‘taxi don’t care’ แท็กซี่ขึ้นป้ายกฎเหล็กใช้บริการ บอกไม่งั้นกทม.มีรถเมล์บริการน่ะ!

เป็นอีกประเด็นร้อนในโลกโซเชียล เมื่อเพจ JS100 Radio เผยแพร่ภาพของรถแท็กซี่คันหนึ่ง ที่ขึ้นป้ายตั้งกฎเหล็กของการใช้บริการรถคันนี้มากมาย ซึ่งผู้โดยสารที่ขึ้นมาใช้บริการต้องปฏิบัติตาม

โดยรายละเอียดในป้ายที่ขึ้นรถแท็กซี่คันนี้ ระบุว่า ห้ามกินหมากฝรั่ง ท็อฟฟี่ ลูกอม อาหาร โดยเด็ดขาด ห้ามใช้แป้งฝุ่น น้ำหอม สารเคมี กรุณาไปใช้ที่อื่น

ถ้าเล่นเกมส์ เล่นไลน์ ปิดเสียง ไม่ใช่เสียงเบา โตเป็นมนุษย์แล้วน่ะครับ อย่าคิดว่าใครจะมาเกรงใจ ถ้าเราไม่เริ่มก่อน

นอกจากนี้ยังระบุช่วงท้ายด้วยว่า กทม.มีรถเมล์บริการน่ะ taxi don’t care

หลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ไป มีผู้คนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

เมืองน่านวุ่น!! หามชาวบ้านส่งโรงพยาบาลกันระนาว หลังซื้อขนมห้างดังมากินไม่ถึง 3 ชั่วโมง

วันที่ 20 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุชาวบ้านในเขตเทศบาลเมืองน่าน และตัว อ.น่าน มีการปวดท้องอย่างรุนแรง เวียนหัว อาเจียน ถ่ายเหลว ทยอยเข้ามาโรงพยาบาลน่าน หลังซื้อขนมปังจากห้างชื่อดังแห่งหนึ่ง มารับประทานไม่ถึง 3 ชั่วโมง201609202233532-20090615145041นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน เปิดเผยว่า จากการสอบสวนโรคของผู้ป่วยซึ่งทยอยมาเรื่อยๆ จนถึงขณะนี้มีแล้วถึง 14 ราย ทราบว่าผู้ป่วยทั้งหมดรับประทานขนมปังมีไส้ครีม หรือที่เรียกว่าเอแคร์ จากห้างสรรพสินค้าจังหวัดน่าน โดยผู้ป่วยที่รับประทานเข้าประมาณ 3 ชั่วโมง เริ่มออกอาการ ซึ่งสันนิษฐานว่าในส่วนผสม และกระบวนการผลิตขนมดังกล่าวอาจมีความผิดพลาด เนื่องจากหากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียจะต้องใช้ระยะประมาณ 6 ชั่วโมง ถึง 2 วัน จึงจะมีอาการ201609202233543-20090615145041“แต่เหตุการณ์นี้ส่วนใหญ่รับประทานเข้าไปก็มีอาการอย่างรวดเร็ว คาดว่าจะเกิดจากสารเคมีที่เป็นส่วนผสมในขนม ขณะนี้ได้ประสานกับทางห้างฯ ให้เก็บขนมดังกล่าว ออกจากจุดขายไว้ก่อน เพื่อนำขนมที่เป็นปัญหาไปทำการตรวจหาเชื้อ ส่วนผู้ป่วยทั้งหมดได้รักษาตามอาการและปลอดภัย อย่างไรก็ตามยังจะต้องเฝ้าระวังอาการของผู้ป่วยที่รับประทานขนม จนกว่าจะได้ผลตรวจขนมที่ชัดเจนก่อน” นพ.พงศ์เทพ กล่าว

อย่างไรก็พบว่ามีประชาชนอำเภอต่างๆ เริ่มทยอยเข้ารักษาตามโรงพยาบาลในแต่ละอำเภอด้วยอาการในลักษณะเดียวกัน ซึ่งคาดว่าจะเกิดจากการซื้อขนมดังกล่าวไปรับประทาน จึงขอเตือนประชาชนชาวจังหวัดน่าน หากซื้อขนมไม่ว่าจะซื้อจากห้างชื่อดัง หรือ ซื้อจากแม่ค้าที่รับไปแบ่งขาย ขอให้หยุดรับประทานไว้ก่อน เนื่องจากเชื่อว่าจะมีเชื้อที่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ

ที่มา>>>ข่าวสด

DIY กับดักกำจัดยุงจากขวดน้ำ ทั้งประหยัด และดีต่อสุขภาพ

DIY กับดักกำจัดยุงจากขวดน้ำ ทั้งประหยัด และดีต่อสุขภาพ

ช่วงนี้อาจเป็นเพราะฝนตก น้ำขัง อากาศชื้นๆ ยุงเลยออกอาละวาด จากที่ปกติในห้องไม่มียุง ก็เริ่มเห็นบินวนเวียนกวนประสาทไปมา 2-3 ตัว พอไปดูหลังห้องปรากฏว่ามีแอ่งน้ำเล็กๆ ค้างอยู่ในถาดคว่ำจาน เห็นแล้วก็คิดเลยว่าจะกำจัดเหล่ายุงร้ายอย่างไรไม่ให้มันมารบกวนเราได้อีก จึงลองหาวิธีแบบง่ายๆ ที่ทั้งประหยัดและไร้สารเคมี

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

-ขวดน้ำพลาสติกเปล่าๆ 1 ขวด

-คัตเตอร์

-น้ำอุ่น

-น้ำตาลทรายแดง

-ผงยีสต์

-กระดาษหนังสือพิมพ์

-เทปกาวติดกระดาษ

-ช้อนตวง

วิธีทำ

-ตัดขวดน้ำแยกส่วนท่อนบนและท่อนล่างออกจากกัน

-เอาฝาขวดน้ำออกจากปากขวด

-เทน้ำอุ่นลงไปในขวดพลาสติกท่อนล่างประมาณ 200 มิลลิลิตร ตามด้วยเทน้ำตาลทรายแดงตามลงไปประมาณ 50 กรัม

-เมื่อส่วนผสมเหล่านั้นเย็นลง ให้ใส่ผงยีสต์ 1 กรัมตามลงไป

-จากนั้นเอาขวดท่อนบนครอบทับกับขวดท่อนล่าง ก่อนจะนำกระดาษหนังสือพิมพ์ห่อขวดน้ำพลาสติกเพื่อไม่ให้ขวดโดนแสง

-ตั้งขวดไว้ในบริเวณที่มียุงอาศัยอยู่ ยีสต์จะเป็นตัวผลิตคาร์บอนไดออกไซด์และดึงยุงเข้ามาภายในขวดน้ำ

ที่มา>>>Sanook

หอบง่าย หายใจลำบาก อยากเลิกแต่ทำยาก! ลองดูวิธีนี้ ‘นวดกดจุดสะท้อนเท้า’

“พ่อจ๋า เมื่อไรจะเลิกบุหรี่…?” เชื่อว่าหลายคนก็ต้องเคยตั้งคำถามนี้กับพ่อ คำตอบที่ได้กลับมาคือ“เดี๋ยวเลิก” แต่แล้ววันเวลาก็ผ่านไปวันแล้ววันเล่า ถามมาตั้งแต่เท้าเท่าฝาหอย จนเราเติบโตแต่งงานมีลูกมีเต้าไปแล้ว พ่อก็ยังไม่เลิกเสียที พ่อใครเป็นเช่นนี้บ้าง…

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสได้เข้าเยี่ยมคลินิกช่วยเลิกบุหรี่โรงพยาบาลวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก คลินิกแห่งนี้สามารถบำบัดผู้สูบบุหรี่ให้หายจริงมาแล้วหลายราย ด้วยกระบวนการง่ายๆ ที่คุณเองก็สามารถช่วยบำบัดให้กับคนที่คุณรักได้…การนวดกดจุดที่เท้า จะกดไปที่ตำแหน่งจุดที่สะท้อนไปยังส่วนของสมองเป็นสำคัญ มีส่วนช่วยให้ความอยากสูบบุหรี่น้อยลง

ณ วันนี้ หากใครที่ยังคิดว่าบุหรี่คือทางออกของปัญหา ติดไปแล้วไม่มีทางเลิกได้ อยากให้คุณได้ลองอ่านรายงานพิเศษชิ้นนี้ ที่จะบอกเล่าถึงประสบการณ์เฉียดตายจากการติดบุหรี่อย่างหนัก เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ใครหลายคนได้ฉุกคิด…

เปิดเล่าประสบการณ์บุหรี่ทำพิษ อุทาหรณ์นี้ไม่มีลืม…

นายนัทธพงศ์ ทรงยศตระกูล อายุ 43 ปี เจ้าหน้าที่เวรเปลโรงพยาบาลวัดโบสถ์ ได้นำเรื่องราวเฉียดตายจากการสูบบุหรี่มาเป็นอุทาหรณ์ให้ฟังว่า “ตนเป็นคนหนึ่งที่สูบบุหรี่มาตั้งแต่อายุ 20 ปี สูบหนักถึง 2 ซองต่อวัน ซึ่งเมื่อก่อนก็คิดว่าตัวเองมีร่างกายแข็งแรง ไม่เคยเจ็บป่วยมาก่อน กระทั่งจู่ๆ วันหนึ่ง ขณะที่ทำงานอยู่ รู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยมาก มีอาการหอบหืดรุนแรง และหายใจไม่ออก จึงตัดสินใจเดินไปห้องฉุกเฉิน ระหว่างนั้นร่างกายกลับล้มฟุบจนหมดสติไป มารู้สึกตัวอีกที สภาพตัวเองนอนใส่เครื่องช่วยหายใจ มีถังออกซิเจนอยู่ข้างๆ”

นายนัทธพงศ์ เล่าต่อว่า “เหตุการณ์วันนั้นทำให้ฉุกคิดอะไรขึ้นมาหลายอย่าง หากเป็นอะไรไปใครจะดูแลครอบครัว ภรรยาและลูกจะอยู่อย่างไร ซึ่งหากวันนั้นผมไม่ได้ทำงานอยู่ในโรงพยาบาล จะมีใครช่วยผมทันหรือไม่ จึงอยากจะฝากเรื่องราวในครั้งนี้ ไว้เป็นอุทาหรณ์กับหลายๆ คนว่า หากเลิกได้ก็เลิกเสียเถอะ เพราะอาจจะไม่ได้โชคดีเหมือนกับผม คุณอาจจะต้องถูกเจาะคอ ใส่ท่อช่วยหายใจไปตลอดชีวิต สภาพร่างกายอาจไม่กลับมาเป็นปกติ หรือเสียชีวิตไปเลยก็ได้ ซึ่งวันนี้ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่า ผมเลิกบุหรี่ขาดแล้ว และจะไม่มีวันกลับไปสูบอีก”นายนัทธพงศ์ ทรงยศตระกูล อายุ 43 ปี เล่าประสบการณ์เฉียดตายจากการสูบบุหรี่

โรคเรื้อรัง ร่างกายทรุด หายใจไม่ออก จุดสะกิดคิดเลิกบุหรี่

อีกเคสตัวอย่างที่ ทีมข่าวฯ อยากจะหยิบยกมานำเสนอ คือ นายสุเทพ คงเอี่ยม อายุ 57 ปี อาชีพเกษตรกร เล่าเรื่องราวให้ฟังว่า “ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่มีพฤติกรรมสูบบุหรี่หนักมาก สูบมาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ สูบทุกวัน วันละ 3-10 มวน ยิ่งเครียดก็ยิ่งสูบ เพราะรู้สึกว่าการสูบบุหรี่ทำให้ผมหายเครียด แต่แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงการรู้สึกไปเองเท่านั้น เพราะความเครียดก็ยังไม่หายไปอยู่ดี กระทั่งมีโอกาสตรวจสุขภาพประจำปีของหมู่บ้าน ผลปรากฏว่า ผมเป็นโรคเรื้อรังจากการสูบบุหรี่ ความดันสูง และมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ร่วมด้วย ช่วงแรกๆ ก็ไม่สนใจ และยังคงสูบอยู่เรื่อยๆ”

“จนเริ่มมีอาการไอเรื้อรัง ทำงานไม่ค่อยไหว เพราะร่างกายเหนื่อยง่าย หายใจไม่ค่อยสะดวก และความดันสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะนั้นรู้แล้วว่าร่างกายกำลังแย่ จึงตัดสินใจค่อยๆ เลิก จากวันละ 4 มวน เหลือ 3 มวน และ 2 มวน มาถึงวันนี้เลิกบุหรี่ขาดมา 6 เดือนกว่าๆ แล้ว ความดันกลับมาเป็นปกติ สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น อาการไอ และหายใจลำบาก หายไปหมดแล้ว” นายสุเทพ ผู้เคยติดบุหรี่กล่าวนายสุเทพ คงเอี่ยม อายุ 57 ปี ผู้ติดบุหรี่มาก่อน

แต่ทั้งนี้ ปัจจุบันก็ยังพบว่า ยังคงมีผู้สูบบุหรี่อีกจำนวนมาก ที่ทำยังไง๊ ยังไง ก็ยังไม่คิดจะเลิกเสียที แม้ว่าจะมีผลกระทบและเคสตัวอย่างที่ต้องโดนเจาะคอ ใส่ท่อช่วยหายใจตลอดชีวิต หรือบางรายที่เสียชีวิตไปเพราะมะเร็งปอดก็มีมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง…

ขณะที่ อัตราการสูบบุหรี่ของคนไทยมีมากขึ้นถึง 10.8 ล้านคน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่มีแนวโน้มจะเพิ่มปริมาณการสูบที่มากขึ้น จนถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง

บุหรี่ภัยร้ายสร้างโรคใหม่ ซ้ำโรคเดิม

อย่างไรก็ดี ก่อนจะเข้าถึงกระบวนการบำบัดรักษาของคลินิกช่วยเลิกบุหรี่นั้น พญ.กนกวรรณ อู่พุฒินันท์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยถึงเหตุจำเป็นที่ต้องจัดตั้งคลินิกช่วยเลิกบุหรี่ขึ้นมาว่า เนื่องจากที่ผ่านมาพบผู้ป่วยส่วนมากมีประวัติการสูบบุหรี่ ทำให้ทางโรงพยาบาลจึงต้องจัดตั้งคลินิกช่วยเลิกบุหรี่ขึ้นมา เพื่อคัดกรองจำนวนผู้สูบบุหรี่เหล่านี้ไปบำบัดรักษาก่อน เนื่องจากพฤติกรรมการสูบบุหรี่มีผลต่อสุขภาพและทำให้โรคเดิมที่เป็นอยู่แล้วยิ่งหนักขึ้น หรือมีภาวะแทรกซ้อนโรคอื่นๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งไปกีดขวางกระบวนการรักษาพญ.กนกวรรณ อู่พุฒินันท์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก

คลินิกเลิกบุหรี่ บำบัดอย่างไร ช่วยได้จริงหรือ?

มาถึงกระบวนการบำบัดรักษาช่วยเลิกบุหรี่ มีอะไรบ้าง? พญ.กนกวรรณ อธิบายให้ฟังว่า หลังจากผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลวัดโบสถ์แห่งนี้ ผู้ป่วยทุกคนจะต้องผ่านการสแกนและคัดกรองประวัติ หากพบว่าใครที่มีประวัติการสูบบุหรี่และดื่มเหล้า จะต้องได้รับการบำบัดให้อัตราการสูบและดื่มลดลงหรือหายไปเสียก่อน โดยจะต้องให้ความรู้กับผู้ป่วยว่า หากมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ไปเรื่อยๆ ในขณะที่มีภาวะป่วยอยู่นั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ โรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง มีอาการหายใจลำบากและไอเรื้อรัง ฉะนั้น หากไม่ได้รับการบำบัดรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะยิ่งส่งผลต่อสมรรถภาพปอดลดลง และเหนื่อยหอบมากขึ้น หรือบางรายอาจถึงขั้นนอนติดเตียงให้ออกซิเจนอยู่บ้าน ดังนั้น ในเบื้องต้น คลินิกช่วยเลิกบุหรี่จะใช้การพูดคุยให้ผู้ป่วยเห็นถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสุขภาพ ซึ่งก็จะยิ่งช่วยให้เป็นแรงกระตุ้นในการเข้ารับการบำบัดรักษาได้ง่ายขึ้น

สำหรับวิธีการบำบัดรักษาช่วยเลิกบุหรี่ก็จะมีให้เลือก 2 รูปแบบ คือ…
การรักษารูปแบบที่ 1 ชาชงหญ้าดอกขาว และน้ำยาบ้วนปากเลิกบุหรี่ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการเลิกบุหรี่ มีสรรพคุณช่วยบรรเทาและลดความอยากบุหรี่ โดยจะทำให้รู้สึกว่าบุหรี่มีกลิ่นเหม็น และไม่อยากสูบชาชงหญ้าดอกขาว และน้ำยาบ้วนปากเลิกบุหรี่ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการเลิกบุหรี่

การรักษารูปแบบที่ 2 การนวดกดจุดสะท้อนเท้า การบำบัดด้วยวิธีนี้ เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยลด ละ เลิกบุหรี่ได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นวิธีธรรมชาติ ที่ได้รับความนิยมมากในการช่วยบำบัดผู้ติดบุหรี่ให้เลิกได้ โดยที่ผ่านมา สามารถช่วยลดอัตราผู้สูบบุหรี่ได้ ร้อยละ 82 และช่วยผู้สูบบุหรี่ให้เลิกได้ ร้อยละ 18

‘นวดกดจุดสะท้อนเท้า’ ศาสตร์บำบัดด้วยธรรมชาติ

การนวดกดจุดสะท้อนเท้า คืออะไร? จะช่วยเลิกบุหรี่ได้จริงหรือ? นางสาวกาญจนา มีบัวพร้าว ผู้เชี่ยวชาญด้านการกดจุดสะท้อนเท้า คลินิกช่วยเลิกบุหรี่ โรงพยาบาลวัดโบสถ์ อธิบายถึงการบำบัดด้วยวิธีการนวดกดจุดสะท้อนเท้าว่า การนวดกดจุดสะท้อนเท้าต้องอาศัยกระบวนการที่เรียกว่า“การสะท้อนกลับของร่างกาย” เพราะการสะท้อนของเท้าจะสัมพันธ์กับทุกส่วนของร่างกายมนุษย์ ดังนั้น การนวดในตำแหน่งต่างๆ ที่เท้า จึงสามารถเข้าไปช่วยแก้ไขและทำให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ของร่างกายที่เกิดความไม่สมดุลขึ้น ให้กลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างน่าอัศจรรย์การกดจุดสะท้อนเท้าเป็นศาสตร์ที่สามารถเรียนรู้ และนำไปใช้กับตนเองและครอบครัวได้หลังจากการกดจุดสะท้อนเท้าเสร็จนั้น ผู้ได้รับการบำบัดจะรู้สึกว่า มีอาการคลื่นไส้อาเจียน มึนเวียนศีรษะ และรู้สึกว่าบุหรี่มีรสจืด

“การนวดกดจุดที่เท้า จะกดไปที่ตำแหน่งจุดที่สะท้อนไปยังส่วนของสมองเป็นสำคัญ เพื่อกระตุ้นให้หลั่งสารเคมีออกมา เหมือนกลไกการทำงานของนิโคติน รวมถึงสะท้อนไปยังอวัยวะต่างๆ เช่น จมูก ลำคอ ท่อหายใจ และปอด เพื่อปรับการทำงานของร่างกาย และมีส่วนช่วยให้การอยากสูบบุหรี่ลดลง ทั้งยังทำให้อาการต่างๆ อาทิ การวิงเวียนศีรษะ ความเครียด ไมเกรน และอาการนอนไม่หลับดีขึ้น นอกจากนี้ การกดจุดสะท้อนเท้า ยังถือเป็นการฟื้นฟูและเสริมสร้างสุขภาพหลังเลิกสูบบุหรี่ให้ดีขึ้นอีกด้วย”

ทำความเข้าใจให้ดี ‘นวดกดจุดเท้า’ ช่วยคนที่คุณรักเลิกบุหรี่ได้

การกดจุดสะท้อนเท้าเป็นศาสตร์ที่สามารถเรียนรู้ และนำไปใช้กับตนเองและครอบครัวได้ โดยเริ่มจากการแบ่งพื้นที่นิ้วโป้งเท้า ในแนวตั้งและแนวนอน

สำหรับวิธีการนวด ให้ใช้บริเวณข้องอนิ้วโป้งมือด้านใดด้านหนึ่งกดลงไปที่จุดสะท้อน
โดยเริ่มจากจุดที่ 1 คือ ต่อมสมองใหญ่ ให้นวดจากด้านบนลงด้านล่าง จุดที่ 3 คือ จุดสมองเล็กส่วนความจำ ให้นวดจากด้านบนลงด้านล่าง จุดที่ 2 ให้นวดจากซ้ายไปขวาจากขวาไปซ้าย จุดที่ 5 ให้นวดจากด้านบนลงด้านล่าง จุดที่ 7 นวดจากกึ่งกลางด้านข้างนิ้วโป้งด้านในออกมาด้านนอกและนวดย้อนกลับ จุดที่ 4 คือต่อมใต้สมอง ให้นวดจากด้านบนลงด้านล่าง ส่วนจุดที่ 6 ให้นวดจากด้านบนลงด้านล่างให้เน้นบริเวณข้อกระดูก จุดที่ 48 คือเป็นจุดหลอดใหญ่ สะท้อนลมหายใจ โดยให้นวดจากด้านบนลงด้านล่าง (นวดมาที่ปลายนิ้วโป้ง) จุดที่ 41 ให้นวดจากด้านบนลงด้านล่าง (นวดมาที่ปลายนิ้วโป้ง) และจุดที่ 14 ทิศทางการนวดให้นวดจากด้านนิ้วโป้งไปทางนิ้วก้อย เพียงแค่นี้ก็จะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและสบายขึ้น วิธีการนวดกดจุดสะท้อนเท้าขั้นตอนการนวดกดจุดสะท้อนเท้า

ส่วนอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น หลังจากการกดจุดสะท้อนเท้าเสร็จนั้น ผู้ได้รับการบำบัดจะรู้สึกว่า มีอาการคลื่นไส้อาเจียน มึนเวียนศีรษะ และรู้สึกว่าบุหรี่มีรสจืด รวมถึงสัมผัสได้ว่ากลิ่นบุหรี่เหม็นทำให้ไม่อยากสูบ สูบแล้วขม ฉะนั้นการใช้ศาสตร์นี้ช่วยในการบำบัด จึงมีโอกาสช่วยให้ผู้ติดบุหรี่เลิกได้

อย่างไรก็ตาม หลังจากโครงการคลินิกช่วยเลิกบุหรี่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง พบว่า ในปี 2554 สามารถช่วยผู้ป่วยให้เลิกสูบบุหรี่ได้ ร้อยละ 20 ปี 2555 เพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 35 แต่ก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ตั้งไว้คือ ร้อยละ 40 เนื่องจากผู้สูบบุหรี่ยังไม่มีแรงกระตุ้นหรือแรงจูงใจให้คิดเลิกเท่าที่ควร กระทั่งในปี 2556 ทางคลินิกช่วยเลิกบุหรี่ จึงมีการจัดทำโมเดลประวัติของผู้ที่เคยสูบบุหรี่แล้วเลิกได้ขึ้นมา เพื่อให้ผู้สูบบุหรี่รายอื่นๆ มีแรงจูงใจที่อยากเลิกบ้าง ซึ่งถือว่าได้ผลดี เพราะสามารถทำให้มีอัตราผู้เลิกสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 42 และในปี 2557 อัตราผู้ป่วยเลิกสูบบุหรี่ลดลงมา อยู่ที่ร้อยละ 37 เนื่องจากหลายรายอ้างเหตุผลที่ยังไม่สามารถเลิกได้ว่า มาจากปัญหาความเครียดและปัญหาครอบครัว ซึ่งเป็นเงื่อนไขให้ยังมีความต้องการสูบบุหรี่อยู่

สำหรับในปี 2558 ที่ผ่านมานั้น พบว่ามีผู้ป่วยกลุ่มโรคเบาหวาน ความดัน หอบหืด เส้นเลืดในสมอง จำนวน 1,846 ราย เข้ารับการบำบัดกับคลินิกช่วยเลิกบุหรี่ และสามารถเลิกได้ ร้อยละ 61 ยังเหลือที่ยังไม่สามารถเลิกขาดได้อีก ร้อยละ 39 ซึ่งจากการสอบถามเหตุผลที่ยังไม่สามารถเลิกได้ พบว่า มาจาก 1.ปัญหาความเครียด ยิ่งเครียดยิ่งอยากสูบบุหรี่ 2.มีอายุมาก จึงไม่ได้ตั้งใจจะเลิกอย่างจริงจัง 3.อ้างว่าจำเป็นต้องเข้าสังคม และ 4.ขอเวลาค่อยๆ ลด

อย่างไรก็ตาม แนวทางในการเลิกบุหรี่ไม่ได้มีเพียงแค่นี้ การนั่งสมาธิ ฝังเข็ม หรือแม้แต่การรำไทเก็กก็สามารถช่วย ลด ละ เลิกบุหรี่ได้ หรือลองหาจุดโฟกัสอื่นๆ ที่เราชอบหรือสนใจให้เจอ จะเป็นการอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่อาจจะมาช่วยลดความเครียดหรือเปลี่ยนจุดสนใจ จนคุณอาจคลั่งไคล้สิ่งใหม่ จนลืมบุหรี่ไปเลยก็เป็นได้ ไม่เชื่อลองดู!!!

ที่มา>>>Thairath