ผัวคลั่งพกปืนตามง้อเมียไม่สำเร็จขับกระบะพุ่งชนรถตร.กลางสนามกอล์ฟ ระทึก!ยิงปะทะเจ็บสาหัส

 เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 5 ส.ค. ร.ต.อ.ประมาณ ยวนยี ร้อยเวรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุหนุ่มคลั่งพกปืนทะเลาะกับแฟน เมื่อตำรวจเข้าระงับเหตุจึงขับรถหนีชนรถจักรยานยนต์สายตรวจ จนเกิดการยิงปะทะกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดภายในสนามกอล์ฟ ริเวอร์เดล กอฟ แอนด์ คันทรี คลับ หมู่ 1 ต.บางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต, เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน, เจ้าหน้าที่วิทยาการกองพิสูจน์หลักฐาน เขต 1 และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมวิทยุประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสกัดจับเพื่อเข้าระงับเหตุ ในที่เกิดเหตุบนถนนภายในสนามกอล์ฟ พบรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ถูกชนได้รับความเสียหาย ที่หน้ารถพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 2 นายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ห่างไปประมาณ 500 เมตร พบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ 4 ประตู สีบรอนด์หมายเลขทะเบียน ศฉ3998 กรุงเทพมหานคร สภาพรถยางหลังซ้ายแตก กระจกหลังแตก กระจกด้านคนขับแตก ชนติดอยู่กับรถตำรวจยี่ห้อ อีซูซุ สีเลือดหมู หมายเลขทะเบียน ญษ1735กรุงเทพมหานคร จนได้รับความเสียหายรถตกลงไปอยู่ไหล่ทาง ข้างกันพบเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งอยู่ระหว่างควบคุมตัวนายวีระชัย เปล่งอรุณ อายุ 42 ปี ถูกยิงเข้าที่แก้มอาการสาหัส ถูกนำตัวส่งรพ.ปทุมธานี ภายในรถยังพบอาวุธปืนยังไม่ทราบขนาดตกอยู่จำนวน 1 กระบอก ร.ต.อ.ชูชีพ วดงาม รองสวป.สภ.ปากคลองรังสิต เปิดเผยว่า ช่วงรุ่งเช้าที่ผ่านมาผู้เสียหาย ซึ่งเป็นภรรยาเก่าของผู้ก่อเหตุโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า อดีตสามีเข้ามาก่อกวนทะเลาะวิวาทและนำอาวุธมาข่มขู่ ที่เกิดเหตุภายในซอยอำภา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สายตรวจจึงเข้าไประงับเหตุ แต่ผู้ต้องหาขับรถกระบะหลบหนีไปอย่างรวดเร็วภายในสนามกอล์ฟ ริเวอร์เดล กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ เจ้าหน้าที่สายตรวจจึงขับจักรยานยนต์ไล่ติดตามกระทั่งถูกชนจนรถล้มได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่สายตรวจจึงตัดสินใจยิงยางหลังซ้าย เพื่อป้องกันการหลบหนี แต่คนร้ายยังเร่งเครื่องหลบหนีต่อเนื่อง ตนจึงวิทยุประสานงานกับเจ้าหน้าที่สายตรวจพบว่า คนร้ายหลบหนีมาทางตนเองที่สวนทางมา จึงเปิดสัญญาณไซเรนและนำรถยนต์เข้าปิดทางหลบหนี ก่อนแสดงตัวให้คนร้ายยอมลงจากรถ แต่คนร้ายไม่มีท่าทีจะยอมจำนน จึงใช้กระบองไม้ตีเข้าที่กระจกหลังจนแตก ในเวลาต่อมาคนร้ายซึ่งอยู่ภายในรถกับขับรถพุ่งชนรถเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จอดขวางหน้า จนรถลงไปอยู่ไหล่ทาง ตนและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาด้วยจึงพยายามจับกุมคนร้าย แต่กลับถูกคนร้ายชักอาวุธปืนใส่ จึงตัดสินใจยิงใส่คนร้ายจำนวน 1 นัด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ และสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ ซึ่งเป็นพนักงานภายในสนามกอล์ฟ คาดว่าผู้ก่อเหตุพกพาอาวุธปืนมาด้วย ขณะเข้ามาหาภรรยาเก่าที่บ้าน แต่เมื่อพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุที่บ้าน จึงกลัวความผิดขับรถหนีการตรวจค้นจับกุม และก่อเหตุดังกล่าว ส่วนอาการของผู้ก่อเหตุที่บาดเจ็บ อยู่ระหว่างการรักษาของแพทย์ อย่างไรก็ตาม จะต้องรอดูอาการและจะได้สอบสวนพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

2โจ๋ดักรอยิงเด็กเทคโนฯคู่อริ แต่ดันเจอสายตรวจ ชักปืนหวังยิงเปิดทางหนี..โดนตร.ยิงสวนสิ้นฤทธิ์

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 4 ส.ค. ร.ต.อ.สุเรวัช บังคมเนตร รอง สว.(สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนประจำกายยิงคนร้ายจนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัสหลังพยายามขัดขืนและใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้เพื่อหวังหลบหนีการจับกุม เหตุเกิดภายในซอยรามอินทรา 39 แยก 1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยพล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท.อำนาจ หาญชนะ รอง ผกก.ป.สน.บางเขน พ.ต.ท.ธิติ พันธ์สวัสดิ์ สวป.สน.บางเขน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.บางเขน ด.ต.ธีรภัทร์ พงษ์เจริญธรรม ผบ.หมู่ป.สน.บางเขน ส.ต.ต.ก้องเกียรติ ทองเพ็ชร ผบ.หมู่ป.สน.บางเขน และมูลนิธิร่วมกตัญญู  ที่เกิดเหตุภายในพื้นที่รกร้างบริเวณกลางซอยดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้จำนวน 2 รายประกอบด้วยนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีชมพู-ขาว ทะเบียน 5 กท และผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อต่อมาคือนายกิตติธร กิตวิทยาเดชา อายุ 18 ปี สภาพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดคอกลม สีขาว นุ่งกางเกงกีฬาขาสั้น สีน้ำเงิน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด.357 เข้าที่บริเวณต้นแขนขวาทะลุ จำนวน 1 นัด

ห่างออกไปพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ตกอยู่ จำนวน 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเข้ารับการรักษาอาการอย่างเร่งด่วนซึ่งขณะนี้พ้นขีดอันตรายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ด.ต.ธีรภัทร์ กล่าวว่า ขณะที่ตนพร้อมด้วยส.ต.ต.ก้องเกียรติกำลังออกตรวจตราเพื่อระงับเหตุอาชญากรรมภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กระทั่งได้รับแจ้งจากทางคณะอาจารย์ของวิทยาลัยเทคโนโลยีวิบูลย์บริหารธุรกิจ รามอินทรา ว่าให้ช่วยตรวจสอบกลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนโดยพบท่าทางมีพิรุธเกรงว่าจะเกิดอันตราย จากนั้นเมื่อมาถึงช่วงระหว่างซอยรามอินทรา 39 แยก 1 และแยก 3 ได้พบวัยรุ่น จำนวน 2 ราย ขี่รถจักรยานยนต์และซ้อนท้ายกันมา ซึ่งมีรูปพรรณสัญฐานตรงตามกับที่ได้รับแจ้งไว้จึงขออนุญาตเพื่อเข้าตรวจค้นตามปกติ แต่ระหว่างนั้นผู้ซ้อนท้ายทราบชื่อต่อมาคือนายกิตติธร จู่ๆได้รีบวิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์ของสายตรวจออกตามล่ามาจนถึงภายในพื้นที่รกร้างดังกล่าว ส่วนนายเอให้ทางส.ต.ต.ก้องเกียรติ ควบคุมตัวเอาไว้  ด.ต.ธีรภัทร์ กล่าวต่อว่า เมื่อติดตามนายกิตติธร มาจนถึงทางตันทางผู้ต้องหากลับชักอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขึ้นมาจ่อตนหวังจะยิงเปิดทางเพื่อหลบหนีไป แต่ระหว่างนั้นตนสามารถชักอาวุธปืนประจำกายได้เร็วกว่า ก่อนยิงเพื่อป้องกันตัวกระทั่งคมกระสุนไปถูกเข้าที่บริเวณต้นแขนขวาของผู้ต้องหาจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ก็ตกลงอยู่กับพื้น หลังจากนั้นตนจึงประสานให้ทางอาสาสมัครมูลนิธิปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาอาการอย่างเร่งด่วน ก่อนตรวจยึดของกลางไว้เป็นหลักฐาน

พ.ต.อ.อำนาจ กล่าวว่า จากการสอบสวนนายเอ รับสารภาพว่า ตนพร้อมด้วยนายกิตติธรมาดักรอครู่อริซึ่งศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 ภายในสถาบันดังกล่าว โดยผลัดกันซ้อนท้าย และถืออาวุธปืน เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนขณะนั้นตนเป็นผู้ซ้อนท้ายและถืออาวุธปืน พบคู่อริเดินออกมาแต่ไม่ได้ยิงเนื่องจากมีคนพลุกพล่านเกรงว่าคนอื่นจะถูกลูกหลง จึงให้นายกิตติธรขี่รถวนออกมาก่อนเปลี่ยนให้นายกิตติธรเป็นผู้ซ้อนท้ายกระทั่งพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมได้ดังกล่าว

ด้านพล.ต.ต.เจริญ กล่าวว่า ตนขอชื่นชมการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนาย ซึ่งต้องมีความอดทนและต้องมีไหวพริบปฏิภาณในการระงับเหตุ ซึ่งในครั้งนี้หากทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถระงับเหตุได้ทันอาจเกิดเหตุสลดอย่างแน่นอน และต้องขอขอบคุณคณะอาจารย์ที่ช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบเพื่อป้องกันระงับเหตุในครั้งนี้ ทั้งนี้ตนได้มอบเงินรางวัลจำนวน 5 พันบาท แด่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่อีกด้วย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนายกิตติธร ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

วัยรุ่นถูกรัวยิงดับ 2 ศพ คาปากซอยสายไหม แม่ค้าโดนลูกหลงเจ็บด้วย

เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 31 ก.ค.59 ร.ต.อ.อนุสรน์ เนียมแก้ว ร้อยเวรสอบสวนสภ.คูคต จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีวัยรุ่นปาระเบิดและไล่ยิงกันมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณปากซอยสายไหม 5 ม.8 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมหมาย ประสิทธ์ รองผบก.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.เศรษฐนันท์ ทิมวัฒน์ ผกก.สภ.คูคต เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลภูมิพลและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู  ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันปั้มหัวใจผู้บาดเจ็บ แต่ไม่อาจช่วยได้ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายณัฐพงษ์ เมืองจันทร์ อายุ 17ปี นักเรียนวิทยาลัยเทคโนโลยีฝีมือช่างปัญจวิทยา แผนกช่างยนต์ ปี 1 พำนักในหมู่บ้านแหวนยอด 2 ตำบลคูคตอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่กลางหลังจำนวน 4 แผล ที่หลังมือด้านขวามีบาดแผลลักษณะถูกฟันด้วยของมีคมจำนวน 1 แผล และชายโครงด้านซ้ายถูกฟันด้วยของมีคม 1แผลและถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดกระสุนฝังอยู่ 1 นัด ปลายเท้าพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. แบบแม็กกาซีน จำนวน 1 กระบอก ใกล้กันพบผู้เสียชีวิตอีก 1 รายทราบชื่อ นายอิทธิพันธ์  สังขทัต ณ อยุธยา อายุ 17 ปี นักเรียนสถาบันเดียวกัน แผนกช่างกลโรงาน ปี 2 พำนักในหมู่บ้านอู่ทอง 2 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จ.ปทุมธานี

ตรวจสอบตามร่างพบที่กลางอกถูกยิงด้วยอาวุธไม่ทราบขนาดจำนวน 3 แผลและกระเป๋ากลางยืนด้านหลังพบกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 1 นัดปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 นัดและกระสุนปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 1 นัด ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซูมเมอร์ เอ็กซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนล้มอยู่ 1 คันมีคราบเลือดติดอยู่มาก  นอกจากนี้ยังมีแม่ค้าที่อยู่ใกล้เคียงถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่โคนขาด้านขวา จำนวน 1 นัด ทราบชื่อนางอุบล สุเทศ อายุ 60 ปี อยู่ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่มไทรลำลูกกานำส่งโรงพยาบาลภูมิพล

ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่จำนวน 9 ปลอกเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามนางเบญจพร สังขทัต ณ อยุธยา 55 ปี แม่ของนายอิทธิพันธ์ สังขทัต ณ อยุธยา ทราบว่า ลูกชายคุยโทรศัพท์กับตนเมื่อเวลา 21.00 น. บอกแต่เพียงว่าจะไปหาเพื่อน ไม่นึกว่าจะมาถูกยิงตายเช่นนี้ ส่วนชาวบ้านริมคลองที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุบอกว่าขณะที่ตนเองจะนั่งกินอาหารอยู่กับครอบครัว ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นราว 10 นัดจึงพากันวิ่งหลบกระสุน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงออกมาดูจึงพบว่าผู้ตายทั้ง 2 ได้ถูกยิงตายที่หน้าบ้านแล้วจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วจึงกระจายกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารหาตัวคนร้ายโดยค้นบ้านบริเวณใกล้เคียงพบอาวุธจำนวน 3 เล่มและวัตถุระเบิดทำเองจำนวน 1 ลูก ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าภายในบ้านเลขที่ 25/39 หมู่ที่ 8 ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี และมีร่อยรอยคล้ายถูกคว้างด้วยระเบิดที่หน้าบ้าน ไม่มีทรัพย์สินเสียหาย จึงได้นำตัวเจ้าของบ้านไปสอบสวนที่สภ.คูคต

ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งนิติเวชโรงพยาบาลภูมิพลเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป  ขณะเดียวกันตำรวจจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงและนำเพื่อนของผู้ตายมาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อตามจับคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มโดนอุ้มมายิงทะลุอก-ทิ้งศพในป่าหญ้าริมแม่น้ำชี

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 ก.ค. พ.ต.ท กิตติ วินทะไชย สว.สอบสวน สภ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด รับแจ้งว่ามีชาวบ้านพบศพคนถูกยิงเสียชีวิตที่ป่าหญ้าข้างถนนกั้นพนังแม่น้ำชีบริเวณบ้าน งิ้ว  หมู่ที่ 2 ต.พลับพลา อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด จึงพร้อมด้วยพ.ต.อ วุฒิชัย แช่มช้อย ผกก.สภ.เชียงขวัญ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด แพทย์เวรจากโรงพยาบาลเชียงขวัญ และเจ้าหน้าที่กู้ชีพนครสาเกตุตรวจสอบที่เกิดเหตุ  ที่เกิดเหตุเป็นถนนกั้นพนังแม่น้ำชีฝั่งในด้านทิศเหนือของหมู่บ้านบ้านงิ้ว พบชาวบ้านจำนวนมากยืนมุ่งดูเหตุการณ์อยู่บริเวณป่าหญ้าริมถนน พบศพชายอายุประมาณ 35-40 ปี ในสภาพนอนคว่ำหน้าสวมเสื้อคอกลมแขนยาวสีดำมีตัวอักษรสีเหลือพิมพ์คำว่าส่งอากาศนาวิกโยธิน นุ่งกางเกงยีนขายาวสีดำ สวมรองท้าแตะแบบสวมสีดำ ที่ข้อมือแขนด้านซ้ายฝั่งนอกสักรูปดอกไม้ และตัวอักษรสีดำคำว่าแค่ได้รักเธอ  นอกจากนี้บริเวณข้อมือทั้ง 2 ข้างมีรอยซ้ำคล้ายกับถูกมัดมือ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ชายโครงด้านขวาทะลุชายโครงด้านซ้ายไปโดนแขนด้านซ้ายจำนวน 1 นัด ตรวจสอบภายในตัวไม่พบเอกสารระบุว่าเป็นใครมาจากไหน และสอบถามชาวบ้านก็ยืนยันว่าไม่ใช้คนในพื้นที่แถวนั้น เจ้าหน้าที่จึงนำศพไปเก็บไว้ที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ดเพื่อตามหาญาติของผู้ตายต่อไป

สอบสวนนายสมาน เทพบาน อายุ 50 ปี ซึ่งมาพบศพคนแรก เล่าว่า ก่อนจะพบศพตนเองก็ขับรถจยย.ตระเวณหาตัดหญ้าริมถนนเพื่อนำไปเลี้ยงวัวจนกระทั้งมาถึงที่เกิดเหตุเหตุหญ้าขึ้นสูงจึงจอดรถเพื่อที่จะลงมาตัดหญ้า แต่เมือเดินลงไปก็พบศพชายคนดั่งกล่าวนอนเสียชีวิตอยู่ในป่าหญ้า ตนเองจึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ

พ.ต.อ.วุฒิชัย กล่าวว่าจากการสอบสวนในเบื้องต้นยังไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหน แต่จากการคาดการน่าจะถูกฆ่ามาจากที่อื่นแล้วนำศพมาทิ้งเพื่ออำพรางคดี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งติดตามตัวญาติของผู้เสียชีวิตมาสอบปากคำ เพื่อหาสาเหตุและคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ยิงถล่มบ้านย่านมีนบุรี!! กระบะจอดสาดกระสุน หนีอลหม่าน-หนุ่มเบญจเพสสาหัส

 เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 26 ก.ค. ร.ต.อ.ชัชวาลย์ ละอองบัว รอง สว.(สอบสวน) สน.ฉลองกรุง รับแจ้งเหตุว่า มีกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้านเรือนประชาชนจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 8/1 ม.4 ถ.คุ้มเกล้า 14 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรากร ไชยวงศ์ สว.สส.สน.ฉลองกรุง กำลังฝ่ายสืบสวนฯ เจ้าหน้าที่ทหารจากร้อย.รส.ป พัน 12 รอ. และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว เจ้าหน้าที่พบรอยกระสุนปืนยิงทะลุฝาบ้านประมาณ 7-8 แห่ง และปลอกกระสุนปืนจำนวนหนึ่งตกเกลื่อนพื้นถนน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการตรวจสอบพบมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อ คือ นายพศวีร์ รังรักษ์ อายุ 25 ปี ถูกยิงเข้าที่ช่องท้องด้านขวา 1 นัด กระสุนฝังในได้รับบาดเจ็บสาหัส ทางญาติๆ จึงช่วยกันนำส่ง รพ.นวมินทร์ 1 สอบสวน น.ส.ชนัญชิดา ม่วงเกตุมา อายุ 28 ปี ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา พ่อของตนได้มีปากเสียงทะเลาะกับชายคนหนึ่งที่อยู่ร้านขายยางรถยนต์ชื่อบริษัท คุ้มเกล้าล้อแม็กซ์ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้าน โดยพ่อตนกับชายดังกล่าวได้ชกต่อยกัน แต่ชายคนดังกล่าวสู้ไม่ได้ จึงไปเรียกเพื่อนที่อยู่ร้านยางอีก 3 คนมารุมทำร้ายพ่อตน โดยชายคนดังกล่าวได้ชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่ด้วย ก่อนจะแยกย้ายกันไป จากนั้นพ่อจึงเดินทางไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ที่ สน.ฉลองกรุง ซึ่งทางญาติๆ และกลุ่มวัยรุ่นอีกประมาณ 4 คน ได้พากันไปด้วย หลังจากนั้นได้กลับมาตั้งวงดื่มสุรากันบริเวณหน้าบ้าน กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. ได้มีรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด 4 ประตู สีส้ม และรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด สีดำ อีก 1 คันมาจอดอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามถนน และตะโกนมาว่า “พวกมึงเมายัง” ก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงถล่มเข้ามาหลายนัด พวกตนจึงพากันหมอบลงคลานหนีกันอลหม่าน จากนั้นกลุ่มคนร้ายจึงได้ขับรถหลบหนีไป ด้าน พ.ต.ท.วรากร กล่าวว่า อย่างไรก็ตามจะต้องสอบปากคำกลุ่มคนที่ร้านขายยางรถยนต์ฝั่งตรงข้ามบ้านหลังเกิดเหตุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ และให้กำลังฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ รวมทั้งกล้องวงจรปิดของร้านสะดวกซื้อ ที่คาดว่าน่าจะจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ เพื่อเป็นหลักฐานและติดตามตัวผู้ที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

คว้าปืนยิงเมีย!! นอนหายใจรวยริน ดาบตำรวจกระสุนกรอกปากตัวเองดับสยองคาแฟลต

 เมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 22 ก.ค. พ.ต.ท.ประจักร กรำกระโทก พนักงานสอบสวน สภ.มะเริง อ.เมือง จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่แฟลตตำรวจ สภ.มะเริง ในห้องพัก ชั้น 5 จึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่บนชั้น 5 ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของนายตำรวจชั้นประทวน บริเวณห้องโถง หน้าประตูเข้าห้อง พบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บ ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ลำตัวได้รับบาดเจ็บ นอนหายใจรวยริน ทราบชื่อ คือ นางอุษณีย์ พรมสอน อายุ 46 ปี อยู่ ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา และภายในห้องนอน พบศพดาบตำรวจสายหยุด พรมสอน อายุ 48 ปี พนักงานวิทยุสื่อสาร สภ.มะเริง สามีของนางอุษณีย์  สภาพศพนอนหงาย มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ปาก วิถีกระสุนทะลุท้ายทอย โดยมีอาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 ตกอยู่ข้างตัว จึงรีบประสานหน่วยกู้ภัยฮุก.31 ให้รีบนำผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 มาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ตามกระบวนการ

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุพนักงานวิทยุสื่อสารได้รับโทรศัพท์จากนางอุษณีย์ ผู้เสียชีวิต ได้แจ้งขอความช่วยเหลือว่า ตนถูกสามีใช้ปืนยิง จึงรีบไปช่วยเหลือ แต่ไม่ทันเวลา สอบถามเพื่อนร่วมงาน ระบุ ด.ต.สายหยุด เพิ่งย้ายมาประจำ สภ.มะเริง ได้ไม่ถึงปี ก่อนนี้เคยมีภรรยามาก่อนมาอยู่กินกับนางอุษณีย์ สันนิษฐานน่าจะเกิดจากปัญหาครอบครัว ทำให้ทั้งสองทะเลาะเบาะแว้ง ด.ต.สายหยุด ใช้ปืนยิงภรรยา ก่อนจะใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงกรอกปากหนีความผิด

ที่มา>>>ข่าวสด

ไม่พอใจโดนจยย.ปาดหน้า หนุ่มซีอาร์วีเลือดร้อน-ไล่ยิงคู่กรณีเจ็บถึงบนโรงพัก

เมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 12 ก.ค. นายปรัชญา สุวรรณกุล อายุ 29 ปี หนุ่มพนักงานร้านอาหาร ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดไล่ยิงถึง 3 นัดซ้อน เหตุเกิดหน้าร้านสะดวกซื้อ ห่างจาก สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพียง 80 เมตร กระสุนถูกแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บ จึงวิ่งหนีขึ้นไปบนโรงพักเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่คนร้ายยังตามขึ้นไปถึงบนโรงพักจนตำรวจเข้าห้ามปรามคนร้ายจึงหลบหนีไป  จากการสอบสวน นายปรัชญา เล่าเหตุการณ์ว่า ได้ขี่รถจักรยานยนต์จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าไปทางอำเภอแม่ริม เมื่อถึงจุดกลับรถหน้ากองพลทหารราบที่ 7 ก็มีรถเก๋งฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี  กลับรถตัดหน้าตรงจุดดังกล่าว ย้อนไปทางตัวอำเภอแม่ริม ทำให้ตนต้องเบรกกระทันหันและเกิดความไม่พอใจจึงขี่จักรยานยนต์ตามไปไล่แซงรถยนต์คันดังกล่าว ทำให้ชายที่ขับรถยนต์ขับรถไล่ติดตาม

นายปรัชญาให้การว่า ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์หนีและวนไปมาหลายรอบ แต่รถยนต์คันดังกล่าว ยังคงขับไล่ติดตามตลอด ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดหน้าร้านสะดวกซื้อ ใกล้กับโรงพักแม่ริม ซึ่งมีกล้องวงจรปิด แต่คนขับรถซีอาร์วีก็ยังขับตามมาและจอดรถก่อนจะลงจากรถใช้มือตบศรีษะตน  “ตอนนั้นผมเห็นว่าไม่ปลอดภัยจึงวิ่งหนี คนขับรถซีอาร์วีจึงได้ชักอาวุธปืนออกมายิงตามหลังผมถึง 3 นัด ต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก กระสุนปืนเฉียดแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บ ผมจึงวิ่งขึ้นไปบนโรงพักขอความช่วยเหลือจากตำรวจ แต่คนร้ายยังตามขึ้นไปถึงบนสถานีตำรวจเพื่อจะทำร้าย ตำรวจจึงเข้ามาห้ามปราบปราม ก่อนที่ชายดังกล่าวจะหลบหนีไป”นายปรัชญากล่าว

พ.ต.ต.ตรีเพชร ป่าหวาย สว.สส.สภ.แม่ริม เผยว่า คนร้ายกระทำการอุกอาจมาก ถึงขั้นพกพาอาวุธปืนขึ้นมาถึงบนโรงพักเพื่อจะทำร้ายคู่กรณี เมื่อถูกห้ามปราบยังขับรถไปจอดรอนายปรัชญาอยู่บนถนนเพื่อจะเอาเรื่องอีก ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อออกหมายจับ ซึ่งตำรวจทราบข้อมูลของคนขับรถเลือดร้อนรายนี้แล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

ตำรวจครึ่งร้อยตรึงกำลัง นำตัวมือยิงถล่มลูกชายผู้ใหญ่บ้านทำแผน หวั่นรุมประชาทัณฑ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 06.00 น. วันที่ 11 มิ.ย. เวลา 06.00 น. พ.ต.อ.จิระวัฒน์ พยุงธรรม รองผบก.ภ.จว.สตูล , พ.ต.อ.นิพล เหมสลาหมาด รองผบก.พร้อม พ.ต.อ.วิชชภัณฑ์ จันทราภรณ์ ผกก.สส.ภ.จว.สตูล พร้อมกำลังตำรวจชุด นปพ. , ชุดสภ.มะนัง ร่วม 50 นาย ควบคุมตัวนายกิตติศักดิ์ หรือม่อน ช่อปั้น อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่5 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 3 จุด ตั้งแต่จุดเดินทางเข้าก่อเหตุด้านหน้าบ้าน จุดก่อเหตุยิงถล่มด้วยอาวุธปืน 3 กระบอก และจุดหลบหนีไปเส้นทางถ้ำโกบ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของกำลังตำรวจอย่างรัดกุม และเพื่อเป็นการไม่ประมาทในการทำแผนในครั้งนี้จึงเลือกใช้เวลาเช้ามืดในการวางแผน มาร์คจุดเกิดเหตุเพื่อใช้เวลาอยู่ในที่เกิดเหตุให้น้อยที่สุดและครบถ้วน ป้องกันการรุมประชาทันจากความแค้นเคือง หลังเสร็จสิ้นได้นำตัวผู้ต้องหาส่งศาลทหาร มณฑลทหารบก ที่ 42 จ.สงขลา  ทันทีสำหรับ นายกิตติศักดิ์ หรือม่อน ช่อปั้น ก่อเหตุพร้อมพวก คือนายปิยะศักดิ์ หรือกาย ดำสินธุ์ ยิงถล่มที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน เลขที่ 149 ม.9 บ้านถ้ำโกบ ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล ซึ่งเป็นของ นายจำรูญ สงด้วง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 เป็นเหตุให้บุตรชายวัย 13 ปี ซึ่งนอนดูทีวีอยู่ภายในบ้านเสียชีวิตทันที บุตรสาววัย 14 ปี ซึ่งนอนพักอยู่ในห้องนอน และภรรยาอายุ 44 ปี อยู่ภายในห้องน้ำได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2559 ทางด้าน นายจำรูญ สงด้วง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 หลังทราบข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุสังหารบุตรชายของตนได้ เมื่อวานนี้ 10 มิ.ย.2559 ได้ทำบุญ 100 วันให้บุตรชาย และขอให้คนร้ายที่ยังหลบหนี คือ นายปิยศักดิ์ หรือกาย ดำสินธุ์ (มือปืน) และนายนพดล หรือ ชา สันเต๊ะ ผู้ต้องหาตามหมายจับสามารถจับกุมได้เร็วไว

ที่มา>>>ข่าวสด