Samsung นำเสนอเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ในปี 2560 พร้อมปรับแนวทางเน้นสุขภาพผู้ใช้งานมากขึ้น

Samsung นำเสนอเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ในปี 2560 พร้อมปรับแนวทางเน้นสุขภาพผู้ใช้งานมากขึ้นSamsung ได้เปิดงานแถลงข่าวเกี่ยวกับ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านในปี 2017 เป็นอย่างไรในปีนี้โดย Samsung ได้เผยว่าในประเทศไทยมีการย้ายถิ่นฐานมากขึ้นเพราะคนมีการศึกษามากขึ้นผู้หญิงมีกำลังจับจ่ายมากขึ้น ทำให้เกิดกลยุทธ์ทางการตลาดเน้นกลุ่มผู้หญิงมากขึ้น และการใช้เงินในสื่อในการสื่อสาร เพราะ หนังสือพิมพ์ นิตยสารเริ่มไปทางอินเทอร์เน็ต และการบริโภคสื่อจะไปทิศทาง mobile เยอะมากกว่า ทีวีถึง 4.2 ชั่วโมง เรียกได้ว่าออนไลน์ และ digital คนจิดมากขึ้นการซื้อของนั้น มีทั้ง ออนไลน์ และออฟไลน์ กลุ่มที่บุกเบิกคือ ผู้หญิง และมีช็อปมากทุกอย่างไม่เว้นเครื่องใช้ไฟฟ้า และมือถือ เพราะ ออนไลน์สะดวกในการหาข้อมูลและซื้อง่าย เนื่องจากคนไทยรักษาสุขภาพมากขึ้นและการเกิดลดลง ทำให้คนทั่วโลกอายุยืนขึ้น ดังนั้นสินค้าที่ช่วยดูแลสุขภาพ จะได้รับความนิยมมากกว่าดังนั้นในปีนี้ เมื่อการโฆษณาลดลง ก็อาจจะต้องเข้าไปในเรื่องการพบปะคนมากขึ้น, การแปลงจากศัพท์เทคนิค เป็นคำง่าย ๆ ที่ลูกค้าเข้าใจได้, เข้าถึง service อยู่และยังใช้ทิศทาง digital channel มากขึ้น และมีทั้งช่องทางออนไลน์เช่น Facebook, Line และ ออฟไลน์ เพื่อความสะดวก

รวมถึงการเลือกสินค้า จะเน้นเรื่องความสะดวกสบาย ประหยัดไฟ และยอมจ่ายเงินถ้ามันดีขึ้น จนเรียกได้ว่า innovation that cares เช่นSamsung inverter wind free เป็นแอร์ที่จะปิดลมไม่ให้ ลมประทะตัวเรา ทำให้ไม่สบาย และสามารถปรับได้ทั้งแบบ 2 step cooling และสามารถเชื่อมต่อ wifi ให้ควบคุมแอร์ผ่านมือถือได้Samsung addwash ที่จะเพิ่มเสื้อผ้า และ น้ำยาเกี่ยวกับซักผ้าได้ แต่ปีนี้จะใหญ่ขึ้นและเป็น wash and dry ที่ได้ทั้งอบและซัก และแนะนำกลุ่มของ Dual Wash ฝาบนที่สามารถเติมผ้าและซักไปในเวลาเดียวกันTwin cooling ที่มีดีไซน์ใหญ่ และ มีหลายประตู และมี triple cooling ครั้งแรกที่เหมากับหลายช่อง และมี Lux aluminum ที่ดูดีขึ้น


“สำหรับชาวตราด ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ตราด ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ตราด ด้วยทีมงานมืออาชีพ

เมียเห็นผัวหายไป เดินไปดูในห้องน้ำ ตกใจหน้าจมน้ำ จนท.ช่วย-เศร้าสุดยื้อ!!

 เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 8 ก.ค. พ.ต.ท.สมบัติ พรมสอาด พงส.สภ.คลองวาฬ พร้อมด้วย หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบ นางรัตนา เส้งรอด ผู้ใหญ่บ้านด่านสิงขร ร่วมตรวจชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตที่อยู่ภายในบ้านพัก ม.6 ต.คลองวาฬ อ.เมือง ประจวบฯ หลังเจ้าหน้าที่พยาบาลเร่งปฐมพยาบาล ปั๊มหัวใจ เพื่อช่วยยื้อชีวิต แต่ไม่เป็นผล สาเหตุเกิดจากการจมน้ำ

นางชำเรือง จงดี อายุ 54 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า สามี คือ นายสุวิทย์ จงดี อายุ 54 ปี มีอาชีพเปิดร้านซ่อมทีวีและเครื่องใช้ไฟฟ้า อยู่ริมถนนรองสายเพชรเกษม-บ้านด่านสิงขร ขณะเกิดเหตุ  เห็นว่าสามีหายไป จึงได้เดินเข้าไปดูในห้องน้ำ ก็พบว่าฟุบหน้าจมอยู่ในอ่างน้ำในห้องน้ำ จึงได้เรียกให้ญาติและเพื่อนบ้านมาช่วยพาร่างออกมาปฐมพยาบาล โดยมีเจ้าหน้าที่อนามัย (รพ.สต.) ช่วยปฐมพยาบาล แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ซึ่งปกติส่วนตัวของสามีเป็นคนที่ชอบดื่มสุรา คาดว่าอาจเป็นลมหน้ามืดหมดสติ ล้มฟุบหน้าจมอยู่ในอ่างน้ำ ซึ่งที่ผ่านมา ตนและสามีไม่เคยมีเรื่องทะเลาะบาดหมางกับใคร

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้นำร่างผู้ตาย ส่งชันสูตรที่ รพ.ประจวบฯ ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ไฟไหม้สิบล้อหน้าปั๊มประจวบฯ ผลาญเครื่องใช้ไฟฟ้าวอด สูญกว่าล้าน

โชเฟอร์สิบล้อบรรทุกสินค้าจาก กทม. จ่อส่งลูกค้าสงขลา แวะเข้าห้องน้ำในปั๊ม จ.ประจวบคีรีขันธ์ จู่ๆ มีควันออกมาจากรถ รีบขับออกจากปั๊มแต่ไฟกลับลุกไหม้ ลงรถคว้าสายยางหน้าปั๊มดับแต่ไม่สำเร็จ เครื่องใช้ไฟฟ้าไหม้ทั้งหมด เสียหายนับล้าน

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 24 พ.ค. 59 ร.ต.อ.สมพล สุภาพงษ์ รอง สว.สส.สภ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเหตุไฟไหม้รถบรรทุก บริเวณถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ หน้าปั๊มน้ำมัน หลักกิโลเมตรที่ 399-400 หมู่ที่ 3 ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จึงประสานรถดับเพลิง อบต.ช้างแรก อบต.ไชยราช เทศบาลตำบลบางสะพานน้อย เดินทางไปสกัดเพลิงเพลิงไหม้รถสิบล้อบรรทุกสินค้า สูญกว่าล้าน ที่ จ. สงขลา

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน 70-9263 สงขลา ข้างรถระบุชื่อ หจก. ซ.เจริญพรขนส่ง บรรทุกสินค้าประเภทของใช้ในครัวเรือน สายไฟฟ้า ตู้เย็น เต็มคันรถ ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องระดมกำลังอาสากู้ภัยปิดกั้นการจราจร เนื่องจากไฟกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง ทำให้การจราจรติดขัดยาวหลายกิโลเมตร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำอยู่นาน เกือบ 1 ชม. เพลิงจึงสงบ ส่วนรถถูกไฟไหม้เสียหาย ซึ่งหลังเพลิงสงบเจ้าหน้าที่ต้องเร่งระบายรถที่ติดขัดจนท.กู้ภัย เร่งฉีดน้ำดับเพลิง ที่กำลังลุกไหม้รถสิบล้อ

จากการสอบสวน นายเสวตร คงแก้ว อายุ 58 ปี ชาว ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โชเฟอร์รถบรรทุก ทราบว่า ขับรถไปบรรทุกสินค้ามาจากโรงงานในเขตบางบอน กรุงเทพมหานคร เพื่อไปส่งให้กับลูกค้าใน จ.สงขลา ก่อนเกิดเหตุได้แวะที่ปั๊มน้ำมันเพื่อแวะเข้าห้องน้ำ และเมื่อออกจากห้องน้ำสังเกตเห็นมีกลุ่มควันออกมาจากรถ จึงรีบนำรถออกจากปั๊มน้ำมัน ขณะนำรถออกจากมาจอดบนผิวจราจร ไฟก็ลุกโชน จึงลงจากรถนำสายยางของปั๊มมาฉีดน้ำสกัด แต่เอาไม่อยู่ จึงแจ้งไปที่ สภ.บางสะพานน้อย ขอรถดับเพลิงมาช่วยเหลือ แต่ก็ไม่สามารถดับได้ทัน ทำให้สินค้าซึ่งมีมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ได้รับความเสียหายทั้งหมด.

ที่มา>>>Thairath

พายุพัด 10 นาที ทำบ้านเรือนนครพนมพังกว่า 20 หลัง หนักสุดรอบ 5 ปี

ถล่มอีก พายุฤดูร้อนพัดแค่ 10 นาที บ้านเรือนที่นครพนมพังไปกว่า 20 หลัง พบเดือนเดียวพังกว่า 500 หลัง ชาวบ้านผวา หนักสุดรอบ 5 ปี

เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 2 พ.ค. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ได้เกิดพายุฤดูร้อน ฝนตกลงมาอย่างหนัก และมีลมกระโชกแรง ส่งผลให้บ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่บ้านดงบาก หมู่ 4 ต.โพนทอง อ.เรณูนคร จ.นครพนม ได้รับความเสียหายจากลมพายุ พัดหลังคาบ้านเรือนที่อยู่อาศัยพังเสียหาย นับ 20 หลัง มีเสียหายหนัก ลมพัดหลังคาบ้านเสียหายเกือบทั้งหลัง มากถึง 10 หลัง รวมถึงต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นทับบ้านเรือน สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีทรัพย์สิน เครื่องใช้ไฟฟ้า ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ จะต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านเรือน บางรายมีมูลค่าความเสียหายนับแสนบาท

เช่นเดียวกับบ้านเรือนของ นายหาญ คำกรลือชา อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 บ้านดงบาก หมู่ 4 ต.โพนทอง อ.เรณูนคร จ.นครพนม ได้รับความเสียหายจากลมพายุอย่างหนัก โดยเจ้าของบ้าน ระบุว่า เหตุเกิดประมาณแค่ 10 นาที เป็นลักษณะพายุหมุนพัดบ้านเรือนหลังคาปลิวหายทั้งหลัง รวมถึงบ้านเรือนของชาวบ้านในหมู่บ้านอีก รวม ประมาณ 20 หลัง ซึ่งถือว่ามีความรุนแรงมาก ทำให้สิ่งของเครื่องใช้ในบ้านเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับความเสียหาย ขนหนีไม่ทัน คาดว่าจะต้องใช้งบซ่อมแซมบ้านเกือบ 1 แสนบาทหลังคาปลิวว่อน จากฤทธิ์พายุฤดูร้อน ที่นครพนม หนักสุดรอบ 5 ปี

เบื้องต้น ทางด้าน พ.ต.ผดุง ทิพย์วงษ์ อายุ 63 ปี นายก อบต.โพนทอง อ.เรณูนคร จ.นครพนม ได้ประสานงานร่วมกับ นายเหม กุลวงษ์ อายุ 52 ปี เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.โพนทอง นายประเสริฐ คำกรลือชาย อายุ 52 ปี ผู้ใหญ่บ้านดงบาก หมู่ 4 ต.โพนทอง ลงพื้นที่ตรวจสอบให้การช่วยเหลือ ป้องกันอันตรายจากปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร รวมถึงช่วยเหลือในการซ่อมแซม จัดหาที่พักอาศัยเบื้องต้น และประสานไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานทหาร ฝ่ายปกครอง ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือน บรรเทาความเดือดร้อน พร้อมจัดสรรงบประมาณเข้าไปดูแลช่วยเหลือตามระเบียบทางราชการ ตามสภาพความเสียหาย รายละเกือบ 30,000 บาท

นอกจากนี้ ยังได้ประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังการเกิดพายุในช่วงนี้ หมั่นตรวจสอบบ้านเรือนให้มั่นคงแข็งแรง รวมถึงตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ ที่เสี่ยงอันตรายโค่น ทับบ้านเรือน เมื่อเกิดพายุฤดูร้อน ซึ่งการเกิดพายุฤดูร้อนครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 3 ในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ที่ได้รับผลกระทบในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือว่าหนักสุดในรอบ 5 ปี โดยในส่วนของ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครพนม ได้สรุปสถิติความเสียหายจากปัญหาพายุฤดูร้อน ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ จากพายุฤดูร้อน จำนวน 10 อำเภอ 26 ตำบล 83 หมู่บ้าน มีบ้านเรือนของชาวบ้านเสียหายรวม มากกว่า 550 หลังคาเรือน หนักสุด คือ อำเภอธาตุพนม และ อ.นาหว้า ได้รับผลกระทบ 2 ครั้ง รวมมีบ้านเรือนเสียหาย มากกว่า 300 หลังคาเรือน ซึ่งทางจังหวัดนครพนม จะได้เร่งให้การดูแลช่วยเหลือต่อเนื่อง พร้อมประกาศเตือนให้ประชาชน เฝ้าระวังในช่วงนี้

ที่มา>>>Thairath