อของผู้ขี่รถจยย. ทราบว่า วันเกิดเหตุ พ.ต.ท.กำพล เลี้ยงเจริญทรัพย์ สว.จร.สน.บุคคโล พร้อมตำรวจจร.รวม 14 นาย ตั้งด่านตรวจอย่างชัดเจน นายธิติพงศ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ขี่รถช่องทางด้านขวาด้วยความเร็ว พยายามขี่หลบหนีผ่านตำรวจไปแล้ว 3 นาย พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า จนกระทั่งไปถึงร.ต.ท.บรรหาร จันทรขจร รองสว.จร. เข้าไปสกัดส่งสัญญาณมือให้หยุดรถแต่ก็ไม่ยอมหยุดเป็นเหตุให้มือข้างซ้ายชนเข้าเข้าที่คางผู้ขี่ที่สวมหมวกกันน็อค จนรถล้มได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยหัวเข่าซ้ายถลอก นายธิติพงศ์ไม่ต้องการไปพบแพทย์ และไม่ติดใจการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ

“ผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องตามระเบียบด้วยความสุจริต และเที่ยงธรรม ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้ทำร้ายหรือกระทำการเกินกว่าเหตุ รวมทั้งที่ผ่านมาด่านดังกล่าวเคยจับกุมผู้ต้องหาและยึดอาวุธ เพื่อป้องกันเหตุนักเรียนนักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันได้หลายคดี ทั้งนี้ เชื่อว่าเป็นเหตุสุดวิสัย เจ้าหน้าที่ไม่ได้เจตนาทำร้ายประชาชน ส่วนผู้ขับขี่หากไม่ได้ทำอะไรผิดก็ควรหยุดรถให้ตรวจ อย่างไรก็ตาม ได้เน้นย้ำให้ตำรวจปฏิบัติกับประชาชนด้วยความสุภาพอ่อนโยนให้มากที่สุด”พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าว นายอัทธิพัทธ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี บิดาของผู้ขับขี่รถจักรยนต์ในคลิป กล่าวว่า หลังจากที่ได้ดูคลิปและสอบถามจากลูกแล้วทราบว่า ลูกขี่จักรยานยนต์จะไปฝึกงานบริษัทแห่งหนึ่งย่านอโศกมนตรี ซึ่งขับขี่เร็วทำให้เมื่อเจอตำรวจที่ตั้งด่านโบกให้หยุดแล้ว เกิดเบรกไม่ทันจนลูกขี่ไปถูกมือตำรวจจราจรที่กำลังโบกในระยะกระชั้นชิดทำให้รถล้ม จากนั้นตำรวจยังมาช่วยยกรถและมีการขอโทษกันแล้ว โดยขณะนี้ตนและลูกก็ไม่ได้ติดใจอะไรกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุไม่ได้ตั้งใจ ส่วนลูกก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก

ด้านพ.ต.อ.จิณวัตร ก้อนทองดี ผกก.สน.บุคคโล ชี้แจงว่า การตั้งด่านดังกล่าวเป็นการตรวจสกัดการพกพาอาวุธ ยืนยันเจ้าหน้าที่ไม่มีเจตนาทำร้ายผู้ขับขี่จักรยานยนต์ โดยผู้ขับขี่ในคลิปตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ได้เสียภาษีประจำปีจึงปรับเงิน 100 บาท ส่วนผู้ที่โพสต์คลิปจะมีความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ด้วยหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ

ที่มา>>>ข่าวสด

ผญบ.ท่าสำราญ เป็นกาวใจ จับกลุ่มวัยรุ่นคู่อริ ยุติปัญหา พัฒนาหมู่บ้าน

คืนความสุขให้วัยรุ่นในหมู่บ้าน! ผู้ใหญ่บ้านท่าสำราญ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด เชิญผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน ร่วมยุติปัญหาวัยรุ่นทะเลาะกัน เชิญผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่ายให้เด็กขอขมา พร้อมสัญญา เลิกติดใจเอาความ จะรักใคร่ปรองดอง ช่วยพัฒนาหมู่บ้าน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 พ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมบูรณ์ กาฬพันธุ์ อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่บ้านท่าสำราญ หมู่ 2 ต.สว่าง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด อยู่บ้านเลขที่ 22 ได้เชิญผู้สูงอายุ และผู้นำของหมู่บ้าน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สว่าง มาเป็นสักขีพยาน กรณีที่วัยรุ่นหมู่บ้าน ก่อเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกันเอง โดยได้มีการ จับหันหน้าเข้าพูดคุยปรับความเข้าใจ ซึ่งมี นายสุด เย็นวัฒนา อายุ 82 ปี นายสะอาด พิมพะเลีย อายุ 77 ปี นายอุดม พระสว่าง อายุ 77 ปี นายหนูกัน พิมพะเลีย อายุ 59 ปี นายสง่า บุญชู อายุ 59 ปี นายบุญจันทร์ แสงจันดา อายุ 62 ปี นายไพฑูรย์ อัศวภูมิ อายุ 60 ปี อีกทั้งยังเชิญผู้ปกครองของเด็กคู่กรณี มารับรู้ถึงการเคลียร์ปัญหา และขอขมาในครั้งนี้ด้วย ผู้ใหญ่บ้านท่าสำราญ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด เชิญผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน ร่วมยุติปัญหาวัยรุ่นทะเลาะกัน

ทั้งนี้ พ.ต.ท.สมเกียรติ บัวนิล สว.สส.สภ.สว่าง ได้ไปเป็นสักขีพยาน หลังจากเมื่อวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา วัยรุ่นอายุตั้งแต่ 16 ปี – 23 ปี จำนวน 4 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวบ้านท่าสำราญ หมู่ 2 ได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายทะเลาะกันเอง กระทั่งต่อมาเด็กทุกคนรู้สึกสำนึกผิด จัดพิธีขอขมาพ่อ-แม่ของแต่ละคน พร้อมด้วยผู้สูงอายุ ผู้นำของหมู่บ้าน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มวัยรุ่นทั้ง 4 คน ให้สัญญาว่า จะไม่ติดใจดำเนินคดีซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ต่อไปจะไม่ทำร้ายร่างกายกันอีก ขอรักใคร่ปรองดองกัน ช่วยกันพัฒนาหมู่บ้าน พัฒนาอาชีพของตนเอง เพื่อให้พ่อแม่และชาวบ้านเกิดความสบายใจ และหมู่บ้านเกิดความสันติสุข

ที่มา>>>Thairath