วิจารณ์ยับ! สติกเกอร์ติดมอเตอร์ไซค์ “อย่ากลัวตายหรือพิการ พวกเรามันสายหมอบ”

โลกโซเชียลแชร์ภาพหนุ่มขายสติกเกอร์ติดรถจักรยานยนต์ สำหรับลูกค้านั่งซิ่งมอเตอร์ไซค์ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยสติกเกอร์ดังกล่าวเป็นสติกเกอร์สีเหลือง พิมพ์ข้อความว่า “อย่ากลัวตายหรือพิการ พวกเรามันสายหมอบ”“ข้อควรจำ ขับขี่ด้วยความเร็ว-หมอบตลอด-พลังธรรมชาติ-ไม่ต้องถาม “กูทำเต็ม” ระบบเปลี่ยนเกียร์ จากเกียร์ 1 ถึง 3 เตรียมตัวโดด ชิบหายช่างกู”สติกเกอร์นี้สร้างความไม่สบายใจให้แก่ชาวเน็ตจำนวนมาก เพราะหากผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ขี่ด้วยความเร็ว หรือแข่งกันบนท้องถนน จนตายหรือพิการ ย่อมเป็นการสร้างภาระให้แก่สังคมและคนรอบข้างนั่นเอง

ที่มา Drama-addict

รวบหนุ่มใหญ่ขับเก๋งตระเวนหลอกขายสร้อยทองยัดไส้ ก่อเหตุหลายจังหวัด (คลิป)

 เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 1 ก.ค. พ.ต.ท.วรการ ป้องกัน รอง ผกก.ป.สภ.เมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อม ร.ต.อ.สง่า ศรีสุข รอง สวป.สภ.เมืองฯ รับแจ้งจากนางสาวสร้อยสุดา ดำขุนทด อายุ 35 ปี พนักงานขายห้างทองไทยหยูล้ง เลขที่ 624 ถนน ราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง ว่าพบผู้ต้องสงสัยคาดเป็นคนร้ายนำทองปลอมไปหลอกขาย และจำนำกับร้านจำหน่ายทองหลายแห่งในพื้นที่ จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา และจ.ชลบุรี โดยมีกล้องวงจรปิดจับภาพพฤติกรรมไว้ได้ โดยมีการแชร์ภาพในกลุ่มผู้ประกอบการร้านทอง เพื่อช่วยกันชี้เบาะแส แต่ในขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเดินทางไปตรวจสอบ ผู้ต้องสงสัยไหวตัวทัน รีบเดินออกมาขับรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีดำ ทะเบียน ชษ 8222 กรุงเทพมหานคร ติดสติ๊กเกอร์ที่กระจกหน้ารถเป็นตราสัญลักษณ์ พร้อมข้อความ “รร.นายร้อย จปร.” เร่งความเร็วหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงรีบวิทยุสื่อสารสกัดตามเส้นทางที่คาดคนร้ายจะใช้หลบหนี จนสามารถติดตามควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทราบชื่อคือนายจิรศักดิ์ คงอยู่ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199/2863 หมู่ 3 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้ที่บริเวณหน้าร้าน “รักกาแฟ ข้าวมันไก่” ถ.วัชรสฤษดิ์ หลังศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา จึงควมคุมตัวมาขยายผลการสอบสวน พร้อมตรวจค้นภายในรถ พบอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์เบอร์ 12 พร้อมเครื่องกระสุน 5 นัด เอกสารจำนำร้านทองหลายรายการ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พ.ต.ท.วรการ เปิดเผยว่า นายจิรศักดิ์เป็นผู้ต้องหาที่ก่อเหตุนำทองเคลือบเงินไปจำหน่ายหรือจำนำ ในร้านทองหลายจังหวัด ทั้งในจ.ชลบุรี ขอนแก่น ล่าสุดเมื่อเวลา 15.11 น. วันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายจิรศักดิ์นำสร้อยทองคำหนัก 1 บาท มาแลกเป็นทองแท่ง 50 สตางค์ และเงินสด 1 หมื่นบาท ที่ร้านทองเจริญสิน ข้างตลาดสดเทศบาลตำบล (ทต.) สูงเนิน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ระหว่างพนักงานกำลังตรวจสอบพิสูจน์ทอง นายจิรศักดิ์ได้ขโมยทองแท่งแล้ววิ่งหนีออกจากร้าน ต่อมานายจิรศักดิ์ อ้างเป็นช่างรับซ่อมทองรูปพรรณ มาติดต่อขอซื้อตะขอทองเก่า 8 กรัม เงินเม็ด หนัก 1 บาท รวมมูลค่า 11,000 บาท แต่พนักงานร้านทองไทยหยูล้ง ซึ่งได้รับการแจ้งเบาะแสจากชมรมผู้ขายทอง เห็นรูปพรรณนายจิรศักดิ์ตรงกับคนร้าย จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าตำรวจให้มาจับกุมไปดำเนินคดี แต่นายจิรศักดิ์รีบหนีออกไป พร้อมเปลี่ยนเสื้อจากสีฟ้าเป็นสีขาว เพื่ออำพราง แต่ถูกติดตามจับกุมตัวได้หลังจากออกไล่ล่าในเขตเมือง เป็นเวลานานกว่า 30 นาที

จากการตรวจสอบประวัตินายจิรศักดิ์ มีหมายจับในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ที่ จ.ขอนแก่น โดยก่อเหตุลักษณะเดียวกันที่ จ.ชลบุรี หลังควบคุมตัวได้ นายสุเทพ ณัฐกานต์กนก ประธานชมรมร้านทองนครราชสีมา เดินทางมาชี้ตัวยืนยันเป็นคนเดียวกับที่สมาคมฯ ให้ข้อมูลไว้จริง พร้อมประสานผู้เสียหายในจังหวัดอื่นๆ มาชี้ตัวยืนยันดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ซิ่งหนีแหกโค้งอัดเสาไฟฟ้าฯ ค้นรถติดป้ายกลุ่มอนุรักษ์ฯ-ไม้พะยูงเต็มคันมูลค่านับล้าน

 เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 23 มิ.ย. ร.ต.อ.นิรันดร์ นามศรีคุณ ร้อยเวร สภ.หนองหมากฝ้าย ได้รับแจ้งจากนายจินดา งามบุญช่วย ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 บ้านทรัพย์มล ต.ช่องกุ่ม อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ว่า มีรถขนไม้พะยูงแหกโค้งชนเสาไฟฟ้า กลางหมู่บ้าน ขณะนี้ชาวบ้านกำลังไล่จับตัวคนขับรถคันดังกล่าว หลังรับแจ้งจึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนนำกำลังเข้าสกัดและรีบขอกำลังกองกำลังบูรพา ฐานป้องกันรักษาป่าบ้านห้วยชัน เจ้าหน้าที่อุทยาน และทหารจาก ร.12 พัน 2 รอ. และสืบสวนภูธรสระแก้ว สกัดตามเส้นทางต่างๆ แต่เนื่องจากรถขนไม้พะยูง มาด้วยกัน 2 คัน คนร้ายจึงวิ่งหนีไปขึ้นรถปิกอัพอีกคัน หลบหนีไปได้ หลังทราบเรื่องจึงได้วิทยุ ให้ด่านต่างๆ ช่วยสกัดจับ แต่ยังไม่พบ ที่เกิดเหตุพบรถปิกอัพนิสสัน แค็ป สีดำ หมายเลขทะเบียน บน – 6058 ปราจีนบุรี สภาพรถพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างริมทางเข้าหมู่บ้าน จนเสาไฟฟ้าหัก ภายในกระบะปิกอัพ พบไม้พะยูง อยู่เต็มกระบะคลุมด้วยสแลนสีดำ หลังเจ้าหน้าที่เปิดประตูรถยังพบว่าในแค็ป มีไม้พะยูงอัดไว้เต็มแค็ปอีกด้วย หลังนำไม้ออกมา มีไม้พะยูงที่ลักลอบบรรทุกมาทั้งสิ้น 30 แผ่น แต่ละแผนมีภาษากัมพูชาเขียนไว้ทุกแผ่น มูลค่านับล้านบาท จึงนำไม้ของกลางมาที่ สภ.หนองหมากฝ้าย ตรวจสอบเพื่อลงบันทึกของกลาง ก่อนส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้นำไม้ของกลางไปเก็บรักษาไว้ที่ หน่วยป้องกันรักษาป่าหนองน้ำใส ซึ่งหลังปิกอัพที่ก่อเหตุยังติดสติกเกอร์กลุ่มอนุรักษ์กระทิงเขาใหญ่ เจ้าหน้าที่ตรวจค้นในรถพบเอกสารหลายอย่าง ซึ่งจะได้สอบสวนเพื่อดำเนินการจับกลุ่มขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูงในเขตอุทยานปางสีดากลุ่มนี้มาดำเนินคดี

ที่มา>>>ข่าวสด