ครู-นร. รุมแช่งคนใจร้าย! วางยาเบื่อหมา-แมวตายทั้งโรงเรียน นกเอี้ยงยังไม่เว้น

หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “ดำขาวผู้ภักดี เป็นที่รักของทุกคน น้ำท่วมก็ไม่ทิ้งโรงเรียน กลับสิ้นชีวิตด้วยน้ำมือของคนที่มีจิตต่ำกว่าเดรัจฉานมีแต่ความเบียดเบียนข้าวสักเม็ดไม่เคยเอามาให้ มาวันนี้เอาข้าวไก่ต้มที่เหลือจากไหว้เจ้าคลุกด้วยยาเบื่อ มาให้กินจนสิ้นใจพร้อมกันทั้ง 2 ตัว และนกเอี้ยงอีกสองตัว ขอให้ผู้ที่กระทำจงชดใช้กรรมต่อไป ดำกับขาวสู่สุคติ” เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์การกระทำของคนใจร้ายต่างๆ นานา

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านซอยสอง ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อสอบถามสาเหตุที่เกิดขึ้น และได้พบกับนายสฤษดิ์ สุขสวัสดิ์ อายุ 59 ปี ครูประจำโรงเรียนบ้านซอยสอง เปิดเผยว่า เฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นของผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งวันนี้เดินทางไปประชุม สำหรับโพสต์ข้อความหลังจากที่สุนัขที่เลี้ยงไว้ภายในโรงเรียน ชื่อเจ้าดำและเจ้าขาว พร้อมกับนกเอี้ยงอีก 2 ตัว ตายจากการกินอาหารผสมยาพิษ ที่มีคนเห็นว่ามีชายและหญิงขี่รถจักรยานยนต์นำมาวางไว้ให้บริเวณที่จอดรถในโรงเรียน แต่ไม่ทราบสาเหตุที่ลงมือ ซึ่งนำความเสียใจมาสู่ ผอ.ครู และนักเรียนเป็นอย่างมาก

 หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ก็มีสุนัขโดนวางยาอีก 4 ตัว พร้อมแมว 1 ตัว และนกเอี้ยงอีก 1 ตัวตาย ในลักษณะเอาอาหารมาโยนไว้ให้ ซึ่งครูนักเรียนก็นำไปฝังอีก และล่าสุดเช้าวันนี้ 7 ก.พ. ได้มีสุนัขของชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ละแวกโรงเรียน เดินมาตายที่สนามในโรงเรียนอีก 1 ตัว อาการและสาเหตุเดียวกัน จึงช่วยกันฝังอีก

นายสฤษดิ์ กล่าวอีกว่า ทั้งเจ้าดำและเจ้าขาว เป็นสุนัขที่ไม่ดุร้าย เป็นมิตรกับทุกคน จะคอยระวังคนแปลกหน้าให้กับโรงเรียนแต่ไม่เคยทำร้ายใคร ส่วนสุนัขและแมวที่ตายเป็นของชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้โรงเรียน ที่วนเวียนมากินอาหารเป็นประจำ ซึ่งมาตายบริเวณโรงเรียน ทั้งนี้ขอวอนให้ผู้ที่กระทำเห็นแก่ชีวิตสัตว์โลกด้วยกัน เพราะสัตว์ก็รักชีวิตไม่ต่างกับมนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์ประเสริฐ หากผู้ที่ทำร้ายฆ่าสัตว์เดรัจฉานได้ ก็มีจิตใจที่ต่ำกว่าเดรัจฉาน สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ยังทำให้นักเรียนเสียใจและตกใจที่มีเหตุเศร้าต่อเนื่องเพราะก่อนหน้านี้โรงเรียนก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมาแล้วเพิ่งได้รับการฟื้นฟูไม่คิดว่าจะมีคนใจดำทำกับสัตว์เลี้ยงได้

ที่มา>>>ข่าวสด

อุทาหรณ์! สาวหวิดตาบอด เหตุขับรถผ่านคนตกปลาริมทางเหวี่ยงเบ็ดพันคอ

โลกโซเชียลได้โพสต์เรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Zee Kornkanok ซึ่งได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง ขณะซ้อนรถจักรยานยนต์แล้วถูกเส้นเอ็นของคันเบ็ดเหวี่ยงมาพันคอ จนเกิดบาดแผลลึกที่ใบหน้า
โดยระบุว่า “อุทาหรณ์สำหรับคนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์และคนที่มักง่ายตกปลาริมถนน!! เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28/01/2560 เวลา 17.40 น. ที่ถนนเส้นหลักหกมุ่งหน้าไปทางวัดนาวง ข้างทางมีคนตกปลาอยู่ริมถนนขณะที่คนนั้นกำลังพยายามดึงคันเบ็ดซึ่งตะขอเบ็ดติดอะไรสักอย่างในน้ำ เรากับแฟนขับรถผ่านพอดีแล้วเราก็โดนสายเบ็ดตกปลาที่เป็นเส้นเอ็นเหวี่ยงมาพันที่คอ (เราเป็นคนซ้อนท้ายแฟนเป็นคนขับ) เรารีบพยายามดึงออกจากคอแล้วสายเบ็ดก็ขาดออกจากตัวคันเบ็ดและมาพันที่หน้า คนที่ตกปลาพูดเหมือนจะรับผิดชอบแล้วก็หลบหนีไป

อยากบอกคนที่ชอบตกปลาข้างถนนว่าคุณควรคำนึงถึงคนที่เขาขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านว่ามันจะทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ แต่ก็โชคดีที่ไม่โดนตาแล้วไม่บาดคอหรือตกลงจากรถและรถไม่ล้ม ปล.อยากให้คุณตำรวจสอดส่องดูแล เพราะไม่ใช่สถานที่ตกปลาและอาจจะเกิดกับคนอื่นร้ายแรงกว่านี้ได้คะ”

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดอึ้ง! หนุ่มซื้อหมูยอได้ของแถมเป็นเขียด ตามถึงโรงงานพบไปสั่งมาขายต่ออีกทอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีการแชร์ภาพหมูยอ มีตัวอึ่งอ่างหรือ เขียดอยู่ข้างใน โดยพบว่าเกิดขึ้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งมีผู้พบกับเหตุการณ์ดังกล่าวถึง 2 รายด้วยกัน ซึ่ง ได้รับการเปิดเผยจาก นายมงคล พลเมืองยศ อายุ 32 ปี เปิดเผยว่า ตนไปซื้อหมูยอเพื่อมายำเป็นอาหารรับประทาน ตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา จากตลาดบ้านเนินสง่า แต่เมื่อนำกลับมาผ่าดูพบอึ่งอ่างทั้งตัวอยู่ภายใน ครั้งแรกเห็นหัวคิดว่าเป็นจิ้งจก แต่เมื่อผ่าดูชัด ๆ จึงเห็นว่าเป็นอึ่งอ่าง หรือ อึ่งยาง จึงนำไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก ซึ่งเวลาไล่เลี่ยกัน ก็ได้มีผู้นำภาพหมูยอ มีอึ่งอ่างอยู่ในเนื้อหมูยอทั้งตัวมาโพสต์อีกรายเป็นรายที่ 2

ด้านเจ้าของร้านขายของชำ เปิดเผยว่า รับสินค้าจากโรงงานดังกล่าวมาขายนับ 10 ปี ก็ไม่เคยเจอปัญหา โดยหมูยอดังกล่าว พนักงานของโรงงานลูกชิ้นแห่งหนึ่ง ต.ในเมือง จ.เพชรบูรณ์ เป็นผู้นำมาส่งขายให้กับตนเอง ตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมาทั้งนี้ ต่อมา ทาง เจ้าหน้าที่ สคบ.จังหวัดเพชรบูรณ์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ จึงได้ทำการลงพื้นที่เก็บตัวอย่างหมูยอ ที่โฆษณาสรรพคุณว่า สะอาด อร่อย หมูล้วน 100 % ที่โรงงานลูกชิ้นดังกล่าว และมีการตรวจสอบภายในโรงงาน ก็ไม่พบว่ามีการผลิตหมูยอภายในโรงงาน เมื่อสอบสวนก็พบว่า ไม่ได้เป็นผู้ผลิตแต่รับมาจำหน่ายอีกต่อหนึ่ง และก็ไม่ทราบว่าแหล่งผลิตอยู่ที่ไหน เพราะแค่สั่งมาขายต่อ

ที่มา>>>ข่าวสด

กลายเป็นความสุดฮาเมื่อลูกชายกลัวแม่อ้วนเลยต้องมีข้อแลกเปลี่ยนแบบนี้ (คลิป)

เป็นคลิปที่ทั้งฮาและน่ารัก เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊ก Sinsamoot Kheawkao ได้ลงคลิปที่ถ่ายคุณแม่เอาไว้ ซึ่งเป็นความน่ารักของแม่ลูก เมื่อคุณแม่หิวน้ำอัดลมแต่ลูกชายไม่อยากให้กินเพราะเป็นห่วงว่าแม่ลดความอ้วนอยู่ เลยมีข้อแลกเปลี่ยนว่า ถ้าอยากกินก็ต้องกระโดดตบเพื่อเผาผลาญไขมันด้วย ทำให้เกิดคลิปสุดน่ารักนี่ขึ้นในที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

ร้อนจัด 42 องศา! สาวออสซี่เหยียบผืนทรายจนฝ่าเท้าพุพองสองข้าง

เว็บไซต์ เดอะ เวสต์ ออสเตรเลียน รายงานว่า น.ส.โจแอน ฮอลล์ นักศึกษาสาววัย 25 ปี บาดเจ็บอย่างรุนแรงที่ฝ่าเท้า หลังจากเดินเท้าเปล่าผ่านชายหาดที่นครเพิร์ท รัฐออสเตรเลียตะวันตก ท่ามกลางอากาศร้อนระอุ อุณหภูมิ 42.4 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมาb88337516z-1_20161223103131_000g1jqiqec-1-1น.ส.โจแอนรีบวิ่งไปเล่นน้ำทะเล โดยเหยียบผืนทรายบนชายหาดร้อนจัด และไม่ได้สวมรองเท้าป้องกัน จนฝ่าเท้าสองข้างโดนลวก จากนั้นได้แช่เท้าในน้ำเย็นนานครึ่งชั่วโมง ก่อนที่ครอบครัวและเพื่อนๆ มาหามขึ้นกลับมาชายหาดขึ้นรถส่งรักษาที่ศูนย์รักษาแผลพุพองb88337516z-1_20161223103131_000gpiqiqtf-1-1ทีมแพทย์ลอดผิวหนังที่โดนลวกออกแล้ว ตอนนี้น.ส.โจแอนต้องนั่งเก้าอี้รถเข็นตลอดฤดูร้อน และโพสต์ภาพถ่ายสภาพฝ่าเท้าชวนคลื่นไส้ลงบนเฟซบุ๊ก พร้อมแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนๆ โดยเตือนให้สวมรองเท้าก่อนลงชายหาดทุกครั้งb88337516z-1_20161223103131_000gpiqis1b-1-0

ทั้งนี้ อุณหภูมิเฉลี่ยที่นครเพิร์ทเดือนธันวาคมจะอยู่ที่ 29.1 องศาเซลเซียส ซึ่งน้อยกว่าปีนี้เกือบ 1.5 เท่า

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดใจคุณยายแจกยาหม่อง.. กว่าจะมาถึงสนามหลวง ทั้งเดินกะเผลก-ขาดามเหล็ก

ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Baifern Kankamol โพสต์เรื่องราวของคุณยายที่มายืนแจกยาหม่องให้แก่ประชาชนที่มาถวายราชสักการะพระบรมศพ บริเวณด้านหน้าพระบรมมหาราชวัง ระบุว่า

747000002200020020202

คุณยายที่แจกแอมโมเนียและยาหม่องเมื่อวาน

วันนี้มีโอกาศได้เจอคุณยายที่คลังยา บางประกอก
เลยเข้าไปหาคุณยาย คุณยายน่ารักมาก มาซื้อยาหม่องไปแจกอีก แต่วันนี้คุณยายบอกว่า แอมโมเนียหมดเสียดายมาก เลยซื้อยาหม่องไป 25 กล่อง

วันนี้คุณยายจะไปแจกที่สนามหลวง เราจึงช่วยหิ้วข้ามสะพานลอยมาส่งที่ป้ายรถเมลล์
คุณยายขาไม่ดี ใส่เหล็กดามขาไว้ข้างหนึ่ง เดินขากะเพก ถุงยาหม่องที่ถือไปก็หนักอยู่สำหรับคนมีอายุ คุณยายบอกไม่หนักเลยยยยใครเจอคุณยายช่วยกันรับยาหม่องคุณยายทีน้า คุณยายจะได้ชื่นใจ วันนี้คุณยายรีบไปแจกเลยเพราะเมื่อวานดีใจแจกหมดเร็ว14642014_1335374323153790_6980531904203188680_n14695345_1335374329820456_1781882391702061121_n

ที่มา>>>ข่าวสด

แพทองธาร ลูกอดีตนายกฯทักษิณ โพสต์รำลึกนาทีประทับใจที่พ่อเข้าเฝ้าในหลวง

 เมื่อ 14 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าเฟซบุ๊ก Ing Shinawatra ของ แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง บุตรสาวคนสุดท้อง ของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความดังนี้

14563589_1044061439043567_4827859027200359993_n

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวแชร์ประสบการณ์ จากที่คิดว่าแค่อ้วนลงพุง กลับกลายเป็นพบเนื้องอกก้อนใหญ่!!

โลกโซเชี่ยลได้แชร์เรื่องราวของสมาชิกเฟซบุ๊ก Weanploy Warinwan ซึ่งได้โพสต์เตือนเรื่องสุขภาพ โดยผู้หญิงอ่านแล้วต้องสังเกตตัวเองบ้างเช่นกัน โดยได้ระบุว่า อาการที่พบคือ การปวดท้องประจำเดือน จนพบว่า เป็นเนื้องอกที่รังไข่ อาการที่พบว่าผิดปกติจนนำไปสู่การวิเคราะห์ว่าเกิดเนื้องอกคือ ท้องยื่น เบื้องต้นผู้โพสต์คิดเพียงว่า อ้วนลงพุงจากการดื่มเบียร์ จึงเริ่มคุมอาหาร ร่างกายก็ผอมลง แต่หน้าท้องไม่ยุบแถมยื่นมากกว่าเดิม มีอาการท้องตึงกดไม่ลง อ่อนเพลีย คิดว่าไม่เป็นอะไรเพราะอายุเพียง 23 ปี ประจำเดือนมาปกติ มีอาการปวดท้องน้อย แต่ก็ยังไม่ไปพบแพทย์ จากนั้นมีอาการท้องอืด ถ่ายยาก ปัสสาวะแสบขัด เหมือนมีก้อนอะไรในท้อง จนไปตรวจอย่างจริงจังและพบว่า มีเนื้องอกขนาด 13 เซ็นติเมตร จึงต้องผ่าตัดเพื่อเอาก้อนเนื้อออก

“คุณหมอทำการผ่าตัดให้ค่ะ แต่เป็นเรื่องที่ตกใจกับตัวเองและคนรอบข้างเนื่องจากคุนหมอบอกว่า ก้อนมันแตกตั้งแต่อยู่ในท้องแล้ว ได้ทำการผ่าออกมา #พบว่าก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่มาก 20 เซนติเมตร++ ถือว่าใหญ่ระดับนึงเลยค่ะ ในนั้นมีเส้นผม ไขมัน ฟัน และ กระดูก เป็นต้น หมอบอกว่ามันเปนการเจริญผิดที่คะก้อนเท่าแตงโมขนาดเล็กก้อว่าได้เราจึงถูกตัดปีกมดลูกและรังไข่ด้านขวาไปแล้วค่ะ ???? อีกทั้งตัดต่อมน้ำเหลืองเชิงกรานออกด้วยเนื่องจากตอนนั้นคุณหมอต้องนำชิ้นเนื้อไปพิสูจน์ต่อว่าเปนเนื้อร้ายหรือไม่ จึงต้องตัดต่อมน้ำเหลืองเพื่อลดการแพร่กระจายไปก่อน ไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้วค่ะ แล้วตอนนี้เราไปรักษาต่อ ที่โรงพยาบาลใหญ่เพื่อทำการเคมีบำบัดกันต่อไป”

ที่มา>>>ข่าวสด

ชายในคลิป”ถ้าไม่รู้กูเป็นใคร-ไม่ต้องมาสอนกฏหมาย” ดอดพบตำรวจแล้ว โดนปรับ-อบรมวินัยจราจร

จากคลิปที่ได้รับการแชร์อย่างหนักในกลุ่มชาวภูเก็ต โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก จีระพงษ์ ยาณสาร ได้นำคลิปมาแชร์พร้อมระบุว่า “ช่วยทีครับ ผมทำผิดไปรึป่าว และต้องขอโทษด้วยถ้าผมผิด” โดยคลิปเป็นเหตุการณ์บริเวณ 3 แยกซึ่งเป็นเลนเลี้ยวขวาสองเลน แต่พบว่าเก๋งคันหนึ่งเบียดมาจากทางซ้ายที่เป็นเลนเลี้ยวซ้าย พยายามมาทางขวาจากนั้นบีบแตรไล่ พร้อมกับขับมาตีคู่และตะโกนให้จอดรถ14572847_1236841693032509_6001300632648340181_nผู้โพสต์คลิปจึงจอดรถ พร้อมอธิบายให้ฟังว่าตนเองมาตามกฏจราจร ซึ่งคู่กรณีได้กล่าวว่า “ถ้าไม่รู้ว่ากูเป็นใครก็ไม่ต้องมาสอนกฏหมาย” ก่อนเดินกลับขึ้นรถไป โดยกรณีดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักและแชร์ไปยังเพจต่างๆอย่างรวดเร็ว

ล่าสุดในไลน์กลุ่มจราจรภูเก็ตได้มีการเเชร์ขอมูล พ.ต.ท.อำพล จันทกูล รองผกก.ป.สภ.วิชิต ได้รายงานผู้บังคับบัญชาว่า ผลการตรวจสอบกรณีผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ตามที่ได้รับข้อมูลจากคุณ KORBY007 และเฟซบุ๊ค “ขับรถแบบนี้ต้องประจาน” ผลการดำเนินการกับผู้ขับขี่รถยนต์เก๋ง HONDA รุ่น ACCORD สีเทา เลขทะเบียน —-กทม ผู้ขับขี่ชื่อ นาย “ธ” นามสกุล “ป” ที่อยู่อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ประกอบอาชีพ เป็นครูสอนดำน้ำ ซึ่งเป็นชายในคลิปดังกล่าว ได้เดินทางมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิชิต แล้ว201610072015471-20160211172134โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อบรมมารยาท วินัยในการขับขี่ในการขับขี่ และดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ดังนี้ มาตรา 46 ผู้ใดขับรถแซงรถอื่นในทางร่วมทางแยก มาตรา 43 (4) ขับรถประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน และดำเนินคดีตาม ป.อาญา มาตรา 392 (ลหุโทษ) ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญ โดยได้เปรียบเทียบปรับในอัตราโทษสูงสุดทั้ง 3 ฐานความผิดตามข้อหา

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดเรื่องราวชีวิตของด.ช. 9 ขวบ ที่ต้องเข้มแข็ง พ่อแม่ติดคุก.. ต้องใส่เสื้อนร.หญิงตัวเดียวซ้ำๆไปเรียน

วันที่ 6 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ได้ไปช่วยงานที่โรงเจ มูลนิธิพุทธประชานุเคราะห์ กุยอิงเกาะ อ.แกลง จ.ระยอง และได้พบกับเด็กชายวัย 9 ขวบ คนหนึ่ง ใช้ชีวิตอยู่กับยาย หลังทั้งพ่อและแม่ติดคุกจากคดียาเสพติด ทุกวันนี้ครูที่โรงเรียนให้เรียนฟรี และได้เงินจากประธานโรงเจไปโรงเรียน สำหรับเสื้อที่เด็กชายใส่ก็เป็นเสื้อนักเรียนหญิงที่ใส่มาแล้วถึง 2 วัน เพราะมีแค่ตัวเดียว..

ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Piyabut Wongpakdee โพสต์เรื่องราวว่า

69698585477474

7845814563340_1349692861749462_6929713563104627335_n14494680_1349692911749457_1747111493866649745_n14590253_1349693745082707_1778104089616276068_n14591835_1349693768416038_5761077857846309411_n14570442_1349693811749367_8600941204633365456_n

ที่มา>>>ข่าวสด