ล้อมจับระทึกหน้าศาลากลาง! ผอ.พลังงาน เรียกรับเงินสินบน เจอหลักฐานคารถ

วันที่ 28 ส.ค. นายชาตรี ทองสาริ เลขาธิการสำนักงาน ปปช.ภาค 6 พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้อำนวยการสำนักงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 ได้วางแผนจับกุมนายเอ (นามสมมุติ) ตำแหน่งผู้อำนวยการเกี่ยวกับพลังงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง หลังจากที่ได้รับการร้องเรียนว่า ผอ.คนดังกล่าว เรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการผู้ค้าน้ำมันในจังหวัดพิจิตร โดยมีการนัดหมายให้ผู้ประกอบการนำเงินสด 1 หมื่นบาท มาส่งมอบกันที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพิจิตร เพื่อแลกกับการออกใบอนุญาตประกอบการกิจการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ป้องปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ตำรวจป้องปรามการทุจริต (ปปป.) และสารวัตรทหาร มทบ.36 เข้าจับกุม หลังจากที่รับเงินสินบนจากผู้ประกอบการ ขณะนั้น ผอ.คนดังกล่าว กำลังขับรถเข้าไปทำงาน เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจนำรถไปจอดปิดล้อม ก่อนเข้าตวรจค้นภายในรถพบเงินสด 1 หมื่นบาท ที่เจ้าหน้าที่ได้ถ่ายเอกสารเอาไว้ จึงควบคุมตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิจิตร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายนายชาตรี เปิดเผยว่า ผู้ถูกกล่าวหามีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์ เพื่อแลกกับการออกใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงานเชื้อเพลิงในพื้นที่ จำนวนหลายครั้ง ทำให้ผู้เสียหายซึ่งล้วนเป็นผู้ประกอบการธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงได้รับความเดือดร้อน จึงร้องเรียนไปยังสำนักงาน ปปช. และ ปปท.จนนำมาสู่การติดตามพฤติกรรมมานาน และได้ทำการซ้อนแผนจับกุมดังกล่าว

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

รวบหนุ่มใหญ่สองพี่น้อง ปลอมแปลงสลากหลอกขึ้นเงินแผงค้าโดนตามไล่จับ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 18 ก.ค.59 พ.ต.ต.ศุภชัย ศรีศักดิ์ สว.สส.สภ.รัตนาธิเบศร์ สอบปากคำนายอำนวย ฉายรังษี อายุ 50 ปี นายนิวัฒน์ ฉายรังสี อายุ 50 ปี  สองพี่น้องต่างมารดาที่ก่อเหตุนำสลากกินแบ่งรัฐบาลแก้ไขตัวเลขให้ถูกเลขท้าย 3 ตัว จำนวน 10 คู่ มาหลอกขึ้นเงินพ่อค้า-แม่ค้าขายล็อตเตอรี่ ว่าเป็นสลากที่ถูกรางวัล ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อ คือ 1. ปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์  2.ใช้เอกสารสิทธิ์ปลอม 3.ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณตลาดประชานิเวศน์ 3  ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรีพ.ต.ต.ศุภชัย กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ขี่รถ จยย.ฮอนด้า รุ่นซูมเมอร์เอ๊กซ์ ทะเบียน 1กฐ- 9466 นครราชสีมา เข้ามาในตลาดแล้วตรงไปที่แผงขายสลากกินแบ่งรัฐบาลของนายอำนวย เทพแสง อายุ 59 ปี ก่อนยื่นสลากถูกเลขท้าย 3 ตัว จำนวน 5 คู่ หมายเลย 952925 โดยนายอำนวยตรวจสอบแล้วจึงจ่ายเงินให้กับทั้งสองคนเป็นเงิน 19,000 บาท จากนั้นนายนิวัฒน์ หนึ่งในผู้ต้องหาได้ควักล็อตเตอรี่ถูกเลขท้าย 3 ตัว อีก 5 คู่ หมายเลข 302158 ออกมาให้นายอำนวย บอกว่าเป็นของป้าฝากมาให้ขึ้นเงิน นายอำนวย จึงส่งให้ น.ส.สำรวย มีปิ่น อายุ 47 ปี แม่ค้าล็อตเตอรี่แผงติดกันให้ช่วยรับไว้

ด้าน น.ส.สำรวย กล่าวว่า หลังตรวจตรวจสอบล๊อตเตอรรี่แล้วก็เตรียมเงิน 19,000 บาท มอบให้กับนายนิวัฒน์ แต่เกิดเอะใจบอกให้นายอำนวย ช่วยเอาน้ำยามาตรวจสอบตัวเลขเพื่อความสบายใจกันถูกปลอมแปลง เมื่อได้ยินว่าตนจะใช้น้ำยาตรวจสอบ ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน จึงรีบวิ่งขึ้นรถ จยย.ขี่หลบหนีทันที โดยมีชาวบ้านวิน จยย. ช่วยกันขี่รถ ไล่ตาม ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.ภูรินทร์ บุญชัยวงศ์ รอง สวป.สภ.รัตนาธิเบศร์ ด.ต.ธวัช วงศ์ไทย ส.ต.ท.วิโรจน์ พาทา สายตรวจรถยนต์20 ผ่านมาจึงควบคุมตัวทั้งสองคนไว้ได้ที่บริเวณกลางซอยสามัคคีมุ่งหน้าออกถนนติวานนท์ พร้อมเงินสดของกลางในกระเป๋ากางเกงนายนิวัฒน์ ฉายรังษี ผู้ต้องหารับสารภาพว่าก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง โดยจะนำสลากเลขท้าย 3 ตัว มาแก้ไขตัวเลขโดยขูดเลขที่ผิดและเป็นเลขใกล้เคียงกับเลขที่ถูกก่อนตัดต่อแล้วแปะติดเข้าไปจนเนียนไม่มีร่องรอยให้เห็นเลยถ้ามองด้วยตาเปล่าหรือใช้มือจับต้องลองขูดเกลาดูก็จะไม่รู้อย่างแน่นอนหากไม่ใช้น้ำยาตรวจสอบ อย่างเช่นหมายเลขที่นำมาขึ้นเงินวันนี้ เป็นหมายเลข 952025 ตนก็จะแก้เป็น 952925 โดยแก้ไขตัวเลขจาก 0 เป็น 9 ขณะที่อีกชุดสลากหมายเลข 302153 ตนก็จะแก้เป็น 302158 ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีลักษณะคล้ายกันเพื่อง่ายต่อการปลอมแปลง เบื้องต้น ตรวจสอบประวัติแล้วพบว่านายนิวัฒน์ เคยก่อคดีในลักษณะนี้ที่จังหวัดนครสวรรค์ จนต้องโทษจำคุก 5 ปี และพ้นโทษมาปี 58 แต่ก็ยังไม่เข็ดมาก่อเหตุอีกจนถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบหนุ่มใหญ่ขับเก๋งตระเวนหลอกขายสร้อยทองยัดไส้ ก่อเหตุหลายจังหวัด (คลิป)

 เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 1 ก.ค. พ.ต.ท.วรการ ป้องกัน รอง ผกก.ป.สภ.เมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อม ร.ต.อ.สง่า ศรีสุข รอง สวป.สภ.เมืองฯ รับแจ้งจากนางสาวสร้อยสุดา ดำขุนทด อายุ 35 ปี พนักงานขายห้างทองไทยหยูล้ง เลขที่ 624 ถนน ราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง ว่าพบผู้ต้องสงสัยคาดเป็นคนร้ายนำทองปลอมไปหลอกขาย และจำนำกับร้านจำหน่ายทองหลายแห่งในพื้นที่ จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา และจ.ชลบุรี โดยมีกล้องวงจรปิดจับภาพพฤติกรรมไว้ได้ โดยมีการแชร์ภาพในกลุ่มผู้ประกอบการร้านทอง เพื่อช่วยกันชี้เบาะแส แต่ในขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเดินทางไปตรวจสอบ ผู้ต้องสงสัยไหวตัวทัน รีบเดินออกมาขับรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีดำ ทะเบียน ชษ 8222 กรุงเทพมหานคร ติดสติ๊กเกอร์ที่กระจกหน้ารถเป็นตราสัญลักษณ์ พร้อมข้อความ “รร.นายร้อย จปร.” เร่งความเร็วหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงรีบวิทยุสื่อสารสกัดตามเส้นทางที่คาดคนร้ายจะใช้หลบหนี จนสามารถติดตามควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทราบชื่อคือนายจิรศักดิ์ คงอยู่ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199/2863 หมู่ 3 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้ที่บริเวณหน้าร้าน “รักกาแฟ ข้าวมันไก่” ถ.วัชรสฤษดิ์ หลังศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา จึงควมคุมตัวมาขยายผลการสอบสวน พร้อมตรวจค้นภายในรถ พบอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์เบอร์ 12 พร้อมเครื่องกระสุน 5 นัด เอกสารจำนำร้านทองหลายรายการ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พ.ต.ท.วรการ เปิดเผยว่า นายจิรศักดิ์เป็นผู้ต้องหาที่ก่อเหตุนำทองเคลือบเงินไปจำหน่ายหรือจำนำ ในร้านทองหลายจังหวัด ทั้งในจ.ชลบุรี ขอนแก่น ล่าสุดเมื่อเวลา 15.11 น. วันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายจิรศักดิ์นำสร้อยทองคำหนัก 1 บาท มาแลกเป็นทองแท่ง 50 สตางค์ และเงินสด 1 หมื่นบาท ที่ร้านทองเจริญสิน ข้างตลาดสดเทศบาลตำบล (ทต.) สูงเนิน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ระหว่างพนักงานกำลังตรวจสอบพิสูจน์ทอง นายจิรศักดิ์ได้ขโมยทองแท่งแล้ววิ่งหนีออกจากร้าน ต่อมานายจิรศักดิ์ อ้างเป็นช่างรับซ่อมทองรูปพรรณ มาติดต่อขอซื้อตะขอทองเก่า 8 กรัม เงินเม็ด หนัก 1 บาท รวมมูลค่า 11,000 บาท แต่พนักงานร้านทองไทยหยูล้ง ซึ่งได้รับการแจ้งเบาะแสจากชมรมผู้ขายทอง เห็นรูปพรรณนายจิรศักดิ์ตรงกับคนร้าย จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าตำรวจให้มาจับกุมไปดำเนินคดี แต่นายจิรศักดิ์รีบหนีออกไป พร้อมเปลี่ยนเสื้อจากสีฟ้าเป็นสีขาว เพื่ออำพราง แต่ถูกติดตามจับกุมตัวได้หลังจากออกไล่ล่าในเขตเมือง เป็นเวลานานกว่า 30 นาที

จากการตรวจสอบประวัตินายจิรศักดิ์ มีหมายจับในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ที่ จ.ขอนแก่น โดยก่อเหตุลักษณะเดียวกันที่ จ.ชลบุรี หลังควบคุมตัวได้ นายสุเทพ ณัฐกานต์กนก ประธานชมรมร้านทองนครราชสีมา เดินทางมาชี้ตัวยืนยันเป็นคนเดียวกับที่สมาคมฯ ให้ข้อมูลไว้จริง พร้อมประสานผู้เสียหายในจังหวัดอื่นๆ มาชี้ตัวยืนยันดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โจรใจบาป! สกลนคร บุกตัดไม้พะยูงเสาหอระฆังวัด มูลค่านับล้านกลางดึก

สกลนคร โจรใจบาปไม่กลัวนรกจะกินหัว! บุกตัดไม้พะยูงเสาหอระฆังวัดในหมู่บ้าน มูลค่านับล้านบาท คาด อาจเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่เคยก่อเหตุ ใช้ปืนจี้จับพระมัดกับต้นไม้ข้ามคืน หลังกวาดทรัพย์สินเงินสด-พระเครื่อง หลบหนีไป

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายสมศักดิ์ สุขประเสริฐ นายอำเภอสว่างแดนดิน ว่า มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 คน เข้าไปตัดไม้พะยูง ซึ่งเป็นเสาค้ำยันหอระฆัง วัดสามัคคีท่าหลวง บ.นาดินจี่-บ.หนองหมากแซว ม.3 ต.คำสะอาด อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร แล้วขนหลบหนีไป จำนวน 2 ต้น จึงเดินทางไปพร้อมด้วย พ.ต.ท.พัลลภ กลิ่นหอม สว.สส.สภ.สว่างแดนดิน นายรัฐศาสตร์ หาบสา ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.สว่างแดนดิน จ.ส.อ.จรูญ แสนเพียง จ.ส.อ.สรายุธ วงษ์เมือง ชปพท.4 กรมทหารราบที่ 3 นายจำลอง สืบสม ผู้ใหญ่บ้านหนองหมากแซว ม.10 รักษาการผู้ใหญ่บ้าน บ.หนองหมากแซว ม.3 เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งเมื่อไปถึงพบชาวบ้านกำลังจับกลุ่มพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยที่เกิดเหตุ บริเวณหอระฆัง วัดสามัคคีท่าหลวง เป็นอาคารไม้สูง ประมาณ 3 เมตรเสาค้ำยันอาคารหอระฆัง ซึ่งเป็นเสาไม้พะยูงที่ได้รับการบริจาคมาจากที่ดินของชาวบ้าน จำนวน 2 ต้น จากทั้งหมด 6 ต้น เส้นรอบวงของเสา ประมาณ 1.20 -1.34 เมตร มีร่องรอยถูกคนร้ายลักลอบเข้ามาใช้เลื่อยยนต์ตัดเสาด้านข้างอาคารทางทิศตะวันตก จำนวน 2 ต้น จนติดพื้นดินและพื้นอาคารเหลือแต่ตอ มีเศษขี้เลื่อย คราบน้ำมันเกลื่อนพื้น ทั้ง 2 จุด จากนั้นคนร้ายใช้เหล็กแป๊บผ่าซีกแหลมที่เตรียมมา ความยาวใกล้เคียงกับความสูงของอาคาร ค้ำยันอาคารหอระฆังไว้ไม่ให้ล้ม และทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าร่องรอยโจรใจบาป ตัดไม้พะยูงเสาหอระฆังวัด มูลค่านับล้านบาท ที่ จ.สกลนคร

ส่วนเส้นทางที่คนร้ายนำไม้พะยูงออกไปนั้น เคลื่อนย้ายออกบริเวณกำแพงวัด จนกำแพงแตกร้าว เนื่องจากมีประตูเข้าออกด้านหน้าจุดเดียว ซึ่งขณะเกิดเหตุนั้น ไม่มีใครอยู่ภายในวัด จากคำให้การของชาวบ้านคาดว่าคนร้ายน่าจะบุกเข้ามาวัด เวลาประมาณ 22.00 น. คืนวันที่ 3 พฤษาคม โดยอาศัยจังหวะที่ชาวบ้านในหมู่บ้านหนองหมากแซว ม.3 เดินทางไปร่วมประชุมประชาคม เกี่ยวกับงบพัฒนาหมู่บ้าน และเป็นช่วงที่ พระวีรพงษ์ ธรรมคันธี ไม่ได้อยู่จำวัด แล้วลงมือก่อเหตุ โดยคนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 คน ที่มีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี ลงมืออย่างรวดเร็ว ใช้น้ำมันชโลมเสาเพื่อป้องกันเสียงดังเวลาใช้เลื่อยยนต์ตัดเสาอาคารหอระฆัง ดูจากสภาพแล้ว คาดว่าคนร้ายอาจตั้งใจจะเอาไปให้หมด เพราะเห็นว่าเสาต้นหนึ่งถูกตัดแล้วแต่ยังไม่นำเอาเหล็กแป๊บผ่าซีกแหลมที่เตรียมมามาค้ำยัน อาจจะมีคนผ่านไปมา จึงรีบหลบหนีไปก่อน พร้อมเสาไม้พะยูง 2 ต้น

พระวีรพงษ์ ธรรมคันธี เล่าว่า อาตมาจำวัดที่นี่เพียงรูปเดียว พึ่งมาจำวัดได้ 5 เดือน วัดนี้ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2484 เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านหนองหมากแซว ก่อนหน้าที่จะมีการมาลักลอบตัดไม้พะยูง ในช่วงเย็นวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา อาตมาเจอเหตุการณ์ คนร้ายชาย 2 คน เข้ามาในวัดทำทีขอนอนพักที่ศาลาวัด แต่อาตมาไม่อนุญาต จากนั้นจึงไปกวาดลานวัดตามปกติ ต่อมา คนร้ายทั้ง 2 คน บุกเข้ามาจับกุมตน แล้วนำไปมัดไว้ที่ต้นไม้หลังกุฏิวัด ทำการรื้อค้นทรัพย์สินภายในกุฏิ ได้เงินสดไปจำนวนหนึ่ง พระเครื่องและโทรศัพท์ไปด้วย กว่าจะมีโยมมาพบก็ข้ามไปอีกวัน โดยทิ้งร่องรอยบาดแผลเชือกมัดไว้บริเวณแขนทั้ง 2 ข้าง จากนั้นญาติของอาตมาขอให้ไปจำวัดที่อื่นก่อนเพราะเกรงจะเกิดอันตรายโดยก่อนหน้าที่จะเกิดทั้ง 2 เหตุการณ์ มีโยมแวะเวียนมาถามซื้อเสาต้นไม้พะยูงหลายครั้ง และให้ราคาเกือบ 3 ล้าน แต่อาตมาระบุว่า จะซื้อขายไม่ได้ เพราะเป็นของโยมส่วนรวมในหมู่บ้านนี้ และคืนเกิดเหตุการณ์เมื่อวานนี้ อาตมาก็ไม่ได้อยู่วัดเช่นกัน สงสัยว่า คนร้ายอาจจะเป็นกลุ่มเดียวกันก็เป็นได้

ด้าน จนท.ฝ่ายความมั่นคง อ.สว่างแดนดิน จนท.ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สว่างแดนดิน จนท.ทหาร จะได้ทำการสืบสวนข้อมูลกับผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง พระวีรพงษ์ เพื่อหาข้อมูลเบาะแสรูปพรรณสันฐานคนร้าย เพื่อดำเนินการจับกุมคนร้ายให้ได้ เนื่องจากถือเป็นการกระทำที่อุกอาจ ซึ่งตอนนี้ยังสรุปไม่ได้ว่า จะเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกันหรือไม่ เนื่องจากต้องดำเนินการสืบสวนก่อน และจะเร่งจับกุมตัวให้ได้โดยเร็ว ส่วนชาวบ้านที่มาดูเหตุการณ์ ต่างสาปแช่งให้โจรใจบาปที่มาลงมือ หรือคนใดที่นำไม้พะยูงจากวัดไปครอบครองขอให้ตายโหง หรือชีวิตมีแต่ความตกต่ำไม่เจริญรุ่งเรือง และเสาไม้พะยูงที่เหลืออีก 4 ต้น จะมีชาวบ้าน และ จนท.จัดเวรยามมาเฝ้าระวังร่วมกัน

ที่มา>>>Thairath