แหกโค้งเหินข้ามเลน!! กระบะชนสยองเสาไฟฟ้า หนุ่มดับคาซาก หลังเสียงยางระเบิดลั่นถนน

เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 6 ก.พ. ร.ต.ท.พัชรี วงษ์บุษ รอง สว.(สอบสวน) สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า เกิดอุบัติเหตุรถกระบะหลุดโค้งพุ่งข้ามเกาะกลางถนนชนเสาไฟฟ้าข้างทางหน้าห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต ถ.วิชิตสงคราม ต.วิชิต มีผู้เสียชีวิตติดคาซากรถ จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นถนนขาเข้าเมืองภูเก็ต พบรถกระบะโตโยต้าไฮลักซ์ สีน้ำตาล แต่งซิ่งโหลดเตี้ย ทะเบียน บน 9672 ภูเก็ต สภาพด้านหน้าอัดติดอยู่กับเสาไฟฟ้าพังยับเยิน ภายในรถ พบร่างนายอรุณ กีกาศ อายุ 39 ปี อยู่หมู่ 4 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เลือดอาบร่าง เสียชีวิตติดอยู่กับซากรถ จากนั้นหน่วยกู้ภัยได้ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตส่ง รพ.วชิระภูเก็ต เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด
สอบสวนเบื้องต้นจากผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถกระบะคันดังกล่าวได้ขับมาจากสามแยกวัดนาคา ถ.เจ้าฟ้าตะวันตก ต.วิชิต มุ่งหน้ามายังสี่แยกดาราสมุทร เพื่อเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดไปยังพื้นที่ ต.กะทู้ แต่เมื่อมาถึงบริเวณโค้งตรงข้ามห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต รถเกิดยางแตกเสียงดังลั่นถนน ทำให้รถเกิดเสียหลักหลุดโค้งพุ่งข้ามเกาะกลางถนนและชนกับเสาไฟฟ้าข้างทาง จนเป็นเหตุให้คนขับเสียชีวิตคาซากรถดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

เผยเสียชีวิต 2ศพ ติดในซากอีก 1 ราย รถตกเหวลึกที่แม่ออน เชียงใหม่

จากกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ตกเหวข้างทางอัดติดต้นไม้ มีผู้บาดเจ็บ 2 รายติดอยู่ในรถ ขณะนี้รถกู้ชีพ-กู้ภัย จำนวนหลาย 10 คัน ในเขตแม่ออน สันกำแพง เมืองเชียงใหม่ กำลังเดินทางไปช่วยเหลือ พร้อมรถอุปกรณ์ตัดถ่าง และ ชุดกู้ชีพโรยตัว โดยเหตุเกิดช่วงกิ่วฝิ่น-น้ำตกแม่กำปอง หมู่ 3 ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน (เขตติดต่อแม่ออน-แจ้ซ้อน) ซึ่งเป็นทางแคบและสูงชันมากผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุดว่า รถยนต์เสียหลักตกเหวประมาณ 20 เมตร ชนอัดต้นไม้มีผู้ติดอยู่ในรถ จนท.กู้ชีพกำลังให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ช่วงกิ่วฝิ่น-แม่กำปอง หมู่ 3 ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน เบื้องต้นเสียชีวิต 2 ราย ยังติดอยู่ในรถ 1 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตสามารถนำออกมาได้แล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

เสี่ยไร่อ้อยดับคารถ!! กระบะพุ่งชนต้นไม้พังยับที่สุพรรณฯ

เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. วันที่ 21 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถยนต์ตกอยู่ที่ร่องน้ำริมถนนสายดอนพรหม–ตลาดเขต หมู่ 5 ต.หนองบ่อ   อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มีผู้เสียชีวิตภายในรถ 1 คน จึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.วอสูตร สถิต ผกก.สภ.ทุ่งคอก และหน่วยกู้ภัยเสมอกันสุพรรณบุรีที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะโฟร์วีล ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน 3 กม 3394 กรุงเทพมหานคร ชนกับต้นไม้อย่างแรง สภาพรถด้านหน้าได้รับความเสียหาย  พบศพนายไพบูลย์ จงเพิ่มวัฒนะผล อายุ 47 ปี อยู่ แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร เสียชีวิตอยู่ที่บริเวณที่นั่งคนขับ และพบร่องรอยการเฉี่ยวชนที่ต้นมะขามเทศด้านหน้ารถยนต์ริมถนนสอบสวนเบื้องต้น ญาติผู้ตายให้การว่า ผู้ตายมีไร่อ้อยอยู่ในเขต อ.สองพี่น้อง หลายร้อยไร่ คาดว่าน่าจะไปทำธุระหรือไปดูไร่อ้อย เมื่อถึงที่เกิดเหตุคงไม่ชินกับเส้นทาง หรือเกิดการหลับใน ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนกับต้นไม้จนเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ปิกอัพหักข้ามเลน! บิ๊กไบก์เบรกไม่ทันพุ่งชนอย่างจัง สาวเจ็บ!!

เมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 4 ม.ค. ร.ต.ท.ชัชชัย ชัยยะ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ชนกับปิกอัพมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บนถนนสายเอเชีย ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 61-62 หมู่ 2 ต.จระเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมสมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทองเมื่อไปถึงพบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ คาวาซากินินจา สีเขียวทะเบียน 3 กธ 2291 ล้มคว่ำอยู่กลางถนนใกล้กันพบรถปิกอัพอีซูซุ สีเทา ทะเบียน ถบ 6087 กทม. และรถตู้โตโยต้า ทะเบียน ฮง 5164 กทม. โดยมีผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ น.ส.แมรี่ มาร์คแฟร์ อายุ 24 ปี ทำงานอยู่บริษัทไอทีแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ มีอาการปวดหลัง ปวดขา และแน่นหน้าอก หน่วยกู้ภัยจึงปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลไชโยสอบสวน นายพีรพัฒน์ อินทร์เอี่ยม อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 221/93 หมู่ 4 แขวงบางเขน เขตบางเขต กรุงเทพฯ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนและน.ส.แมรี่ แฟนสาวพร้อมกลุ่มเพื่อนๆขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ไปเที่ยวปีใหม่ที่จ.ตาก ก่อนเกิดเหตุกำลังกลับกรุงเทพฯ โดยบนถนนสายเอเชียมีรถจำนวนมาก โดนตนขับขี่มาทางเลนขวาสุด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุจู่ๆมีรถปิกอัพหักออกจากเลนกลาง ทำให้ตนเบรกไม่ทันพุ่งชนจนรถเสียไปชนกับรถตู้แล้วรถก็ล้มจนแฟนของตนได้รับบาดเจ็บ

ด้านร.ต.อ.ชัชชัย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบและสอบสวนในที่เกิดเหตุ ทราบว่าขณะเกิดเหตุเป็นช่วงการจราจรบนถนนหนาแน่น ระหว่างที่จักรยานยนต์ขี่มามีรถปิกอัพซึ่งคนขับพาญาติๆอีก 8 คน กลับจากเพชรบูรณ์มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ มาถึงที่เกิดเหตุเกิดเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ แล้วรถจักรยานยนต์กระเด็นไปโดนรถตู้ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

2หนุ่มรัสเซีย บินมาเที่ยวภูเก็ต บิดจยย.ตัดหน้าเก๋ง โดนชนกระเด็นดับสลด 1 ราย!!

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้รับบาดเจ็บ 2 คน บริเวณจุดกลับรถบนถนนเทพกระษัตรีฝั่งขาเข้า บ้านท่าเรือ หมู่ 3 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จึงประสานหน่วยกู้ชีพศรีสุนทร รุดไปให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติสัญชาติรัสเซีย 2 ราย นอนอยู่ริมถนนสภาพเลือดโชก โดย 1 รายอาการสาหัส หมดสติ นอนหายใจรวยริน มีแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะ ลำคอ และข้อเท้า ส่วนอีกคนมีแผลถลอกตามร่างกายหลายจุด201612191925212-20160211172134ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิก ทะเบียน 1 กข 4438 ภูเก็ต ล้มคว่ำอยู่ บริเวณท่อไอเสียมีชิ้นเนื้อขนาดใหญ่ติดอยู่ และรถยนต์โตโยต้าคัมรี่ ทะเบียนสีเขียว ฌข 3342 ภูเก็ต สภาพด้านหน้าซ้ายพังยับเยิน ไฟหน้าแตกละเอียด หน่วยกู้ชีพศรีสุนทรจึงรีบปฐมพยาบาลก่อนนำส่งรักษายังโรงพยาบาลถลาง แต่ปรากฎว่าหลังถึงหมอไม่นานชายชาวต่างชาติที่อาการเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบสวนนายนัทธวัฒน์ ทองท่าแพ อายุ 38 ปีคนขับรถเก๋ง ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถแท็กซี่ป้ายเขียวออกมาจากสนามบินภูเก็ตในช่องเลนกลาง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุจู่ๆรถจักรยานยนต์ของนักท่องเที่ยวเกิดเปลี่ยนเลนกระทันหัน คาดว่าน่าจะตัดเพื่อไปเข้าจุดกลับรถ พยายามเบรกแล้วแต่ไม่ทันทำให้พุ่งชนอย่างจังจนทั้ง 2 คนกระเด็นตกรถ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ประสานไปยังสถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย จากนั้นควบคุมตัวนายนัทธวัฒน์ ไปสอบสวนอย่างละเอียด พร้อมเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิกเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

คลิปคนไทยดังทั่วโลก! คนขับตั้งสติดีจริงๆ รอดตายได้ปาฏิหาริย์

คลิปคนไทยดังไกลไปทั่วโลกอีกแล้ว เมื่อเว็บไซต์ต่างประเทศนำคลิปเหตุการณ์สุดระทึกที่เกิดขึ้นในเมืองไทยไปเผยแพร่

dfsdsf

ระบุว่าเป็นทักษะและสติสัมปชัญญะของผู้ขับขี่จริงๆถึงรอดพ้นจากอุบัติเหตุสยองมาได้แบบฉิวเฉียด โดยคนในคลิปขับรถมากับเพื่อนอีกคน ปรากฏว่าฝั่งตรงข้ามเกิดเหตุรถปิกอัพพุ่งข้ามเลนเข้าใส่แบบเต็มๆ แต่คนขับรถตั้งสติแล้วหักหลบได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปดเลยทีเดียว

ที่มา>>>ข่าวสด

นร.สาว”ม.6″ซ้อนจยย.รับจ้างจะไปเรียน โดนเก๋งชนบาดเจ็บพร้อมลุงคนขี่

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 พ.ย. ร.ต.อ.ไมตรี มะลิลา รองสว.(สอบสวน) สน.ประชาชื่น รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนมีผู้ได้รับบาดเจ็บบริเวณถนนเทศบาลสงเคราะห์ ใกล้แยกประชาชื่น แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.จึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า สีน้ำเงิน ทะเบียน 4กง-7065 กรุงเทพ จอดล้มตะแคง มีผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อ นายวรวุฒ นลละ อายุ 51 ปี ผู้ขับขี่สวมเสื้อวินจยย. และน.ส.ฐา(นามสมมติ) อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นม.6 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ใกล้กันพบรถเก๋งยี่ห้อเชฟโรเล็ต รุ่น ออฟตร้า สีบรอนซ์-เงิน ทะเบียน ณห 7872 กรุงเทพ ด้านหน้ากันชนแตก เบื้องต้นได้ประสานรถกู้ชีพมูลนิธิร่วมกตัญญู นำคนเจ็บส่งรักษาตัวรพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น

สอบสวนนางขนิษฐา รุ่งรจี คนขับรถเก๋ง ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถออกมาจากถนนเลียบคลองประปา มาถึงที่เกิดเหตุไม่ทันมองรถทางขวา ซึ่งได้รับสัญญาณไฟเขียวมา ก่อนขับรถพุ่งชนรถจยย.รับจ้างที่มีเด็กนักเรียนซ้อนท้ายมาจนได้รับบาดเจ็บ โดยเบื้องต้นยอมรับผิดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมจะช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลคนเจ็บ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการเปรียบเทียบปรับข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวเน็ตรุมสวดทนาย”น๊อต-กราบรถกู” ใช้ตรรกะถ้ามีคนหยิบมือถือคุณไปปาทิ้ง..จะโกรธมั้ย?(คลิป)

หลังจากที่”น๊อตอัครณัฐ แถลงเปิดใจทั้งน้ำตา ยอมรับผิดที่ลงมือทำร้ายนายกิตติศักดิ์ หรือบอย คู่กรณีแล้วบังคับให้กราบรถที่ถูกเฉี่ยวชน โดยบอกว่า “ผมทำผิด ผมรับผิดชอบ ผมไม่เคยหนีไปไหน ผมไม่มีความจำเป็นที่ต้องหนีไปไหน ผมไม่ได้มาสร้างภาพเป็นคนดี ทุกอย่างอยู่ที่ใจของผม ผมตั้งใจทำมันออกมา แต่การกระทำแค่ 1 นาทีครึ่งนั้น อย่าเอาเรื่องนี้มาตัดสินผมเลย ผมขอร้องนะครับ การพิมพ์ข้อความของพวกคุณ มันบั่นทอนจิตใจของผม แต่ไม่เป็นไร แต่อย่าทำร้ายคนอื่น เพราะพวกเขาไม่เกี่ยว อย่าตัดสินผมแค่ 1 นาทีครึ่งแล้วมาทำร้ายครอบครัวผม”yyแต่ที่กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์คือการให้สัมภาษณ์ของนายอดุล ทินะพงศ์ ทนายความของ”น๊อต”ที่ระบุว่า ขอให้ดูทรัพย์สินที่เสียหายสิครับ ดูร่องรอยไฟท้ายรถก่อนครับว่าเสียหายมั้ยครับ ถ้านักข่าวโดนคนหยิบมือถือแล้วปาทิ้ง จะรู้สึกอย่างไร อย่าบอกว่าไม่โกรธนะครับ ถ้าไม่โกรธ ผมขอมือถือมาปาหน่อยครับ

เพราะชาวเน็ตพากันแชร์คลิปไลฟ์สตรีมนี้ของข่าวสดเป็นหมื่นครั้ง ยอดคนดูนับล้านวิว และมีการแสดงความเห็นอีกนับหมื่นคอมเม้นต์ โดยส่วนใหญ่เห็นว่าทนายไม่ควรเปรียบเทียบแบบนี้ ตรรกะผิดเพี้ยน เพราะหากหยิบมือถือไปปาแบบนั้นเจตนาชัดเจนว่าต้องการทำายทรัพย์สิน แต่กรณีเฉี่ยวชนเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น อีกทั้งส่วนใหญ่ยังเห็นว่าเรื่องทรัพย์สินเสียหาย ไม่จำเป็นต้องทำร้ายร่างกายกัน อีกทั้งส่วนใหญ่ก็เห็นใจ”น๊อต”ที่ถูกรถเฉี่ยวชนรถเก๋งสุดรัก แต่ก็เห็นว่าควรแจ้งตำรวจให้จัดการทางกฏหมาย จะเหมาะกว่าทำร้ายร่างกายคู่กรณีแบบนั้น%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%abนี่คือส่วนหนึ่งของผู้แสดงความเห็น “ยิ่งพูดยิ่งทุเรศ ทนายก็นะ ถามได้ปามือถือคุณๆโกรธมั้ย การปามือถือคือคุณเจตนาปา เป็นใครก็โกรธค่ะ แต่อุบัติเหตุมันเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด รถคุณเสียหายซ่อมได้ค่ะ แต่ลูกความคุณเหยียดหยามความเป็นคนของคนอื่น คุณจะซ่อมความรู้สึกของคนในครอบครัวเขายังไงค่ะ”%e0%b8%ab%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%94“ขอมือถือมาขว้างกับอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนมันคนละเรื่องกันมั้ยคะคุนทนาย …..แล้วต่อยหน้าเพื่อปกป้องทรัพย์สินถามว่ามันชนไปแล้วถ้าต่อยแล้วทรัพย์สิน…จะไม่เสียหายใช่มั้ยคะ แต่จมูกน้องเขาเสียหายคะ เสียหายทั้งทางร่างกายและจิตใจ”%e0%b8%ab%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%b3%e0%b8%b0“ถึงคุณทนาย…จากคำพูดที่ว่า ขอยืมโทรศัพท์มาปา แล้วจะโกรธมั้ย ใช่ค่ะฉันโกรธคุณแน่ เพราะเจตนาคุณตั้งใจชัดเจน แต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น มันไม่มีใครอยากให้เกิด มันไม่ใช่การกระทำโดยเจตนา และจำเลยก็ได้ขอโทษและสำนึกผิดแล้ว นี่มันไม่ใช่คดีอาญาที่ยอมความไม่ได้ แต่การที่คนของคุณไปทำร้ายเค้ามันอาจจะเป็นคดีอาญาได้นะค่ะคุณทนาย”

ที่มา>>>ข่าวสด

สิบเอกซิ่งปิกอัพคว่ำพังยับเยิน แต่เจ้าตัวรอดปาฎิหาริย์ เชื่อบารมี”หลวงพ่อพาน”คุ้มครอง

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 2 ต.ค. หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบฯได้รับแจ้งจากศูนย์สั่งการ 1669 ว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะพลิกคว่ำมีผู้ได้รับบาดเจ็บบริเวณถนนเพชรเกษมฝั่งขาล่องใต้ หลักกม.ที่ 306/100 ตรงข้ามหน้าศูนย์รถยนต์บริษัท อีซูซุเซลส์ จำกัด อำเภอเมืองประจวบฯ จึงพร้อมด้วยอาสาสมัครกู้ภัยตำรวจทางหลวง ทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ตำรวจทางหลวง และลุงนึกประจวบรถยก รุดตรวจสอบเข้าให้ความช่วยเหลือJpegที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อ มิซูบิชิ สตาด้า สีเขียว-เทา หมายเลข กง 3902 ประจวบคีรีขันธ์ พลิกหงายท้องอยู่กลางถนน ทำให้กีดขวางการจราจรรถติดเป็นทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร รถได้รับความเสียหายพังยับเยิน ฝากระโปรงหน้า และหลังคายุบ ภายในรถมีผู้โดยสารรวมจำนวน 3 คนไม่ได้รับบาดเจ็บ ผู้ขับขี่ชื่อสิบเอกประจักษ์ คล่องแคล่ว อายุ 26 ปี เป็นทหารค่ายธนะรัชต์ อําเภอ ปราณบุรี

Jpeg

ส่วนสาเหตุจากการสอบถาม สิบเอกประจักษ์ เล่าว่า ตนได้ขับรถเดินทางมาจากบ้านที่อำเภอกุยบุรีและกำลังจะไปหาลูกที่หมู่บ้านต้นเกตุ เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดราชการ ระหว่างทางถึงจุดเกิดเหตุรถได้เสียหลักล้อข้างขวาตกขอบถนน จึงได้พยายามบังคับรถให้กลับมาอยู่บนถนนแต่ด้วยความแรงของรถทำให้พลิกคว่ำตีลังกาหงายท้องดังกล่าวJpegจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นที่ประหลาดใจของผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก เพราะรถพังเสียหายมาก แต่ผู้โดยสารกลับไม่ได้รับบาดเจ็บ และพบว่าที่บริเวณคอของสิบเอกประจักษ์ได้สวมใส่พระเอาไว้จึงขอดูพบว่าเป็นพระหลวงพ่อพาน เนื้อทองแดง รุ่น 1 พ.ศ.2519 วัดเฉลิมราษฏร์ บ้านโป่งกะสัง ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เอาไว้ ซึ่งทำให้ทุกคนทึ่งประหลาดใจและคิดว่าอาจเป็นเพราะบารมีคุณพระช่วยไว้แน่นอนจึงรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวขี่จยย.ไม่ชินทางเหินคอสะพานดับ ชาวบ้านชี้จุดอันตรายจนท.หลายครั้ง ได้แต่คำตอบ “เดี๋ยวก่อน”

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 25 ก.ย. 59 ร.ต.อ. มงคล ยลวิลาศ ร้อยเวรสอบสวนสภ.บางพลีได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถจักรบยานยนต์เหินคอสะพานเสียหลักชนต้นไม้จนเสียชีวิต เหตุเกิดถนนเลียบคลองบางปลา ช่องคลอง 6 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยปอเต็กตึ๊ง เดินทางไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบศพ นางสาว รินทร์ลภัส เพชรทวีสิทธิ์ อายุ 29 ปี ชาวอำเภอบางพลี นอนหงายกะโหลกศีรษะแหลกนอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ริมถนน ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีบรอนซ์หมายเลขทะเบียน กทล 269 สมุทรปราการ

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่ารถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตเสียหลักเหินแอ่งคอสะพานก่อนถึงที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร จนทำให้รถและคนขับลอยกลางอากาศมากระแทกกับต้นมะขามข้างทางอย่างจัง

นายสุชาติ ชาวบ้านที่พักอาศัยบริเวณดังกล่าวออกมาให้ข้อมูลระบุว่าสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้มาจากผู้เสียชีวิตไม่ใช่คนในพื้นที่และสะพานดังกล่าวเป็นสถานที่มืดอีกทั้งช่วงคอสะพานชำรุดกลายเป็นทั้งแอ่งกระทะและเนินคอสะพานสูงทำให้รถที่ไม่ชินทางมักจะเหินคอสะพานแห่งนี้และประสบอุบัติเหตุมาหลายหลายราย

ที่ผ่านมากว่า 1 ปี ตนเองและชาวบ้านที่พักอาศัยและต้องสัญจรเส้นทางนี้ได้แจ้งเรื่องไปยังเจ้าหน้าที่อบต.บางปลาให้ช่วยเข้ามาแก้ไขซ่อมแซมแต่กับถูกเมินเฉย และเมื่อทวงถามบ่อยครั้ง คำตอบที่ได้คือ “เดี๋ยวก่อน” ซึ่งตนเองก็ย้ำเสมอว่าต้องเร่งแก้ไจเนื่องจากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งแต่ที่ผ่านมาก็ไร้การดูแลจนกระทั่งมาเกิดเหตุสลดในครั้งนี้

เช่นเดียวกับชาวบ้านอีกรายที่ออกมาระบุตรงกันว่าจุดดังกล่าวถือเป็นจุดอันตรายเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเวลาค่ำคืนส่วนไฟฟ้ามีการติดตั้งแต่ไม่ได้รับการเหลียวแล ปล่อยให้ต้นไม้ปกคลุมจนมองไม่เห็นแสงสว่างจึงอยากวอนไปยังอบต.บางปลาให้เร่งเข้ามาซ่อมแซมและทำคอสะพานต่างๆ บนถนนสายนี้เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่

ที่มา>>>ข่าวสด